วิจารณ์หนัง CUBE กล่องเกมมรณะ

ผู้กำกับภาพยนตร์: Yasuhiko Shizimu (Vise ปี 2019)
ตัวอย่างภาพยนตร์ CUBE กล่องเกมมรณะ

CUBE กล่องเกมมรณะ เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสยองขวัญสุดแหวกแนวชื่อเดียวกันที่ฉายในปี 1997 เล่าเรื่องราวของคนแปลกหน้าหลายคนที่ถูกจับให้มาอยู่ในคุกทรงลูกบาศก์ที่เต็มไปด้วยกับดัก เป้าหมายของพวกเขามีแค่ต้องเอาตัวรอดออกไปให้ได้ แต่วิธีการนั้นไม่ง่ายแน่นอน

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้หากใครเคยได้ชมภาคแรกของเวอร์ชั่นต้นฉบับมาแล้วก็ต้องบอกว่าแทบไม่ต่างกันเลยครับ เนื้อเรื่องก็แค่กลุ่มคนแปลกหน้าที่เดินทางร่วมกันเพื่อเอาตัวรอดและหาทางออกจากห้องลูกบาศก์ ส่วนฉากสยองก็มีน้อยมากจนเกือบจะเรียกว่าภาพยนตร์สยองขวัญไม่ได้ อย่างมากก็มองได้ว่าเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญไซไฟ แต่ก็ดีตรงที่จังหวะเรื่องยังคงเล่าได้ลื่นไหลเหมือนกับต้นฉบับ รู้ว่าช่วงไหนควรผ่อนเบา หรือช่วงไหนควรเร่งจังหวะเพื่อทำให้คนดูลุ้นไปด้วย มีกับดักอยู่ประปราย มีคนทะเลาะกันบ้าง มีความซวยเกิดขึ้นกับบางตัวละครบ้าง ทำให้การชมยังคงสนุก หาจุดให้ติดตามได้อยู่เรื่อยๆ
    
ส่วนด้านเนื้อหาเรื่องก็มีการปรับบริบทพอสมควรครับ เพื่อให้เข้ากับการเป็นภาพยนตร์รีเมคที่เล่าเรื่องของคนญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน มีการเน้นประเด็นไปในเรื่องของด้านมืดสังคมญี่ปุ่นที่กดดันให้หลายคนต้องเอาตัวรอดสุดชีวิตแม้ในชีวิตจริง ต้องใช้ชีวิตอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่เคยพอ จนทำให้บางคนเคยชินกับการเอาตัวรอด ขณะที่บางคนก็ตั้งคำถามกับตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าตนสมควรมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่ คุณจะได้ทราบเรื่องราวชีวิตของพวกเขาตอนบ่นบ้าง หรือได้เห็นเป็นภาพในอดีตกันเลยก็มี พอถึงจุดหนึ่งที่เนื้อหาเรื่องบ่มเพาะมาเต็มที่แล้ว หนังก็เน้นดราม่ากันสุดกู่ไปเลย ซึ่งเอาเข้าจริงส่วนนี้ของหนังก็ทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะบางครั้งบางตัวละครจู่ๆ ก็ดราม่ากันแบบที่เราไม่ทันตั้งตัวจริงๆ ออกแนวฝืนจะพาเนื้อเรื่องไปสู่บทสรุปแบบที่ผู้สร้างอยากได้ ภาพยนตร์จึงได้ตอนจบที่ค่อนข้างแตกต่างจากต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผมคงไม่บอกเนื้อหาส่วนนี้หรอก...ลองไปชมกันดู
    
แต่หนังก็มีส่วนหนึ่งที่ผมชอบมากและช่วยยกระดับความสนุกให้ภาพยนตร์ก็คือเสียงพากย์ไทยโดยพันธมิตรครับ มีส่วนช่วยอย่างมากไม่ให้เนื้อเรื่องเนือยเกินไป เพราะตัวละครแทบทุกคนล้วนเป็นคนพูดน้อยหมด ไม่มีใครเป็นคนเฮฮาและแทบไม่มีการโต้ตอบกันเท่าไหร่ ทำให้มีช่วงเดดแอร์เยอะ เสียงพากย์ของพันธมิตรจึงเข้ามาเสริมช่วงเว้นว่างนี้ และทำได้อย่างลงล็อค คอยตบมุกอยู่เรื่อยๆ อาจจะขัดกับความหวาดผวาในเรื่องไปนิด แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้คนดูหลับล่ะนะ
    
โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ก็เหมือนกับภาคต้นฉบับอีกนั่นแหละครับ (ฮ่าๆ) เป็นหนังทุนต่ำที่เน้นแค่การสร้างพื้นที่รูปแบบเดียว ห้องสี่เหลี่ยมทำจากโลหะที่มีหลุมบ่อสี่เหลี่ยมจัตุรัสสลับกันไปมาในพื้นที่ ช่วยให้ปีนป่ายได้ แต่ก็อาจสร้างปัญหาได้หากล้มลงผิดจุด ส่วนที่แตกต่างกันก็มีเพียงแค่กับดักของแต่ละห้องและการจัดแสงสีที่ใช้เพื่อสื่ออารมณ์และความอันตรายของห้องสลับกันไปเรื่อยๆ เขียว แดง ส้ม เหลือง ฟ้า ว่ากันไป ด้านเสื้อผ้าของตัวละครทุกคนก็ล้วนเป็นแบบเดียวกันหมด และด้วยความที่นี่เป็นหนังรีเมคเพื่อคนยุคนี้ก็อาจจะมีเทคโนโลยีบางอย่างเปลี่ยนไปบ้าง มีความหวือหวาด้านวิชวลเอฟเฟ็คขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เน้นอลังการอะไรมากมาย ต้นฉบับเป็นหนังทุนต่ำ รีเมคแล้วก็ไม่ต่างกันจ้ะ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว CUBE กล่องเกมมรณะ จึงเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ดัดแปลงมาเหมือนกับต้นฉบับแทบจะทั้งหมด เล่าเรื่องได้ลื่นไหล ดูสนุก เน้นจังหวะผ่อนหนักผ่อนเบาได้ดี ทำให้การที่ตัวละครแค่วนไปมาในห้องสี่เหลี่ยมไม่น่าเบื่อ ฉากสยองมีน้อยนิดตามสมควร ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นหนังเชือดเละเทะ และหนังมีความแตกต่างหลักคือปรับเปลี่ยนบริบทให้เข้ากับวัฒนธรรมการถูกกดดันทางสังคมของญี่ปุ่น ส่วนตอนจบก็ปรับจากภาคแรกไปพอสมควร ขณะที่เสียงพากย์พันธมิตรช่วยให้อารมณ์เรื่องครึกครื้นขึ้นนิดหน่อย ไม่ซึมจนเกินไป โปรดัคชั่นโดยภาพรวมนั้นทำออกมาได้ดี ไม่ได้หวือหวาไปกว่าภาคต้นฉบับ แต่ก็ทันสมัยขึ้นตามยุคสมัยด้วยงานวิชวลเอฟเฟ็ค...ใครเป็นแฟนหนังแนวจับกลุ่มคนมาเอาชีวิตรอด ชอบหนังกล่องเกมมรณะภาคต้นฉบับ ไม่ได้คาดหวังความแหวะ เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!
 
วิจารณ์หนัง CUBE กล่องเกมมรณะ Review by Bombo Aruzo
 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: