วิจารณ์หนัง The Suicide Squad เดอะ ซุยไซด์ สควอด

The Suicide Squad

ผู้กำกับภาพยนตร์: James Gunn (Slither, Guardians of the Galaxy Vol.1 และ Vol.2)

ตัวอย่างภาพยนตร์ The Suicide Squad เดอะ ซุยไซด์ สควอด

The Suicide Squad เดอะ ซุยไซด์ สควอด เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฝั่งดีซีที่เล่าเรื่องของกลุ่มนักโทษเดนตายฝีมือฉกาจที่ถูกสั่งให้รวมตัวกันทำภารกิจฆ่าตัวตาย โดยครั้งนี้พวกเขาต้องทำการแทรกซึมเข้าไปยังประเทศของผู้นำเผด็จการแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเกาะ เป้าหมายเพื่อทำลายของบางสิ่งภายในศูนย์วิจัยที่กำลังเพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตลึกลับที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่ออเมริกาและโลกได้ในภายหลัง

การเล่าเรื่องโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้เอาจริงๆ คือไม่มีอะไรเลยครับ (ฮา) นี่เป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงหรรษาล้วนๆ ไม่ต่างจาก Guardians of the Galaxy ทั้ง 2 ภาค (แหงล่ะ ผู้กำกับคนเดียวกัน) หนังเปิดเรื่องเร็วมาก มาถึงก็รวมตัวทำภารกิจกัน เปิดฉากด้วยความยิ่งใหญ่ บ้าระห่ำ ถล่มกันเลือดสาดชิ้นเนื้อกระจายเละเทะ ก่อนจะค่อยๆ เปิดเผยให้ระหว่างทางว่าเหล่าตัวร้ายตัวนำของเรื่องนั้นแต่ละตัวมีพื้นเพกันยังไงบ้าง มีความคิดความอ่านและมองโลกแบบไหน ส่วนที่เหลือก็เป็นความสนุกล้วนๆ เลยจริงๆ เพราะทุกคนในเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นคนติงต๊องหรือไม่ก็เป็นคนบ้าจริงจัง ทำให้มักจะมีปัญหากับทีมตัวเอง และมีปัญหากับคนรอบข้างตลอดเวลา บทพูดของทุกคนก็มีตบมุขยียวนกวนประสาทอยู่อย่างสม่ำเสมอ เรื่องคำหยาบนี่ไม่ต้องพูดถึง จัดเต็มกันแบบเต็มสูบ พ่นออกมาแต่ละคำนี่แสดงความคิดแต่ละคนเลยว่าทุเรศทุรังไม่มียั้งจริง (ฮา) แต่อันนี้ต้องบอกก่อนนะว่าผมดูแบบเสียงต้นฉบับนะ ไม่แน่ใจว่าพากย์ไทยแปลกันหยาบได้ถึงขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ คือแบบซับไทยที่ผมดูเนี่ยฝรั่งใช้คำว่า “Dick” แต่แปลซับไทยดันแปลว่า “กล้วย” อันนี้ทำผมหัวเสียอยู่เหมือนกัน เพราะนี่มันหนังซูเปอร์ฮีโร่เรทอาร์แล้วนะเหวย ทำไมต้องเซนเซอร์คำที่ใช้อะไรนักหนา

การออกแบบตัวละครสำหรับเรื่องนี้คือสุดยอดครับ หรือจริงๆ จะบอกว่าดัดแปลงมาจากต้นฉบับคอมิคเป็นรูปแบบภาพยนตร์ได้ดีมากๆ ก็ได้ ดีไม่แพ้ภาคปี 2016 แต่ต่างกันตรงที่เรื่องนี้นำเสนอตัวละครทุกตัวมาในแนวสดใสจี๊ดจ๊าดตั้งแต่เริ่ม มีแต่ตัวกวนประสาทสร้างสีสันอย่าง ‘ฮาร์ลีย์ ควิน’ ‘ทิงเกอร์’ ‘กัปตันบูมเมอร์แรง’ แล้วก็มีตัวเคร่งขรึมที่ยังพอมีมุมทึ่มๆ บ้าๆ ให้เราได้เห็นอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น ‘บลัดสปอร์ต’ ‘ริค แฟล็ค’ ‘พีซเมคเกอร์’ หรือจะมีอีกแบบก็คือตัวที่มานำเสนอความทึ่มและความน่ารักแบบเพียวๆ เลยอย่าง ‘คิง ชาร์ค’ หรืออีกชื่อคือ ‘นานาเว’ ทุกตัวล้วนแล้วแต่ส่งเสริมความหรรษาให้เนื้อเรื่อง แถมแทบทุกตัวยังมีมิติมากพอ ทำให้เห็นถึงความที่แต่ละคนนั้นไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด แค่มีวิธีการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่น เลยทำให้ต้องมาอยู่คุกแทน ซึ่งเมื่อรวมจากที่บอกไว้แล้วในย่อหน้าก่อนหน้า จึงทำให้การออกแบบตัวละครเรื่องนี้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการแบกเรื่องไว้ ทำให้มีความสนุกให้ชมตลอดรอดฝั่งตั้งแต่ต้นยันจบ สมกับเป็นหนังรวมตัวร้ายตัวแสบจริงๆ

The Suicide Squad
นานาเว น่าร้ากกกกกกกก

Suicide Squad [2016] VS The Suicide Squad [2021]...ถ้าถามผมให้เทียบกันแบบสรุปๆ น่ะ เนื้อเรื่องโดยภาพรวมภาคนี้ไม่ได้ต่างจาก Suicide Squad ปี 2016 เลย ยังคงเป็นหนังรวมตัวแสบทำภารกิจเสี่ยงตายเหมือนกันเป๊ะ และยังมีน้ำจิตน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนพ้องเมื่อยามจำเป็น ทำร้ายกันเองบ้างตามประสา แต่ต่างกันตรงที่เรื่อง The Suicide Squad ปี 2021 นี้จงใจเป็นหนังแสบสันกวนได้โล่แบบนี้มาตั้งแต่แรก มันจึงไม่มีเรื่องราวใดๆ ที่ดูติดขัดระหว่างทาง ขณะที่เวอร์ชั่นปี 2016 นั้นผู้กำกับออกมาแฉแล้วว่าสตูดิโอบังคับให้ถ่ายใหม่เปลี่ยนโทนเรื่องให้สดใสขึ้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นดาร์คกว่าที่เราเห็นมาก เราจึงเห็นความไม่เข้าท่าหลายๆ อย่าง เพราะมันฝืนธรรมชาติของหนังที่ไม่ควรจะหรรษาตั้งแต่แรกนั่นเอง

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้นี่สุดยอดมากครับ เป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ที่คู่ควรกับทุนสร้าง 185 ล้านเหรียญสหรัฐจริงๆ มีทุกอย่างที่หนังซูเปอร์ฮีโร่สุดยิ่งใหญ่ควรจะมี ไล่ไปตั้งแต่ฉากแอ็คชั่นสุดอลังการ ต่อสู้กันพร้อมกับหนีตึกถล่มไปด้วย ยิงกันเละเทะเลือดสาดกระจาย เศษเนื้อเศษหนังปลิวว่อน หรือฉากแอ็คชั่นทั่วไปที่เน้นจำนวนคนตายมากกว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นฉากที่เพิ่มความหรรษาสะใจให้กับเนื้อเรื่องแนวโหดฮาอย่างนี้ได้ดี ด้านวิชวลเอฟเฟ็คเองก็ทำออกมาได้อย่างดีเลิศ ไล่ไปตั้งแต่ตัวของ ‘คิง ชาร์ก’ หรือ ‘นานาเว’ นั้นก็นำเสนอออกมาได้ดูสมจริง จับต้องได้ มีชีวิตชีวา บรรดาฉากถล่มหรือฉากพิเศษทั้งหลายแหล่นั้นก็นำเสนอออกมาได้อย่างดี น่าจดจำ โดยเฉพาะฉากฮาร์ลีย์สู้ในคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยเทคนิคพิเศษสีสันสดใสปลิวว่อน พวกบรรดาร่างคนและชิ้นเนื้อระเบิดเละที่บอกไปนั้นทีมงานก็นำเสนอออกมาได้แหวะสมจริงดี เอาใจคอหนังฮาโหดแบบเต็มสูบ อีกส่วนหนึ่งที่ผมชอบมากๆ ก็คือด้านเสื้อผ้าหน้าผมที่เรื่องนี้ก็ยังคงทำออกมาได้ดีเวอร์ๆ ไม่แพ้ภาคปี 2016 แต่จะต่างกันตรงที่ภาคนี้จะเน้นสีสันสดใสมากกว่า เข้ากับความจี๊ดจ๊าดของบุคลิกและอารมณ์เรื่องแบบสุดๆ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว The Suicide Squad เดอะ ซุยไซด์ สควอด จึงเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่จากดีซีที่ทำออกมาได้บันเทิงมาก เป็นหนังรวมพลตัวแสบที่ปั่นป่วนทุกอณู ตัวละครทุกตัวมีแต่ความติงต๊อง โดดเด่นน่าจดจำ พร้อมยิงมุขตลกตลอดเวลา และพ่นคำหยาบออกมาได้ทุกเมื่อ ขณะเดียวกันฉากแอ็คชั่นเองก็วุ่นวาย บ้าพลัง และระห่ำเละเทะเลือดสาดสะใจ ระเบิดตูมตามวินาศสันตะโรกันเต็มที่ โปรดัคชั่นโดยภาพรวมนั้นยิ่งใหญ่มาก ทั้งงานที่สร้างขึ้นมาจริงๆ และงานด้านซีจีที่ถล่มทลายไม่แพ้หนังเอเลี่ยนถล่มโลก เสื้อผ้าหน้าผมเองก็ออกแบบได้เด่น ช่วยให้เหล่าตัวละครทั้งหลายน่าจดจำขึ้นมาก และยังคงเอกลักษณ์จากคอมิคได้เป๊ะ...ใครเป็นคอหนังรวมทีมคนแสบ ชอบหนังบู๊เละเทะไม่ต้องคิดมาก สาระมีนิดเดียว เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

ปล.ภาพยนตร์มีฉากหลังเครดิต 1 ฉาก รอดูจนจบเครดิตได้เลย ฉากนี้จะปูทางให้กับซีรีส์ใหม่ของ HBO Max จ้ะ

วิจารณ์หนัง/Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: