วิจารณ์หนัง Free Guy ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่

ผู้กำกับภาพยนตร์: Shawn Levy (กำกับ Night at the Museum ทั้ง 3 ภาค, Real Steel)

ตัวอย่างภาพยนตร์ Free Guy ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่

Free Guy ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่ เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องของพนักงานธนาคารคนหนึ่งที่เพิ่งค้นพบว่าตนเองนั้นเป็น NPC ในเกม (ตัวละครที่ผู้เล่นไม่ได้เป็นคนบังคับ) เขาได้ตัดสินใจผันเปลี่ยนชีวิตแล้วเดินตามทางตัวเองในแบบที่ต้องการ เป็นฮีโร่ในโลกที่ไร้ขีดจำกัด ปกป้องโลกในแบบของเขา...ก่อนจะสายเกินไป

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้นี่ต้องกล่าวตามตรงว่าไม่มีอะไรเลยครับ (ฮ่าๆ) นี่เป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ที่เล่าเรื่องตามสูตรเป๊ะ ดูง่ายมากๆ ทื่อๆ ตัวละครทุกตัวมีนิสัยตรงไปตรงมาหมด ใครเป็นตัวร้ายก็ร้ายตลอด ใครเป็นตัวดีก็ดี๊ดีอยู่อย่างนั้น ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน มีประเด็นเรื่องนิดเดียวเกี่ยวกับความกล้าที่จะมีอิสระในการใช้ชีวิต เพราะหนังนั้นเน้นขายมุขตลกเป็นหลัก (และมีอารมณ์โรแมนติกนิดๆ) หยอดความฮาเข้ามาได้ทุกฉากทุกเวลาไม่มีเว้น ยิ่งเลยกลางเรื่องไปยิ่งเน้นลูกบ้าหนัก ล้อเลียนแฟรนไชส์หนังเรื่องอื่นไปเรื่อยแบบไม่พัก เรียกได้ว่าใครต้องการหนังผ่อนคลายสมองล่ะมาชมถูกเรื่องแน่นอน เล่นใหญ่ทุกฉากจนไม่ต้องไปถามหาความสมจริงภายในเรื่องเลยครับ จากใจเด็กเนิร์ดไอทีนักเล่นเกมคนนึงที่งงมากว่าตัวละครจะปิดเซิร์ฟเวอร์เกม ทำไมต้องเอาขวานไปจามเครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้พังด้วย คิดอะไรไม่ออกสั่งตัดไฟตึกปิดระบบไฟสำรอง (ถ้ามี) ก็จบแล้วมั้ง
แต่ก็นะ...หนังเน้นเอาฮาอยู่แล้ว ใครจะสนเรื่องความสมจริง?

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมครับ ยิ่งใหญ่อลังการสมงบราวๆ 100 - 125 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นส่วนงานที่เน้นกว่าเนื้อเรื่องอย่างมากและทำได้ดี เป็นภาพยนตร์ที่พยายามนำเสนอชีวิตในเกมได้อย่างดี พยายามนำเสนองานสร้างให้เข้าถึงผู้เล่นเกมและผู้สร้างเกม หนังใช้ซีจีหนักมาก ใช้แทบทุกช็อตจนให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูแอนิเมชั่นเรื่องนึงอยู่ และทุกช็อตก็เต็มไปด้วยเนื้อหาการเล่าเรื่อง ทุกมุมภาพไม่มีปล่อยปละละเลย ระยะหน้ามีนักแสดงเล่นอยู่ ระยะหลังก็จะมีตัวละครเกมตัวอื่นสร้างฉากแอ็คชั่นหรือนำเสนอความปั่นป่วนในโลกของเกมอยู่ตลอดเวลา เป็นส่วนช่วยสร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่องอย่างมาก ด้านเสื้อผ้าหน้าผมเองก็จัดเต็มหลุดโลก เข้าถึงความบ้าของโลกแห่งเกม แต่ก็มีบ้างที่บางตัวละครนั้นก็ใส่ชุดซะเฉิ่มและไม่สมกับเป็นชุดในเกมเท่าไหร่ ขณะที่องค์ประกอบอื่นๆ เองก็ออกแบบมาได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

ส่วนเรื่องความสมจริงของวิชวลเอฟเฟ็คทั้งเรื่องนั้นก็วิจารณ์ยากหน่อย เพราะหลายฉากในเรื่องก็ทำออกมาได้สมจริงยอดเยี่ยม ขณะที่บางช็อตเองก็ทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็สามารถมองได้ว่าผู้สร้างจงใจให้มันดูปลอมๆ เหมือนกำลังเล่นเกมอยู่มากกว่า แนะนำว่าใครเป็นสายจับผิดกับงานซีจีก็อย่าไปอะไรกับมันมากละกันครับ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Free Guy ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่ จึงเป็นภาพยนตร์ที่เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก หรรษาบ้าบอไปเรื่อย นำเสนอภาพของคนเล่มเกมและผู้สร้างเกมได้อย่างตลก ปั่นป่วน เนื้อหาสมจริงบ้างไม่สมจริงบ้าง เน้นดูง่ายเข้าไว้ ประเด็นของเรื่องเกี่ยวกับอิสระของชีวิตนั้นงดงาม ด้านโปรดัคชั่นภาพรวมนั้นยิ่งใหญ่อลังการเวอร์ ใช้ซีจีทั้งเรื่องจนทำให้รู้สึกเหมือนกำลังชมแอนิเมชั่นเรื่องนึงอยู่ และนำเสนอมาได้ดีมากๆ เป็นงานที่ใส่ใจจนทำให้ทั่วทุกมุมภาพทุกฉากนั้นมีอะไรให้ชมได้อยู่เสมอ...ใครเป็นคอหนังเกี่ยวกับเกม ชอบหนังบล็อกบัสเตอร์บิ๊กเบิ้มเฮฮาไปเรื่อย เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: