วิจารณ์หนัง Seobok ซอบก มนุษย์อมตะ

Seobok ซอบก มนุษย์อมตะ

ผู้กำกับภาพยนตร์: ลี ยงจู ‘Yong-Joo Lee’ (Possessed, Architecture 101)


ตัวอย่างภาพยนตร์ Seobok ซอบก มนุษย์อมตะ

Seobok ซอบก มนุษย์อมตะ เป็นภาพยนตร์ไซไฟที่จะเล่าเรื่องของ ‘มินกีฮอน’ อดีตสายลับที่ได้รับภารกิจสุดท้ายในการปกป้อง ‘ซอบก’ มนุษย์โคลนร่างแรกของโลกผู้กุมปริศนาของการมี “ชีวิตอมตะ” จากเงื้อมือของกลุ่มคนที่หวังจะครอบครองซอบกไว้แต่เพียงผู้เดียว

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้เอาจริงๆ พอผมได้ชมตัวอย่างแล้วก็ชวนให้นึกถึงหนังเรื่อง Lucy แล้วพอดูหนังจบก็รู้สึกว่ามีอารมณ์บางส่วนคล้ายกันอยู่จริงๆ ครับ ซอบกดูเป็นหนังที่ออกแนวจับฉ่ายอยู่หน่อย จะเน้นเรื่องปรัชญาดราม่าก็ไม่สุด แม้ฉากคุยจะมีอยู่เรื่อยๆ ทั้งเรื่อง มีเน้นเรื่องข้อคิดการใช้ชีวิต ความโลภที่ไม่สิ้นสุดของคน และแนวคิดความเป็นอมตะของมนุษย์ที่หลายคนมองว่าไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะคิดว่าการที่คนไม่ตายกันก็จะพากันสูบกินทุกอย่างจนหมด จนกลายเป็นหายนะ แต่ถึงอย่างนั้นตัวภาพยนตร์เองก็ดูจะไปไม่ถึงฝันเรื่องการนำเสนอเนื้อหาเหล่านี้นัก ส่วนนึงน่าจะเป็นเพราะความใส่ใจในเรื่องมิติตัวละครค่อนข้างต่ำ เอาเวลาไปให้กับตัวละครหลัก 2 คนอย่าง ‘ซอบก’ และ ‘มินกีฮอน’ และความสัมพันธ์ของพวกเขาหมด จนทำให้บรรดาตัวร้ายหรือคนที่ไม่ได้เห็นด้วยกับการมีซอบกกลายเป็นตัวละครชั่วช้าแบบทื่อๆ ไปเลย หลายคนคือออกแนวว่าฉันเลวเพราะฉันต้องการสิ่งที่ต้องการ แค่นั้นเลย ขณะที่บางคนเวลาชั่วก็ชั่วมาก แต่จู่ๆ พอจะเข้าใจปรัชญาช่วยโลกบางอย่างก็รู้สึกว่าอยากจะทำเพื่อโลกขึ้นมาเฉย เป็นงงกับตัวละครแบบนี้มาก น่าจะให้เวลาเราทำความเข้าใจความคิดหรือที่มาของความคิดของพวกเขาสักหน่อย หนังจะดูน่าเชื่อมากกว่านี้ อันนี้ดูยังกระจายบทไม่ดีนัก

 แต่พอจะมองว่านี่เป็นหนังไซไฟแอ็คชั่นตัวหนังเองก็ดันมีฉากแอ็คชั่นน้อยเกิน และส่วนมากเป็นฉากแอ็คชั่นทื่อๆ เสียมากกว่า เพียงแค่เน้นเล่นใหญ่ โชว์ฉากพังข้าวของจากพลังของซอบกให้ดูเวอร์ๆ ไว้ก็เท่านั้น และแม้แต่ตัวละครของกงยูที่ได้ชื่อว่าเป็นมือหนึ่งของอดีตสายลับก็ยังมาแค่เป็นพยานในการมีชีวิตอยู่ของซอบกเท่านั้น ไม่ได้โชว์สกิลความเก่งในอาชีพ ไม่ได้โชว์การต่อสู้ที่น่าสนใจให้สมกับการเป็นสายลับใดๆ ไม่ได้เสริมความมันส์ความสนุกให้กับเนื้อเรื่องเลย ใครคาดหวังว่ากงยูจะมาเล่นบทบู๊หนักๆ ในเรื่องนี้อันนี้คิดผิดมหันต์จริงๆ ครับ

    การแสดงของนักแสดงนำหลายท่านทำได้ค่อนข้างดีเลยครับ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแบกเรื่องไว้ได้ เพราะภาพยนตร์ต้องการนำเสนอความดราม่าน้ำตาไหลพอสมควรอย่างที่กล่าวไป ซึ่งก็ต้องชื่นชมอย่างมากว่าไม่ว่าจะเป็นนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง กงยู หรือ พัคโบกอม เองก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้ดี โดยเฉพาะกับพัคโบกอมนี่ตีบทแตกทุกอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นบทแบ๊วๆ ทำหน้าใสซื่อน่ารัก หรือบทโกรธจนเลือดขึ้นหน้า หรือบทดราม่าน้ำตาแตก เขาก็เป็นคนที่จัดการอารมณ์เหล่านี้แล้วนำเสนอออกมาได้อย่างอยู่หมัดจัดเต็ม ไม่ได้มีดีแค่หน้าตานะจ๊ะ


กงยู และ พัคโบกอม
กงยู และ พัคโบกอม คือเดอะแบกของเรื่อง ทั้งความหล่อและฝีมือการแสดงคือสุดยอด


โปรดัคชั่นโดยภาพรวมนี่ก็ถือว่าเป็นหนังที่ยิ่งใหญ่มากตามที่คุยแหละครับ โดยเฉพาะกับงานสร้างพวกอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ไล่ไปตั้งแต่การออกแบบฉากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์สุดไฮเทครอบข้าง ไปจนถึงการออกแบบตัวซอบกเอง ตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้าหน้าผม จนถึงสิ่งเล็กๆ อย่างรูฉีดยาที่ด้านหลังของเขา ล้วนแล้วแต่ถูกออกแบบมาได้อย่างเหมาะเจาะและน่าสนใจ

ส่วนสิ่งที่โชว์ความยิ่งใหญ่ (และเล่นใหญ่) ของภาพยนตร์ได้เต็มที่ก็คืองานฝั่งวิชวลเอฟเฟ็คเลย ตัวภาพยนตร์เองทำมาได้ในระดับที่มีมาตรฐานดี คือไม่ถึงขั้นว่าสมจริงขนาดนั้น ยังรับรู้ได้ถึงความปลอม แต่ก็รับรู้ได้ถึงพลังความเวอร์ของมนุษย์โคลนนิ่งที่ภาพยนตร์ต้องการนำเสนอ น่าเสียดายที่ตัวบทอย่างมากกลับทำได้แค่ให้ซอบกใช้พลังกดแรงดันใส่สิ่งของหรือผู้คนลงพื้นแรงๆ จนพื้นแตกบุบพัง (ซอบกทำพื้นพังบ่อยมาก) หรือไม่ก็บีบและขยับสิ่งของไปมา ความหวือหวาในการนำเสนอก็เลยต่ำไปหน่อย ไม่ต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ในยุคก่อนหน้าที่จะให้คนใช้พลังพิเศษยืนปล่อยพลังทื่อๆ ยืนจ้องเพ่งอยู่อย่างนั้น ซึ่งผมว่ามันหมดยุคนั้นไปนานแล้ว ส่วนตัวมองว่าปัญหานี้มาจากคนเขียนบทที่จินตนาการภาพการใช้พลังที่น่าสนใจหรือวิธีใช้พลังที่ฉลาดกว่านี้ไม่ได้ คนทำวิชวลเอฟเฟ็คก็เลยทำได้เท่าที่บทบอกไว้ ก็น่าผิดหวังอยู่

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Seobok ซอบก มนุษย์อมตะ จึงเป็นภาพยนตร์ไซไฟจากเกาหลีที่ทำออกมาได้กลางๆ การนำเสนอออกแนวจับฉ่ายไปหน่อย จะเป็นหนังวิทยาศาสตร์ปรัชญาก็ไม่สุด อยากจะเป็นหนังแอ็คชั่นไซไฟอลังการแต่ได้แค่พังข้าวของรอบตัวเล่น ฉากแอ็คชั่นน้อย เนื้อเรื่องก็ดูได้เรื่อยๆ ฉากคุยมีเยอะ เน้นดราม่าหนักหน่อย นักแสดงนำแต่ละท่านเล่นดีมาก ส่วนด้านโปรดัคชั่นก็ถือว่าทำออกมาได้เลิศหรูอลังการ โดยเฉพาะฉากการใช้พลังถล่มของรอบข้างของซอบก และมีความเล่นใหญ่ตูมตามพอตัว ด้านงานวิชวลเอฟเฟ็คก็ตอบโจทย์ความสมจริงได้ค่อนข้างดี แต่ยังไม่เพอร์เฟ็คนัก...ใครเป็นคอหนังไซไฟที่ติดเวอร์หน่อยๆ อย่างกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่ไม่ได้หวังว่านี่จะเป็นหนังแอ็คชั่น ดูหนังที่คุยกันมากได้ ชอบกงยูหรือพัคโบกอม เชิญชมเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์เลยจ้า!

วิจารณ์หนัง Seobok ซอบก มนุษย์อมตะ Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: