วิจารณ์หนัง Sweet Girl สวีทเกิร์ล

Sweet Girl สวีทเกิร์ล ผู้กำกับภาพยนตร์: Brian Andrew Mendoza (กำกับเรื่องแรก ก่อนหน้าเป็นผู้กำกับภาพและโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ Road to Paloma, Braven)
ภาพยนตร์เน็ตฟลิกซ์ (Netflix)

ตัวอย่างภาพยนตร์ Sweet Girl สวีทเกิร์ล

Sweet Girl สวีทเกิร์ล เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องของสามีคนหนึ่งที่สัญญากับตัวเองว่าจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของภรรยา ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องปกป้องลูกสาวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ด้วย

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่อง Sweet Girl สวีทเกิร์ลคือแย่ครับ ตรงๆ จากใจเลยคือแย่มาก นี่เป็นหนังที่สภาพค่อนข้างสมกับการที่ผู้กำกับเรื่องนี้เพิ่งมากำกับหนังยาวเองเรื่องแรก หนังเต็มไปด้วยความไม่เข้าร่องเข้ารอย ทุกด้านของภาพยนตร์มันดูกระจัดกระจาย อยู่ผิดที่ผิดทาง มันเหมือนเขาใช้วัตถุดิบที่มีไม่เป็น ทำให้ผลงานที่ออกมานั้นไม่ตอบโจทย์ทั้งด้านเนื้อหาและความสนุกเลย ตัวหนังพยายามโชว์ให้เห็นในตัวอย่างภาพยนตร์และการเลือกดารานำว่าจะเป็นหนังแอ็คชั่น แต่เอาเข้าจริงหนังกลับเน้นเรื่องราวดราม่าชีวิตและครอบครัวมากกว่า รายละเอียดระหว่างทางก็วางไว้ไม่ดี เลยมักจะทำให้เราเกิดความสงสัยกับหนังตลอดถึงความสมเหตุสมผลของบท โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสมจริงในการตัดสินใจของตัวละคร หรือด้านกระบวนการยุติธรรมบนโลกใบนี้ที่ดูแล้วไม่ได้ทำงานแบบโลกสวยเหมือนเรื่องนี้แน่ๆ ขณะเดียวกันช่วงท้ายเรื่องของหนังก็พยายามสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเรา แต่แทนที่จะทำให้เราตื่นเต้นไปด้วย ทำให้เนื้อเรื่องกระจ่างขึ้น เพื่อสร้างความว้าวด้านอารมณ์และเนื้อหา กลับกลายเป็นเกิดคำถามขึ้นมามากมายยิ่งกว่าเดิมอีก
 
เพลงประกอบก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของเรื่อง Sweet Girl สวีทเกิร์ล ที่ผมรู้สึกว่าอยู่ผิดที่ผิดทาง น่ารำคาญมาก เน้นความออร์เครสต้ายิ่งใหญ่แต่ไร้ความฮึกเหิม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องน่าเบื่อ การที่หนังมีฉากแอ็คชั่นแต่ไม่มีการเน้นจังหวะเพื่อให้คนดูรู้สึกตุ๊มๆ ต่อมๆ ไปกับฉากแอ็คชั่นด้วยเลยมันผิดน่ะผมว่า ผิดมาก

แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้คือการได้เห็นนักแสดงหนุ่มสุดล่ำอย่าง เจสัน โมโมอา (Jason Momoa) เล่นบทดราม่า ซึ่งเขาก็แสดงค่อนข้างใช้ได้ซะด้วย โดยเฉพาะกับฉากเศร้า แสดงดีกว่านักแสดงสายล่ำบึ๊กยุคนี้เป็นไหนๆ

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่อง Sweet Girl สวีทเกิร์ลนี่เหมือนจะใหญ่แต่ไม่ใหญ่ครับ สำหรับหนังแอ็คชั่นเรื่องหนึ่ง ซึ่งมันก็เกี่ยวเนื่องกับตัวบทภาพยนตร์อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้า เรื่องที่ว่าหนังนั้นเน้นดราม่ามากกว่าฉากแอ็คชั่น สภาพที่ได้จากเรื่องนี้จึงเป็นฉากแอ็คชั่นไล่ล่าแบบบ้านๆ รูปแบบต่อยตีกันด้วยหมัดและเท้ามากสุด พังข้าวของพังกระจกแตกเล็กน้อย มียิงกันบ้างประปราย ไล่ล่าฆ่ากันตามห้องหับต่างๆ ด้วยคนไม่กี่คน และมีระเบิดอยู่ครั้งสองครั้งทั้งเรื่อง มีรถพังอยู่ประมาณสองสามคัน (แต่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะไล่ล่ากันด้วยรถแต่ประการใด) ที่เหลือเรื่องโปรดัคชั่นนี่ไม่มีอะไรน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโลเคชั่น การออกแบบฉาก หรือสิ่งอื่นใด ภาพรวมหนังเหมือนไปเน้นผิดจุดอย่างว่าไว้ จนทำให้รู้สึกว่าเอาเข้าจริงจะเรียกตัวเองว่าเป็นหนังแอ็คชั่นในยุคนี้ยังแทบจะไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Sweet Girl สวีทเกิร์ล จึงเป็นภาพยนตร์ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างแย่ เป็นหนังที่พยายามโปรโมทความแอ็คชั่น ดูจากทั้งตัวอย่างหนังและการใช้ดาราบึกบึนตัวล่ำแสดงนำ แต่เอาเข้าจริงกลับเน้นดราม่ามากกว่า ฉากแอ็คชั่นมีประปรายแต่ไม่มีฉากไหนสนุกเลย เพลงประกอบก็ที่ใช้ก็ยิ่งทำให้ฉากที่ควรลุ้นน่าเบื่อกว่าเดิมอีก เนื้อหาระหว่างก็ดูไม่ใส่ใจรายละเอียดนัก ทำให้ไม่มีอะไรน่าเชื่อสักอย่าง ช่วงท้ายยิ่งปวดหัว พยายามเซอร์ไพรส์คนดูแต่กลับน่ากุมหัวกว่าเดิม ส่วนด้านโปรดัคชั่นนั้นก็ระดับกลางๆ เพราะอย่างที่บอกว่าหนังเน้นดราม่า ฉากแอ็คชั่นก็แค่ไล่ล่ากันไปตามเมืองต่างๆ ไม่ได้มีความวินาศใดๆ ทั้งเรื่องมีรถระเบิดอยู่แค่คันสองคันเองมั้ง...ใครต้องการหนังดราม่าผสมแอ็คชั่นฆ่าเวลา เชิญชมในเน็ตฟลิกซ์ได้เลย!

วิจารณ์หนัง Sweet Girl สวีทเกิร์ล/Review by Bombo Aruzo



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: