วิจารณ์หนัง My Hero Academia The Movie : World Heroes’ Mission

My Hero Academia The Movie

ผู้กำกับภาพยนตร์: Kenji Nagasaki (ดูแลทั้งอนิเมะซีรีส์และภาคมูฟวีของแฟรนไชส์มายฮีโร่มาตลอด)

ตัวอย่างภาพยนตร์อนิเมะ My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission มายฮีโร่ อคาเดเมีย: รวมพลฮีโร่กู้วิกฤตโลก

My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission มายฮีโร่ อคาเดเมีย: รวมพลฮีโร่กู้วิกฤตโลก เป็นอนิเมะภาคมูฟวีภาคที่ 3 ที่จะเล่าเรื่องของเหล่าฮีโร่ที่ต้องรวมตัวกันปกป้องโลกจาก ‘ฮิวมาไรซ์’ องค์กรปริศนาที่กำลังวางแผนทำลายล้างผู้มีอัตลักษณ์ทั่วทั้งโลก โดยภารกิจนี้ดูเหมือนจะต้องอาศัยฝีมือของ 3 แกนนำหลักรุ่นใหม่ของฮีโร่อคาเดเมียอย่าง เดกุ บาคุโก และ โทโดโรกิ ทำภารกิจร่วมกันให้สำเร็จอีกครั้ง แต่ก่อนหน้านั้นเหมือนเดกุจะต้องสะสางเรื่องที่เขาถูกกล่าวหาและถูกประกาศจับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องให้ได้เสียก่อน

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ส่วนตัวมองว่าน่าผิดหวังเลยล่ะ ดูแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด คือต้องบอกก่อนว่าเนื้อเรื่องภาคนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ รวมฮีโร่ทั่วโลกมาทำภารกิจค้นหาและตีกันกับตัวร้าย ส่วนฉากที่เหลือก็เป็นการยิงมุกบ้างประปรายก็เท่านั้น แต่ที่ส่วนตัวผิดหวังก็เพราะจุดเด่นของแฟรนไชส์นี้ที่มีมาตลอดคือความมีมิติของตัวละคร การเล่าเรื่องให้เราเข้าใจความคิดฮีโร่ แต่ก็ไม่ละทิ้งความคิดของกลุ่มตัวร้าย (วิลเลิน) ว่ามีปมอะไร ต้องการอะไร แต่ส่วนที่ว่าเด่นกลับดูจืดจางลงในภาคนี้ เหมือนเน้นการนำเสนอไปที่การรวมตัวกันของเหล่าฮีโร่ทั่วโลกแบบเต็มสูบ และพยายามสร้างฮีโร่ประจำภาคขึ้นมาอีกคนอย่าง ‘โรดรี’ ไปหน่อย ก็เลยไม่มีเวลาให้ใส่ใจตัวละครได้ทุกตัวขนาดนั้น เลยสร้างมิติของตัวร้ายให้ได้แค่ตัวหัวหน้าใหญ่ ส่วนวิลเลินที่รองลงมานั้นล้วนแล้วแต่ถูกยัดเข้ามาเพื่อให้ต่อสู้แบบทาสอย่างเดียว มีแค่ความเก่งกาจเรื่องการใช้พลัง แต่ขาดการสื่อสารเรื่องเป้าหมายอย่างหนัก ทำให้เวลาดูแล้วรู้สึกไม่สนุกเหมือนอย่างเคย เพราะเป้าหมายแค่ต้องการเอาตัวรอดของตัวร้ายในภาคนี้มันดูเชยมาก มันเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้ว ใครๆ ก็มีได้

โปรดัคชั่นและฉากแอ็คชั่นโดยภาพรวมก็ดร็อปลงเช่นกันครับ แต่ต้องมองเป็นช่วงๆ ไป ปัญหาของภาคนี้จะอยู่ช่วงครึ่งแรกของเรื่องที่คุณภาพของฉากแอ็คชั่นทุกฉากจะดูแย่กว่าปกติ เหมือนพยายามทำฉากแอ็คชั่นแบบหวือหวา หมุนกล้องไปมาเพื่อให้รู้สึกว่าสู้แบบสามมิติอยู่ ซึ่งก็เป็นการนำเสนอที่นิยมตามยุคสมัย แต่ให้เดาคงเวลาไม่พอหรืองบหมดไม่รู้ (หรืออาจเป็นเพราะโควิด?) ทำให้ฉากเหล่านี้มีลักษณะแบบที่ค่อนข้างแบน ไม่ได้ลงแสงเงา รวมไปถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เลยทำให้งานมีลักษณะที่แย่ยิ่งกว่าอนิเมะซีรีส์หลายเรื่องไปซะอย่างงั้น น่าหงุดหงิดดี ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูมูฟวีของแฟรนไชส์อื่นที่ทำออกมาบ่อยมากจนคุณภาพเหมือนกล่องสุ่ม บางภาคดีบางภาคไม่ดีก็ลุ้นกันไป เน้นขายแฟนๆ

แต่นั่นแหละ...หากผ่านช่วงที่มีปัญหาไปได้ ช่วงท้ายคุณภาพก็กลับมายิ่งใหญ่อลังการสมแฟรนไชส์เช่นเคย ระเบิดพลังพลัสอัลตร้าถล่มเกาะ พังทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วยิ่งภาคนี้มีการเน้นตัวเอกเป็นพวกบ้าพลังทั้ง 3 คนอย่าง บาคุโก โทโรโดกิ และเดกุ ก็การันตีได้เลยว่าวินาศสันตะโรแน่ๆ ผสมโรงเข้ากับดนตรีประกอบชุดเดิมก็ยิ่งทำให้ฉากเหล่านี้เร้าใจยิ่งขึ้น เพลงประกอบขับร้องเพลงใหม่ก็ช่วยให้ฉากซึ้งทุกฉากทำงานของมัน เรียกได้ว่าภาพรวมของช่วงพีคยังคงทำได้อย่างยอดเยี่ยม ยืนยันคุณภาพได้ว่าไม่มีตก เป็นความเด่นของแฟรนไชส์เขามาโดยตลอด

สรุปโดยภาพรวมแล้ว My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission มายฮีโร่ อคาเดเมีย: รวมพลฮีโร่กู้วิกฤตโลก จึงเป็นอนิเมะภาคมูฟวีของมายฮีโร่ที่คุณภาพหลายด้านดร็อปลงจากสองภาคก่อนหน้านิดนึง เนื้อเรื่องนั้นแผ่วลงเพราะเน้นแค่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของเดกุกับเพื่อนใหม่ในภาคนี้ ทำให้ความมีมิติของเรื่องต่ำ ตัวร้ายทุกตัวเอามาเพื่อให้ได้ตบตีกับฮีโร่แค่นั้นเลย แถมบางช่วงก็ผ่อนน้ำหนักการเล่าซะจนน่าเบื่อ ส่วนด้านโปรดัคชั่นนั้นก็ดร็อปลงเช่นกัน ตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงกลางเรื่องมักจะมีฉากที่คุณภาพการวาดและลงแสงเงานั้นแบนอย่างเห็นได้ชัด เหมือนงบหมดหรือไม่ก็เวลาหมดจนทำให้ได้แค่นี้ก่อนวันฉาย แต่ฉากแอ็คชั่นช่วงท้ายยังพีค ยัดพลังระเบิดโลกพลัสอัลตร้าเช่นเคย ดนตรีประกอบเดิมๆ ก็ยังคงบิวท์ฉากเหล่านี้ได้ดี เพลงประกอบขับร้องก็ช่วยสร้างบรรยากาศซึ้งให้เรื่องในบางช่วงได้...ใครเป็นแฟนของมายฮีโร่ ชอบดูอนิเมะปล่อยพลังถล่มเมือง เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!

วิจารณ์หนัง My Hero Academia The Movie Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: