Sweet Tooth สวีท ทูธ

Sweet Tooth (สวีท ทูธ)


ผู้สร้าง: Jim Mickle (กำกับ Stake Land, Cold in July, In the Shadow of the Moon) และ Beth Schwartz (โปรดิวเซอร์ซีรีส์ Arrow, Legends of Tomorrow)
ซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เทเลวิชั่น (Warner Bros. Television) จำนวนตอน: 8 ตอน (เฉลี่ยตอนละ 45 นาที)


ตัวอย่างซีรีส์ Sweet Tooth


Sweet Tooth (สวีท ทูธ) ดัดแปลงมาจากคอมิคชื่อเดียวกัน โดยจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับโลกหลังเกิดไวรัสระบาด เป็นผลทำให้ผู้คนเสียชีวิตไปมากมาย ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นก็เกิดเด็กสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาในชื่อ ‘ไฮบริด’ ซึ่งพวกเขาจะมีลักษณะเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ ซีรีส์จะเน้นเล่าเรื่องของ ‘กัส’ ลูกครึ่งกวางที่อาศัยอยู่กับพ่อ แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันในชีวิตสันโดษกลางป่าของเขา กัสเลยต้องออกเดินทางบนโลกที่ล่มสลายไปแล้วเพื่อตามหาแม่ ก่อนที่ระหว่างทางจะทำให้ได้พบกับเพื่อนใหม่และศัตรูใหม่อีกมากมาย

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้เอาจริงก็ไม่ได้โดดเด่นมากมายครับ ไม่ได้เล่นท่ายากอะไร นี่เป็นเพียงซีรีส์ที่เล่าเรื่องเด็กน้อยผจญภัยในโลกล่มสลาย เพียงแต่นำเสนอได้เหมือนเป็นนิทานเด็กฉบับโหด มีผู้บรรยายคอยอธิบายเปิดต้นเรื่องและปิดจบเรื่องในแต่ละตอน มีภาพลักษณ์ฉากหน้าที่สดใส เน้นความน่ารักใสซื่อของตัวเอกเป็นจุดยืนในการเล่าเรื่อง พร้อมนำเสนอเหล่าตัวละครในโลกของซีรีส์ที่มักจะมีแต่ตัวป่วนตัวเฮฮาน่าจดจำ คอยมาสร้างความหรรษากันอยู่เรื่อยๆ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ถึงขั้นกับขำก๊ากเป็นซีรีส์ตลกโปกฮา แต่ในขณะที่บรรยากาศของโลกก็คุกรุ่นไปด้วยความโหดร้ายระทึกขวัญ เต็มไปด้วยการทำร้ายกัน การไม่ไว้ใจกันจนต้องฆ่ากันทิ้งได้โดยง่าย (แต่วางใจได้ ซีรีส์เรื่องนี้ตัดช็อตหลบมุมเสมอเวลามีฉากฆ่ากัน ทำให้เราไม่เห็นความโหดร้ายเต็มๆ ในเรื่องเลย) ตัวซีรีส์จึงค่อนข้างมีอารมณ์ที่ครบรส เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี
    
การแสดงสำหรับเรื่องนี้แม้ในภาพรวมจะไม่ได้โดดเด่นนัก เพราะนักแสดงหลายคนในเรื่องมักมีการแสดงแบบติดเล่นใหญ่นิดๆ เหมือนทำการแสดงละครเวทีอยู่หน่อย เหมือนติดแสดงเพื่อสร้างรอยยิ้มให้ผู้ชม อันน่าจะเป็นไปตามที่ผู้สร้างต้องการ ผลลัพธ์ที่ได้จึงทำให้บุคลิกของหลายๆ คนไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่อาจเพราะอย่างนั้นเลยทำให้น้อง คริสเตียน คอนเวรี (Christian Convery) ผู้รับบทลูกครึ่งกวางน้อยอย่าง ‘กัส’ โดดเด่นในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ตามสภาพว่านี่เป็นตัวละครสุดป่วนด้วย และตัวน้องเองก็สามารถนำเสนอบุคลิกความป่วนน่ารักใสซื่อของตัวละครนี้ได้แบบกินขาดจริงๆ ทุกอิริยาบถคือดีมาก เป็นตัวแบกเรื่องที่สุด แบกเรื่องด้วยความน่ารัก!



Sweet Tooth (สวีท ทูธ)
น้องกัสน่ารักมากกกกกกก!



โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้คือที่สุดของที่สุดครับ เหมือนกำลังดูงานระดับภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ไตรภาคอยู่ เป็นอะไรที่เวอร์วังอลังการมาก เต็มไปด้วยความทุ่มทุนสร้าง ทั้งด้านการออกแบบฉากบ้านในป่า หรือบ้านเมืองหลังโลกล่มสลายไปแล้ว การจัดหาสถานที่ถ่ายทำก็ทำได้อย่างดี ทำให้เราได้เห็นโลกในมุมที่สวยงามมาก ในขณะเดียวกันด้านเสื้อผ้าหน้าผมก็ออกแบบการสร้างออกมาได้อย่างโดดเด่น ทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ของตัวละครให้น่าจดจำ แบ่งฝักแบ่งฝ่ายได้ชัดเจน สวยงาม รวมไปถึงการจัดแสงและการถ่ายภาพนั้นก็ทำได้อย่างดีมาก เรียกว่าแทบจะไม่มีช็อตไหนที่ไม่สวย เป็นงานที่สร้างขึ้นมาอย่างมืออาชีพ ประณีต และงดงาม งานเทคนิคพิเศษต่างๆ ในเรื่องนี้ก็ทำได้อย่างดี สังเกตได้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างในเรื่องที่เหมือนจะใช้การบังคับหุ่นแทน ก็ทำได้อย่างน่ารัก (หูของกัสก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น) รวมไปถึงงานวิชวลเอฟเฟ็คนั้นก็ช่วยเสริมให้เนื้อเรื่องมีความสมจริงในหลายด้านมากขึ้น ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่หลายช็อตที่มีสัตว์จริงๆ มาเกี่ยวข้องนั้นงานมักจะดูปลอมไปหมด เหมือนมีเวลาทำน้อย หรือไม่ค่อยใส่ใจ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Sweet Tooth จึงเป็นซีรีส์หลังโลกล่มสลายที่ทำออกมาได้ดีมากๆๆๆ เนื้อเรื่องเป็นแนวเด็กน้อยผจญภัยกับผองเพื่อนที่ทำออกมาได้เพลิดเพลิน ออกแบบบุคลิกตัวละครได้น่าสนใจ เน้นความน่ารักสดใส มีฉากป่วนอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ยังแฝงความน่ากลัวลุ้นระทึกของโลกไว้อยู่ ทำให้ซีรีส์มีอารมณ์ครบรส เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี และด้านโปรดัคชั่นนี่แหละคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในซีรีส์เรื่องนี้ เหมือนได้ดูหนังยาวระดับบล็อกบัสเตอร์หลายภาครวดเดียว เต็มไปด้วยการทุ่มทุนสร้าง การออกแบบฉาก ออกแบบเสื้อผ้าหน้าผม รวมไปถึงการถ่ายภาพ การจัดแสง ทำสี ทำวิชวลเอฟเฟ็ค ทุกอย่างเวอร์วังเป๊ะปังมากจนผมอยากจะดูในโรงภาพยนตร์!...ใครเป็นคอซีรีส์ผจญภัย เน้นเด็กน้อยน่ารักเป็นตัวนำเรื่อง ชอบซีรีส์หลังโลกล่มสลายทุ่มทุนสร้างอลังการ เชิญชมในเน็ตฟลิกซ์ได้เลยจ้า!

วิจารณ์หนัง Review by Bombo Aruzo

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: