วิจารณ์หนัง Tokyo Revengers โตเกียว รีเวนเจอร์ส

 Tokyo Revengers โตเกียว รีเวนเจอร์ส

Tokyo Revengers โตเกียว รีเวนเจอร์ส
ผู้กำกับภาพยนตร์: Tsutomu Hanabusa (Sadako 3D ภาค 1-2, Tori Girl, Kakegurui The Movie (โคตรเซียนโรงเรียนพนัน) ทั้ง 2 ภาค และ Grand Blue)
ตัวอย่างภาพยนตร์ Tokyo Revengers โตเกียว รีเวนเจอร์ส

Tokyo Revengers โตเกียว รีเวนเจอร์ส เป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นจากมังงะและอนิเมะชื่อดังที่จะเล่าเรื่องของชายขี้แพ้ไร้อนาคตวัยยี่สิบกลางๆ ที่บังเอิญได้มีโอกาสย้อนเวลากลับไปยังช่วงชีวิตวัยมัธยมต้นของตนเอง เหตุการณ์ในอดีตทำให้เขานึกถึงทุกสิ่งที่เขาต้องสูญเสียไปก่อนหน้านี้โดยมีแก๊งค์หนึ่งในโตเกียวมาเกี่ยวข้อง ทำให้เขาตัดสินใจว่าจะต้องแก้ปัญหาในแก๊งค์นี้เพื่อปกป้องทุกสิ่งที่เขารักให้ได้!

ด้วยความที่ส่วนตัวดูอนิเมะมาจนจบแล้ว ในย่อหน้าสุดท้ายของบทความนี้เลยจะมีการเปิดเผยเนื้อเรื่องบางส่วนให้นะครับ เพื่อเปรียบเทียบให้กับแฟนอนิเมะได้ทราบว่าหนังมีฉากอะไรบ้าง ตัดอะไรไปบ้าง และดัดแปลงอะไรไปบ้าง โดยจะพยายามไม่สปอยล์มาก เพราะแค่อยากให้ผู้ที่ต้องการชมได้รู้เฉยๆ ว่าสามารถคาดหวังให้ตัวละครไหนหรือฉากไหนจากอนิเมะมาปรากฎในหนังได้บ้างก็เท่านั้น

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ทำได้กลางๆ ค่อนไปทางน่าผิดหวังครับ ส่วนตัวได้ชมเวอร์ชั่นอนิเมะมาแล้วก็ต้องบอกว่าหนังเหมือนไม่ได้เอาข้อดีหลายอย่างมาใส่ในฉบับไลฟ์แอ็คชั่น สิ่งแรกที่น่าผิดหวังคือหนังนั้นรีบเร่งเล่าเรื่องเกินไป เหมือนเป็นการรีแคปเอาเรื่องราวของอนิเมะตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนที่สิบสองช่วงต้นมายัดใส่ในหนังสองชั่วโมง ฉากต่อฉากต่อฉากไปเรื่อยๆ ซึ่งจังหวะที่รีบเร่งนี้ส่งผลให้หนังแทบจะไม่มีโมเมนท์ชวนอินกับตัวละครทั้งหลายเลย ไม่รู้สึกถึงความรักของฮินาตะกับทาเคมิจิ ไม่รู้สึกถึงความสัมพันธ์ของกลุ่มโตเกียวมันจิไค แถมหนังยังตัดรายละเอียดฉากหยอกล้อหรือแตกหักบางอย่างที่มีผลต่อความสัมพันธ์ของกลุ่มด้วย ก็เลยทำให้ทุกอย่างดูรีบเร่งและจืดชืดไป พอจะมีใครโชว์เท่หรือฮึดสู้ขึ้นมาก็เลยไม่พีคเท่าที่ควร ภาพรวมจึงไม่ค่อยมีอะไรน่าจดจำนักในฐานะหนังไลฟ์แอ็คชั่น ดูแล้วผมรู้สึกว่าต้องเป็นคนดูอนิเมะมาแล้วเท่านั้นถึงจะอิน เพราะคุณรู้จักตัวละครเหล่านี้มาก่อนแล้ว

สิ่งหนึ่งในหนังที่ค่อนข้างขัดใจผมก็คือการแสดงที่ค่อนข้างเบียวหนักครับ นี่เป็นหนังที่นักแสดงหรือผู้กำกับดูตั้งใจพยายามให้เลียนแบบท่วงท่าทุกอย่างของตัวละครตามแบบต้นฉบับแบบไม่คิดจะปรับเลยสักนิด คำพูดของตัวละครที่ใช้บางครั้งก็สละสลวยซะเหมือนหลุดมาจากอีกโลก การแสดงฉากแอ็คชั่นเองก็พอกัน หลายคนใช้ท่าเตะต่อยเน้นเอาเท่เกิน ซึ่งนักแสดงที่ต่อยตีเป็นจนทำให้ท่วงท่าตัวละครดูดีก็มี แต่บางคนก็ดูต่อยเตะซะไม่เป็นเท่าไหร่ ทำให้เราไม่เข้าถึงความแข็งแกร่งของตัวละครเลย และสิ่งเล็กน้อยอย่างนึงที่ผมไม่ชอบที่สุดเลยคือในฉบับอนิเมะนั้นความคิดของพระเอกอย่างทาเคมิจิมักถูกถ่ายทอดออกมาเป็นวอยซ์โอเวอร์ให้เราได้เข้าใจสิ่งที่อยู่ในหัวเขาตอนนั้น แต่ฉบับไลฟ์แอ็คชั่นนั้นกลับปรับให้กลายเป็นพระเอกพูดบ่นคนเดียว มันเลยเหมือนดูละครอยู่ หรือไม่ก็เหมือนคนบ้า

ส่วนฉากแอ็คชั่นในภาพรวมนั้นก็ค่อนข้างน่าพอใจครับ แม้การแสดงจากหลายตัวละครจะเบียวอย่างที่บอกไป แต่หนังก็มีฉากต่อสู้เล็กๆ ไปจนถึงฉากต่อสู้แบบตะลุมบอนให้ได้ชมพอสมควร ซึ่งก็มีจำนวนฉากเหล่านี้เท่าที่อนิเมะตอนแรกจนถึงตอนที่สิบเอ็ดมีนั่นแหละครับ สูบฉีดความมันส์ให้เราได้เรื่อยๆ เพียงแต่รายละเอียดมีรวบรัดและเปลี่ยนไปบ้างอย่างที่บอกไป และผมค่อนข้างชอบอีกอย่างคือนักแสดงญี่ปุ่นเวลาเขาเล่นฉากแอ็คชั่นนั้นเขาทุ่มสุดตัวกันจริงๆ พร้อมกลิ้งพร้อมเจ็บตัว คลุกคลานซ่อมซ่อเหมาะกับสถานการณ์ นับถือสปิริต



ข้อดีหลักของหนังคือความฮาครับ หนังยังพอเก็บตกความป่วนความเปิ่นของหลายตัวละครไว้ได้บ้าง โดยเฉพาะกับพระเอกอย่างทาเคมิจิที่มีฉากเปิ่นๆ ให้ผู้ชมได้ขำอย่างน้อยสองสามครั้งทั้งเรื่อง สิ่งเล็กน้อยนี้ช่วยสร้างสีสันให้เรื่องได้อย่างพอดี ตัดกับอารมณ์หลักของเรื่องที่พูดถึงเรื่องการต่อสู้ ศักดิ์ศรี ซึ่งสามารถเอาชีวิตเข้าแลกกันได้เลย

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ก็ตามมาตรฐานหนังไลฟ์แอ็คชั่นจากญี่ปุ่นแหละครับ ยอดเยี่ยมจัดเต็ม แม้หลายฉากจะถูกดัดแปลงเปลี่ยนพื้นที่ไปให้ไม่เหมือนต้นฉบับ อย่างฉากตีกันในลานจอดรถก็กลายเป็นตีกันในโกดัง แต่ก็ไม่ได้ทำให้งานดูง่อยลง ทุกพื้นที่ที่ใช้ต่อสู้ของหนังก็ยังจัดเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ช่วยเสริมอารมณ์จริงจังให้เรื่อง และความดิบเถื่อนของงานก็ช่วยให้นี่ดูเป็นหนังลูกผู้ชายตีกันมากขึ้น ด้านเสื้อผ้าหน้าผมของตัวละครหลายตัวก็ดัดแปลงมาจากต้นฉบับได้อย่างสมจริง อาจจะมีติดขัดกับเสื้อผ้าหรือทรงผมของบางคนบ้าง เพราะพยายามทำให้เหมือนกับต้นฉบับเกินเหตุ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่นัก ไม่เป็นปัญหา

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Tokyo Revengers โตเกียว รีเวนเจอร์ส จึงเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นจากมังงะและอนิเมะชื่อดังที่ทำออกมาได้กลางๆ เนื้อเรื่องดูขาดๆ เหมือนรีแคปเนื้อหาจากภาคอนิเมะมาต่อกันเป็นฉากไปเรื่อยๆ อย่างเร่งรีบ จังหวะเรื่องผ่อนหนักผ่อนเบาไม่เป็น ทำให้แทบไม่มีฉากไหนถูกเน้นให้น่าจดจำ การแสดงเบียวหนักมาก ฉากแอ็คชั่นก็เบียว ไม่ปรับให้สมจริงขึ้นสักนิด และหนักยิ่งกว่าอนิเมะตรงที่ให้พระเอกพูดคนเดียว แทนที่จะคิดในหัวเหมือนต้นฉบับ ความเฮฮามีบ้างเล็กน้อย แต่ส่วนมากขายฉากแอ็คชั่นต่อยตี และมีความโหดประมาณหนึ่ง นักแสดงบางคนก็ตีความบุคลิกจากต้นฉบับได้ดี บางคนก็ไม่รอด โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม สมมาตรฐานหนังไลฟ์แอ็คชั่นจากญี่ปุ่น หลายฉากประกอบเรื่องอาจมีเปลี่ยนไปบ้างตามการดัดแปลงเนื้อเรื่อง แต่ก็ไม่เป็นปัญหา...ใครเป็นแฟน Tokyo Revengers ไม่ว่าจะเป็นภาคมังงะหรืออนิเมะ ไม่ซีเรียสเรื่องความเบียว หาหนังแอ็คชั่นมิตรภาพผู้ชายชมอยู่ เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!
    
ปล.แฟนๆ สามารถชม Tokyo Revengers ภาคอนิเมะได้แบบฟรีๆ ที่แชนแนลยูทูป Muse Thailand นะครับ เผื่อใครต้องการชมอนิเมะก่อนจะมาดูไลฟ์แอ็คชั่นนะ


*** หลังจากนี้จะมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนให้แฟนอนิเมะนะจ๊ะ ***

ผมเชื่อว่าแฟนอนิเมะหลายคนหลักๆ แล้วก็คงคาดหวังให้ภาพยนตร์ภาคไลฟ์แอ็คชั่นได้กลิ่นอายของฝั่งอนิเมะหรือมังงะไม่มากก็น้อยครับ สิ่งที่จะบอกคือหนังเรื่องนี้ดัดแปลงบางอย่างไปค่อนข้างหนัก เรื่องรูปลักษณ์ของตัวละครที่เปลี่ยนไปบ้างก็คือเรื่องนึง ส่วนตัวไม่ซีเรียสมาก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปหนักและน่าผิดหวังหน่อยคือต่อให้หนังจบลงตรงการสู้กันเพื่อปกป้องดราเคนไม่ให้ตาย คุณก็จะยังไม่ได้เห็นหน้าพวกหัวหน้าหน่วยของแก๊งค์โตเกียวมันจิไคแบบครบหน้าอยู่ดีครับ ‘บาจิ เคสึเกะ’ ไม่มา ‘คาวาดะ นาโฮยะ’ ไม่มา ‘ฮายาชิ ริวเฮ’ ไม่มา ‘มูโต้ ชาซูฮิโระ’ ไม่มา ใครเป็นแฟนคลับตัวละครเหล่านี้ก็ปิดจ็อบได้เลย ไม่มีบท

แต่ก็นั่นแหละ หนังก็ประหลาดมากตรงที่หนังกลับโชว์ตัวพวกหัวหน้าฝั่งตัวร้ายที่มีบทมากหลังจากเกินครึ่งเรื่องอนิเมะซีซั่นแรกมากันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น ‘เท็ตตะ คิซากิ’ ก็มา ‘ชูจิ ฮันมะ’ ก็มา ซึ่งพวกนี้ที่โผล่มาในเรื่องกลับไม่มีบทเลยด้วย แค่มายืนแสยะยิ้มแยกเขี้ยวแล้วก็จากไปเท่านั้น ปล่อยให้ตัวที่ควรจะเป็นแค่เบ๊แล้วจากไปอย่าง ‘โนบูทากะ โอซานาอิ’ เป็นบอสหลักของภาคซะอย่างงั้น เห็นหน้าจนเบื่อ อันนี้มึน

วิจารณ์หนัง Tokyo Revengers โตเกียว รีเวนเจอร์ส Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: