Squid Game สควิดเกม เล่นลุ้นตาย

Squid Game สควิดเกม เล่นลุ้นตาย

ผู้กำกับซีรีส์: Hwang Dong-hyuk (My Father [2007], Silenced [2011], Miss Granny [2014], The Fortress [2017])
Squid Game สควิดเกม เล่นลุ้นตาย จำนวนตอน: 9 ตอน (เฉลี่ยตอนละ 55 นาที) ซีรีส์เกาหลีใต้ / ซีรีส์เน็ตฟลิกซ์

ตัวอย่างซีรีส์ Squid Game สควิดเกม เล่นลุ้นตาย

Squid Game สควิดเกม เล่นลุ้นตาย เป็นซีรีส์สยองขวัญจากเกาหลีใต้ที่จะเล่าเรื่องของกลุ่มคนถังแตกหลายร้อยคนที่ได้รับคำเชิญปริศนาให้เข้าร่วมเล่นเกมที่เต็มไปด้วยการละเล่นแบบเด็กๆ แต่กลายเป็นว่าเกมเด็กๆ นั้นเล่นพวกเขาถึงตาย...และหากใครรอดชีวิตจากเกมจะได้คว้าเงินรางวัลกว่า 45,600 ล้านวอนไป!

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้จัดว่านำเสนออกมาได้ดีครับ หากเทียบกับซีรีส์หรือหนังแนวสยองขวัญเอาตัวรอดเรื่องอื่นก็ถือว่าอยู่ในระดับท็อปพอสมควร มีความโดดเด่นอย่างมากในการการตัดต่อจังหวะจะโคนของเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม ชวนให้ ‘ระทึกลุ้นและสยองถึงใจ’ ดูง่าย ไม่ค่อยมีอะไรสลับซับซ้อน อารมณ์เรื่องเน้นไปที่ความดราม่าเป็นหลัก เน้นนำเสนอชีวิตนอกเกมและในเกมของผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายว่าเป็นมายังไง ซึ่งก็ลำดับเรื่องได้ดี พาให้เราไปเห็นชีวิตอันแสนยากลำบากของแต่ละคนก่อนจะต้องมาเล่นเกมแลกชีวิต ทำให้เมื่อพวกเขาเล่นเกมเราจะลุ้นอยู่ตลอดว่าแต่ละคนจะอยู่หรือจะไปในช่วงเวลาไหนของเกมบ้าง ขณะเดียวกันก็มีประเด็นทางสังคมให้ขบคิด ซึ่งอันนี้ไม่ได้ต่างจากเรื่องอื่นนัก

เอาจริงถ้าคุณเป็นคนชอบดูพวกแนว Battle Royale หรือแนวจับคนมาแข่งเกมกันโดยต้องเดิมพันระหว่างชีวิตกับเงินมหาศาล ก็เชิญชมได้เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่ๆ

แต่ดูไปดูมาตัวซีรีส์เองก็พอจะมีจุดบอดอยู่เล็กๆ อยู่ และสิ่งนั้นเกิดขึ้นในช่วงแข่งเกมครับ ส่วนตัวรู้สึกว่าเหล่าเกมที่ผู้สร้างเลือกมาใช้เล่าเรื่อง ให้ตัวละครได้แข่งกันนั้นดูไม่ได้ชวนให้ผู้เล่นใช้สมองเข้าสู้เลย วิธีเล่นภายในเรื่องค่อนข้างจะดาษดื่น ไม่เน้นดวงก็เน้นสันดานดิบของคนเพื่อเอาชนะ คือผมเข้าใจแหละว่าคอนเซ็ปการแข่งเกมของเรื่องนี้มันเป็นการเอาเกมเด็กๆ มาเล่นกัน แต่เชื่อเถอะว่าเอาเข้าจริงพอผู้ใหญ่เอามาเล่นแล้วก็ย่อมต้องมีวิธีการเอาชนะแบบผู้ใหญ่กันบ้าง หรือไม่ก็ต้องเลือกเกมที่เหมือนจะเล่นง่าย แต่เอาเข้าจริงกลับมีทริคที่ทำให้เล่นชนะได้ด้วยการใช้สมองมากกว่ากำลัง (ซึ่งเรื่องนี้ก็มีอยู่เกมนึงที่ทำเซอร์ไพรส์แบบนั้นได้ ก็ถือว่ายอดเยี่ยมครับ) คือถ้าใครคาดหวังว่าจะเจอการแข่งเกมแบบ Liar Game หรือแม้แต่แบบหนังจีนจับคนมาแข่งเกมอย่าง Animal World (เจิ้งไค ฮีโร่เกรียนกู้โลก) แบบที่ตัวละครส่วนมากใช้ทริคและสมองเข้าสู่กัน เรื่องนี้แทบจะไม่มีอะไรแบบนั้นเลย คุณแค่ต้องลุ้นไปเรื่อยๆ ว่าใครจะอยู่รอดจนถึงจุดไหนกันบ้างก็เท่านั้น

Squid Game_Official Trailer_Pic1

การแสดงสำหรับซีรีส์นี้คือสุดยอดครับ สุดยอดทุกคน คือจริงๆ ขี้เกียจจะกล่าวถึงเรื่องนี้แล้วเพราะงานจากเกาหลีใต้ที่เน็ตฟลิกซ์ให้ทุนนี่แทบจะไม่มีทางหลุด QC เรื่องคุณภาพการแสดงไปได้เลย (ฮ่าๆ) แต่ก็อดที่จะชมไม่ได้จริงๆ เพราะนักแสดงในเรื่องนี้คือทุกคนจัดเต็มอย่างมาก โดยเฉพาะพวกอารมณ์สุดขีดทั้งหลายแหล่ พร้อมใช้พลังสูง พร้อมจะเป็นคนบ้าตามอารมณ์ของเรื่อง ไม่ว่าจะฉากกรี๊ดร้องตกใจ ฉากโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ฉากร้องไห้ดราม่า รวมไปถึงฉากทะเล้นบ้าบอต่างๆ นักแสดงทุกท่าน ทุกคน ทุกฉาก ล้วนแล้วแต่จัดเต็มทั้งสิ้น ไม่มีแตกแถว

ด้านโปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ดูทุ่มทุนสร้างมากครับ อลังการเวอร์ ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะตามข้อมูลแล้วใช้ทุนสร้างไปกว่า 39 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราวๆ 1,200 ล้านบาท) ผลงานที่ได้จึงออกมาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกจุด ทุกฉากถูกรังสรรค์มาอย่างเต็มสูบไม่มีหมกเม็ด ไม่มีพื้นที่ว่างไร้ประโยชน์ ตอบโจทย์ทั้งความสวยและความประหลาดที่เข้ากับเนื้อเรื่องที่เดาทางได้ยาก ทีมงานซีรีส์เองก็ถ่ายภาพจัดแสงทุกช็อตได้อย่างงดงาม รวมไปถึงการออกแบบงานสร้างโดยภาพรวมภายในสถานที่เล่นเกมก็ยอดเยี่ยม เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมหรือฉากที่ถูกสร้างขึ้นก็ล้วนแล้วแต่ผ่านความคิดด้านการออกแบบมาอย่างดี มีการคุมโทนอย่างเป๊ะ ทั้งเรื่องสีสัน เสื้อผ้าที่ใช้ หน้ากากแบบต่างๆ และสัญลักษณ์ต่างๆ ภายในเรื่อง รวมไปถึงโทนของห้องแต่ละห้องในพื้นที่เล่นเกมก็ถูกคุมมาอย่างดี แม้แต่การจัดเรียงที่นอนของผู้เข้าแข่งขันยังถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม สำหรับคนเสพงานอาร์ตอย่างผมแล้วถือว่านำเสนอได้สุดยอดเลยครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ซีรีส์เองทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมคือเรื่องสเปเชียลเอฟเฟ็คทั้งหลายเลย โดยเฉพาะการสร้างความสยองขวัญให้เนื้อเรื่องจากพวกเลือดและชิ้นเนื้อมนุษย์ ซึ่งทีมงานนำเสนอออกมาได้ดูแหวะและสมจริงอย่างมาก สมจริงแบบกล้าโคลสอัพด้วย เลือดสาดเต็มจอ ชิ้นอวัยวะภายในเต็มตา ไม่กลัวไม่แคร์เซนเซอร์ใดๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญกับความสยองของเรื่องอย่างยิ่ง ช่วยสร้างความหวาดผวาและความลุ้นไปกับตัวละครว่าใครจะมีจุดจบอันโหดร้ายในรูปแบบไหนได้บ้าง ขณะเดียวกันการนำเสนอฉากเหล่านี้ในซีรีส์ก็ยังทำได้ดี เพราะแม้จะมีความโหดแต่ก็โหดตามสมควร คือฉากโหดที่โหดที่สุดนั้นแหวะมาก เห็นตับไตไส้พุงหมด เลือดสาดกระจายเต็มจอ แต่ขณะเดียวกันฉากพวกนี้ก็มีเท่าที่จำเป็น ไม่ได้มีทุกห้านาที ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นหนังเกรดบีขายคนซาดิสม์ ทำให้เราไม่รู้สึกว่ามันเลยเถิดเกินความจำเป็นสักเท่าไหร่

 Squid Game_Official Trailer_Pic2
สิ่งสุดท้ายที่ส่วนตัวแอบชอบเป็นพิเศษคือเพลงประกอบหลักของเรื่องเพลงนึงที่ติดหูใช้ได้ เป็นเพลงที่มักใช้ประกอบตอนช่วงเริ่มเกมแต่ละเกม เพลงมีโน้ตไม่กี่ตัว วนลูปง่ายๆ พร้อมเสียงกลองตุ๊มๆ ต่อมๆ ค่อยๆ ตีไปเรื่อยๆ คอยรองพื้นอยู่ตลอด แต่เพลงนี้ตอบโจทย์ความลุ้นของฉากอย่างมาก และได้อารมณ์ที่ประหลาดเข้ากับโทนเรื่องด้วย

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Squid Game สควิดเกม เล่นลุ้นตาย จึงเป็นซีรีส์ระทึกขวัญจากเกาหลีใต้ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม มีความสนุกเป็นพื้นฐาน ดูง่ายย่อยสบาย มีประเด็นทางสังคมให้ขบคิด ช่วงจังหวะการแข่งขันนั้นเล่นเรื่องอารมณ์และความดราม่ามากกว่า ผิดหวังเล็กน้อยตรงการออกแบบเกมแต่ละเกม และวิธีเล่นของผู้เล่นที่ไม่ได้มีอะไรหวือหวามาก เพราะเน้นการหลอกคนอื่นเพื่อชนะมากกว่าใช้สมอง แต่เรื่องมีจังหวะการตัดต่อที่ดูสนุก ชวนลุ้น และมีความโหดระดับที่ไม่เกรงกลัวเซนเซอร์ใดๆ ด้านการแสดงของทุกคนคือสุดยอด มาตรฐานเกาหลีใต้คือระดับโลกจริง ส่วนด้านโปรดัคชั่นนั้นจัดเต็มทุกฉาก ไล่ไปตั้งแต่ฉากในเมืองจนถึงฉากเล่นเกม ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม ความยิ่งใหญ่ และความประหลาด เพลงประกอบหลักติดหูใช้ได้...ใครเป็นแฟนแนวผู้เล่นรวมตัวแข่งกันเอาตัวรอด (Battle Royale) ชอบงานโปรดัคชั่นแบบจัดเต็มทุกด้าน เชิญชมทางเน็ตฟลิกซ์ได้เลย!

 วิจารณ์หนัง Squid Game สควิดเกม เล่นลุ้นตาย Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: