กลไก หัวใจ ดับสูญ ชุด 2 LOVE DEATH + ROBOTS Vol.2

กลไก หัวใจ ดับสูญ ชุด 2 LOVE DEATH + ROBOTS Vol.2


ผู้สร้าง: David Fincher, Tim Miller, Jennifer Miller, Joshua Donen
ซีรีสแอนิเมชั่นเน็ตฟลิกซ์ (Netflix)
จำนวน 8 ตอน (แต่ละตอนยาวไม่เท่ากัน แต่จะไม่เกิน 20 นาทีต่อตอน)
ซีรีส์มีทั้งเสียงต้นฉบับภาษาอังกฤษและเสียงพากย์ไทย


ตัวอย่างแอนิเมชั่นซีรีส์ กลไก หัวใจ ดับสูญ ชุด 2 LOVE DEATH + ROBOTS Vol.2


กลไก หัวใจ ดับสูญ ชุด 2 LOVE DEATH + ROBOTS Vol.2 เป็นซีรีส์ที่ทำการรวมแอนิเมชั่นขนาดสั้นๆ เจ๋งๆ มากมาย โดยครั้งนี้คือชุดที่สอง และยังคงเป็นงานชุดรวมแอนิเมชั่นที่โชว์ความสร้างสรรค์ที่ทั้งหลากหลาย ประหลาด พร้อมนำเสนอความโหดไม่แคร์สื่อเช่นเคย!


การเล่าเรื่องสำหรับซีซั่นนี้โดยภาพรวมแล้วเอาจริงๆ ผมมองว่าค่อนข้างจืดเลยครับ น่าผิดหวังมากหากเทียบกับซีซั่นแรก ซีซั่นนี้แทบทุกตอนล้วนมาในแนวทางจริงจังหรือเขย่าขวัญกันหมด เท่าที่ผมลิสต์ไว้ก็เห็นจะมีเพียง 2 ตอนเท่านั้นที่พยายามขายความเฮฮาบ้าง ภาพรวมของซีซั่นเลยขาดความหลากหลายด้านอารมณ์ และแย่ยิ่งกว่าคือตอนจบของทุกตอนนั้นล้วนจืดชืด ไม่มีความเซอร์ไพรส์พีคใดๆ มีเพียงตอนเดียวที่ผมชอบมากก็คือตอนสุดท้ายของซีซั่นที่มาในแนวทางเป็นบทบรรยายพร่ำพรรณนาราวกับกวี ว่าด้วยเรื่องยักษ์ตัวใหญ่และทุกชีวิตที่ต้องสูญสลาย ก็ถือว่ามีอะไรแปลกใหม่ให้ชมบ้าง ถึงจะนิดเดียวก็เถอะ


ส่วนด้านโปรดัคชั่นโดยภาพรวมของซีซั่นนี้ยังคงรักษาคุณภาพแอนิเมชั่นระดับท็อปของโลกไว้ได้เช่นเคยครับ ซึ่งก็ไม่แปลกถ้ายังเห็นชื่อ Blur Studio เป็นสตูหลักในการสร้าง งานระดับสมจริงท็อปโลกก็ต้องเขาล่ะ และซีซั่นนี้ก็มีเพียงสตูดิโอเดียวนี่แหละที่ได้เป็นผู้สร้างถึง 3 ตอน เรียกว่าแทบจะจัดความสมจริงมาขายให้แบบเต็มสูบ โดดเด่นมาก โดยเฉพาะกับตอนที่แสดงนำโดย ไมเคิล บี จอร์แดน (Michael B. Jordan) นี่เก็บรายละเอียดได้อย่างยอดเยี่ยมจนผมขนลุก ตัวแอนิเมชั่นสามารถนำเสนอสีหน้าอารมณ์ของพี่ไมเคิลออกมาได้เป็นธรรมชาติมาก สมจริงสุดยอด ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการเม้มปาก การทำปากพองอมความเจ็บปวดไว้เพราะตะโกนออกมาไม่ได้ การทำหน้ากลัวแต่ไม่สามารถแสดงสีหน้าได้ชัดเจน ต้องแสดงออกทางสายตาอย่างเดียว รายละเอียดพวกนี้นอกจากนักแสดงนำเรื่องจะต้องเก่งแล้ว ทีมงานที่ต้องแกะออกมาเป็นแอนิเมชั่นก็ต้องเข้าใจความเป็นมนุษย์และมีฝีมือระดับสุดยอดเหมือนกัน นี่ยังไม่รวมไปถึงเรื่อง Texture, Shader, Rendering รวมไปถึงการ Animate ในตอนที่เหลือนะครับ ที่ถึงแม้จะไม่ใช่งานสไตล์เรียลลิสติก แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าของเขาดีจริง



งานมันเรียลมากจนรู้สึกเหมือนว่า ไมเคิล บี จอร์แดน กำลังอยู่ในโลกไซไฟจริงๆ!


ข้อเสียในด้านโปรดัคชั่นซีซั่นนี้มีเพียงอย่างเดียวคือซีรีส์ก็จะขาดความสร้างสรรค์ในงานอาร์ต (Concept Art) ไปหน่อย เพราะอย่างที่บอกไปว่าครึ่งหนึ่งในนี้ต่างก็เป็นซีรีส์ที่เน้นความสมจริงกันหมด และถึงแม้บางเรื่องในนี้จะไม่ได้เน้นความสมจริง แต่ก็จะไม่มีความสดใสแบบนั้นให้เห็นอีก มันขาดความหลากหลายไปหน่อย คุณเลยจะไม่ได้เห็นงานแบบตอนฮิตเลอร์หรือโยเกิร์ตอย่างซีซั่นแรกเลย ซีซั่นนี้คุมโทนความมืดมนมาก


ส่วนภาพรวมของแต่ละตอนนั้นผมจะขอสรุปไว้คร่าวๆ ประมาณนี้
1.ยายแก่แม่บ้านสู้หุ่นยนต์ทำความสะอาด เป็นตอนเปิดเรื่องที่ทำได้แสบสัน มีอารมณ์ทีเล่นทีจริง ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์การเล่าเรื่องที่พยายามเน้นความระทึกขวัญสั่นประสาท แต่ขณะเดียวกันวิธีการเล่าก็เน้นเล่นใหญ่จนเหมือนจะเอาฮามากกว่า ผสมเข้ากับงานอาร์ตที่เป็นแบบกึ่งสมจริง เพราะสัดส่วนตัวละครของเรื่องล้วนออกแนวตัวป้อมพุงพลุ้ยและหัวโต ทำให้เป็นหนึ่งในเรื่องที่งานอาร์ตถือว่าเด่น แม้ท้ายที่สุดจะทำเฉดและเรนเดอร์ออกมาแบบสมจริงก็ตาม


2.แก๊งค์วัยรุ่นในโลกน้ำแข็งกับปลาวาฬลอยได้ ตอนนี้เป็นตอนที่เนื้อเรื่องนั้นจืดชืดและงงงวยที่สุด เหมือนจะเป็นตอนที่พยายามให้แรงบันดาลใจกับผู้ชม แต่ก็ไปไม่สุด เหมือนโดนตัดจบ เรื่องนี้โดดเด่นสุดด้านงานอาร์ตที่มาในสไตล์คอมิคเลย ทำให้ได้ชมอะไรที่แปลกใหม่บ้าง เป็นตอนที่มีระดับอาหารตาที่โอเค


3.ทีมไร้ความรู้สึกล่าฆ่าเด็ก ชวนให้นึกถึงหนังแบบ Equilibrium มาในแนวทางโลกล่มสลายแบบไซไฟ ขายความสมจริงของงานเป็นหลัก ส่วนเนื้อเรื่องก็ทั่วๆ ไปในหนังแนวนี้ที่ตัวเอกต้องเลือกระหว่างเหตุผลของผู้ที่คิดว่าตนเองเจริญแล้วหรือความรู้สึกแบบมนุษย์
4.คนอมตะโดนล่าค่าหัวกลางดาวเคราะห์ทะเลทราย หนึ่งในตอนที่ออกแบบงานอาร์ตมาแบบสมจริง มีความไซไฟสตาร์วอร์สในดาวเคราะห์รกร้าง ให้ความรู้สึกเหมือนหนังคาวบอยนิดๆ แต่เหมือนหนังรักมากกว่า เป็นอีกหนึ่งตอนที่ธรรมดา โดยเฉพาะกับตอนจบ


5.ผีในพงหญ้าสูงกับหนุ่มแว่นนักธุรกิจ เป็นหนึ่งในตอนที่น่าจดจำที่สุด เหตุผลง่ายๆ คือมันมีสไตล์งานที่แตกต่าง ไม่ได้เน้นความสมจริง เรื่องนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูบล็อกกระดาษกำลังขยับเขยื้อนอยู่ แม้แต่เฟรมเรตก็กระตุกคล้าย Spider-Verse ส่วนเนื้อเรื่องก็ถือว่ายังไม่ได้โดดเด่น เป็นเรื่องสั้นระทึกขวัญที่ชวนลุ้นและดูได้เรื่อยๆ แต่เป็นการฆ่าเวลาที่คุ้มค่านะ


 


กลไก หัวใจ ดับสูญ ชุด 2 LOVE DEATH + ROBOTS Vol.2
งานอาร์ตของตอนผีในพงหญ้า เป็นหนึ่งในตอนที่มีสไตล์งานแตกต่าง น่าสนใจ


6.ซานต้าสไตล์ใหม่ ถ้าจำไม่ผิดตอนนี้เป็นตอนที่สั้นที่สุด ยาวไม่ถึงสิบนาที และนำเสนอออกมาได้แปลกใหม่ น่ารัก แต่ก็แอบผสมความสยองด้วยนิดหน่อย ชอบที่นี่เป็นหนึ่งในตอนที่มีงานอาร์ตที่แตกต่าง เพราะมาในแนวทางสต็อปโมชั่น ให้ฟีลเข้ากับช่วงคริสต์มาสภายในเรื่อง มีความเหมาะกับเรื่องเล่าเด็ก
7.ไมเคิล บี จอร์แดน กับหุ่นยนต์เออเรอร์ หนึ่งในตอนที่ขายความสมจริงมากๆ ตัวเนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากมาย เป็นการเอาตัวรอด จุดจบเรื่องก็ไม่ได้โดดเด่น แต่ส่วนที่ยอดเยี่ยมสุดก็อย่างที่บอกไปแล้ว สีหน้าของตัวละครนี่แหละ


8.คนยักษ์เกยตื้นชายหาดกับคนเล็กพร่ำพรรณา หนึ่งในตอนที่เป็นงานสไตล์สมจริงที่สุดแล้ว เพราะเล่าเรื่องในปัจจุบันที่ไม่ได้มีงานออกแบบใหม่เท่าไหร่ มีเพียงยักษ์ตัวใหญ่เท่านั้นในเรื่องนี้ที่หลุดโลกที่สุด และตอนนี้ก็เป็นตอนที่ผมชอบที่สุดเพราะความพร่ำเพ้อพรรณาของมัน (แต่ถ้าใครไม่ชอบแนวนี้ ผมว่านี่ก็เป็นตอนที่ชวนหลับได้เหมือนกันนะ ฮ่าๆ)


สรุปโดยภาพรวมแล้ว กลไก หัวใจ ดับสูญ LOVE DEATH + ROBOTS ชุด 2 จึงเป็นซีรีส์แอนิเมชั่นที่ทำออกมาได้ระดับกลางๆ แต่หากเทียบกับซีซั่นแรกแล้วถือว่าน่าผิดหวัง เพราะพล็อตเรื่องและจังหวะการเล่าเรื่องดร็อปลง ขาดความตื่นตาตื่นใจ ตอนจบแทบทุกตอนไม่ได้น่าจดจำนัก แต่ก็ยังดีที่ได้งานเล่าเรื่องแปลกๆ ที่พร่ำเพ้อพรรณาเป็นบทกวีมาบ้าง ส่วนคุณภาพโปรดัคชั่นยังคงยอดเยี่ยมเช่นเคย สมกับเป็นการรวมสตูดิโองานระดับท็อปของสาย CG เสียดายหน่อยคืองานเกินครึ่งในรอบนี้เน้นแต่สไตล์งานสมจริง ภาพรวมของสไตล์งานจึงไม่เด่นเรื่องความสร้างสรรค์นัก ส่วนความโหดและฉากโป๊เปลือยก็ยังพอมีอยู่เช่นเคย...ใครเป็นคอแอนิเมชั่นสายโหด ทั้งด้านเนื้อเรื่องและโปรดัคชั่นที่สมจริง หาแอนิเมชั่นสั้นๆ ชมฆ่าเวลา เชิญชมในเน็ตฟลิกซ์ได้เลย!


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: