วิจารณ์หนัง The King's Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมน

The King's Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมน

The King's Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมน

ผู้กำกับภาพยนตร์: Matthew Vaughn (Kick-Ass, X-Men: First Class, Kingsman 2 ภาคแรก)

ตัวอย่างภาพยนตร์ The King's Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมน

The King's Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมน เป็นภาพยนตร์ภาคแยกของคิงส์แมนที่ย้อนไปเล่าเรื่องจุดกำเนิดของกลุ่มสายลับสุดเท่ ในช่วงต้นยุคคริสต์ศตวรรษที่ 20 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เหล่าเจ้าหน้าที่สุดเก่งกล้าของอังกฤษได้ถูกรวบรวมมาทำภารกิจหยุดยั้งแผนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กว่าล้านคน

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ผมมองว่าทำได้กลางๆ ครับ โดยเฉพาะหากมองจากมาตรฐานของภาคแรกที่ทำออกมาได้ค่อนข้างสูง ตอบโจทย์ทั้งเนื้อหา ความสนุกของการนำเสนอฉากแอ็คชั่น และเรื่องหักมุม (ส่วนตัวไม่ชอบภาคสองเท่าไหร่ เลยจำเนื้อหาไม่ค่อยได้แล้ว ฮ่าๆ) คิงส์แมนภาคต้นกำเนิดนี้ออกแนวพูดมากเกินไปหน่อย เหมือนกำลังดูหนังชีวประวัติของผู้ก่อตั้งคิงส์แมนอยู่ หรืออีกนัยหนึ่งผมก็มองว่าเหมือนกำลังดูหนัง ‘ฟอร์เรส กัมป์’ อยู่ ภาคนี้เล่าเรื่องกินเวลาเป็นสิบปี พาให้เราเห็นการเติบโตคงเหล่าตัวละครที่ทั้งผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทั้งเหตุการณ์ดีสุดตัวและแย่สุดใจ จึงทำให้ปูเรื่องนานมากๆ ขณะที่เนื้อหาหลักของเรื่องก็จะเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ มีแต่เรื่องน่าปวดหัวเพราะเต็มไปด้วยระบบทางราชการที่วุ่นวายและเชื่องช้า ซึ่งเป็นไปตามยุคสมัยที่การสื่อสารกันข้ามพื้นที่ไม่ได้ทำกันได้ง่ายนัก แถมหนังยังเต็มไปด้วยตัวละครมากมายที่เราไม่มีทางจำได้หมด (ยกเว้นรัสปูตินอ่ะนะ) ภาพรวมของเรื่องเล่าจึงเรียกว่าไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก เพราะส่วนตัวไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมาเจอเนื้อหาที่หนักและมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายขนาดนี้

แต่ส่วนดีก็ยังมีครับ และยังคงเป็นจุดแข็งของแฟรนไชส์นี้เสมอ นั่นก็คือฉากแอ็คชั่นทุกฉากยังคงนำเสนอออกมาได้สุดยอด ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความล้ำด้านมุมภาพในการนำเสนอ และท่วงท่าการต่อสู้ที่แปลกประหลาด น่าจดจำ แต่ก็ยังคงดูโหดและรุนแรงสมกับการห้ำหั่นกันเพื่อฆ่า (โดยเฉพาะฉากต่อสู้กับรัสปูตินนี่ผมชอบมาก) เนื้อหาที่น่าเบื่อก็ยังพอมีจุดหักมุมอยู่เนืองๆ ช่วยให้คาดเดาเรื่องได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ขณะเดียวกันการเชือดเฉือนกันด้านข้อมูลของกลุ่มสายลับแฝงตัวแต่ละฝั่งนั้นก็ยังคงทำได้สนุก แม้จะไม่ถึงกับมีใครมีแผนมาเหนือจนต้องร้องว้าว แต่ก็ยังนำเสนอออกมาได้ตอบโจทย์สมกับเป็นหนังสายลับอยู่ครับ


ตัวละครที่ดีที่สุดในเรื่อง มีบุคลิกที่โดดเด่น บทบาทน่าจดจำ และมีท่วงท่าการต่อสู้ที่แปลกตา

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ยังคงยิ่งใหญ่สมแฟรนไชส์ครับ เพียงแต่เปลี่ยนสไตล์จาก 2 ภาคหลักที่เป็นการต่อสู้ยุคปัจจุบันที่มีอุปกรณ์การต่อสู้สุดไฮเทคมาเป็นยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 แทน จะไม่มีสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำใดเกิดขึ้นมากมาย ไม่มีอาวุธที่ล้ำไปกว่าปืนและดาบ (และร่มชูชีพ) แต่มีสิ่งที่มาทดแทนคือการสร้างฉากที่ทั้งสมจริงและเลอค่า งานเสื้อผ้าหน้าผมที่ทั้งงดงามและตอบโจทย์การสร้างภาพจำให้แต่ละตัวละครชัดเจนขึ้น งานวิชวลเอฟเฟ็คเองก็ยังคงนำเสนอออกมาได้อย่างสุดยอด ทั้งสวยงามและสมจริง ผสมเข้ากับการวางช็อตนำเสนอสุดล้ำก็ยิ่งได้มุมภาพที่แปลกตาให้เราชมอยู่เสมอ ซึ่งก็คงต้องชมมุมมองของผู้กำกับด้วยที่มีส่วนให้งานวิชวลเอฟเฟ็คดูเด่นขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการวางกล้องไว้ที่ดาบหรือการซูมเข้าไปให้เห็นสิ่งที่อยู่ไกลออกไปอย่างรวดเร็ว ก็ล้วนแล้วแต่มาจากวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมของผู้กำกับ ขณะที่ทีมวิชวลเอฟเฟ็คเอง (รวมถึงทีมงานส่วนอื่น) ก็มีส่วนช่วยให้ช็อตเหล่านี้เกิดขึ้นจริงมาได้

สรุปโดยภาพรวมแล้ว The King's Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมน จึงเป็นภาพยนตร์ภาคแยกคิงส์แมนที่ทำออกมาได้กลางๆ พูดมากน้ำลายเยอะมากกว่าเน้นฉากแอ็คชั่น ดีหน่อยตรงฉากแอ็คชั่นเองก็ยังคงสนุกและน่าจดจำเช่นเคย ภาพรวมเนื้อหาเหมือนกำลังชมหนังชีวประวัติอันกินเวลาเป็นสิบปีของบุรุษผู้ให้กำเนิดองค์กรสายลับสุดเท่อยู่ ปูเรื่องนานมาก หลังจากนั้นก็เน้นการเมืองแบบสุดกู่ ตัวละครมีมากมายเกินกว่าจะให้ความสำคัญได้ทุกตัว แต่จุดเด่นคือยังคงมีเรื่องหักมุมอยู่ และการเชือดเฉือนกันของเหล่าสายลับแฝงตัวก็ไม่แย่นัก ส่วนด้านโปรดัคชั่นนั้นยังนำเสนอได้อย่างยิ่งใหญ่สมแฟรนไชส์ เพียงแต่เปลี่ยนจากสไตล์การต่อสู้สุดไฮเทคมาเป็นการต่อสู้สมัยยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 แทน ขณะที่งานเสื้อผ้าหน้าผมผสมกับการออกแบบฉากก็ยังยอดเยี่ยม งานวิชวลเอฟเฟ็คก็นำเสนอออกมาได้อย่างดีเลิศ...ใครเป็นแฟนของแฟรนไชส์คิงส์แมน ไม่ได้คาดหวังให้คุณภาพเป๊ะปังเหมือนภาคแรก ดูหนังการเมืองระหว่างประเทศพอได้ เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

วิจารณ์หนัง The King's Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมน Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: