วิจารณ์หนัง เทอมสอง สยองขวัญ

เทอมสอง สยองขวัญ

ผู้กำกับภาพยนตร์: ภัทรภร วีระศักดิ์วงศ์, จตุพงศ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์, เอกภณ เศรษฐสุข

ตัวอย่างภาพยนตร์ เทอมสอง สยองขวัญ

เทอมสอง สยองขวัญ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญไทยที่จะเล่าเรื่องสยองขวัญ 3 เรื่อง เรื่องแรกเกี่ยวข้องกับนักศึกษาปีหนึ่งที่บังเอิญได้ยินและเห็นบางอย่างในห้องซ้อมเชียร์โดยไม่คาดฝัน นั่นทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับเพื่อนเปลี่ยนไปตลอดกาล! อีกเรื่องเล่าเรื่องของนักศึกษาแพทย์ชายปีแรกที่ในค่ำคืนวันหนึ่งเขาต้องนอนในหอเพียงคนเดียว บนเตียงที่เจ้าของเก่าอาจกลับมานอนเมื่อไหร่ก็ได้! ส่วนเรื่องสุดท้ายจะเล่าเรื่องของน้องชายสุดบื้อที่ดันเอาของมาส่งให้พี่สาวนักศึกษาผิดตึก และตึกที่ว่านั้นคือตึกวิทย์เก่าที่มีตำนานสยองขวัญเป็นที่เลื่องลือ!

เทอมสอง สยองขวัญ

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้คงต้องขออนุญาตแบ่งการวิจารณ์งานออกเป็น 3 ส่วนครับ ซึ่งก็แบ่งตามเรื่องเล่าทั้ง 3 เรื่องนั่นแหละ
‘เชียร์ปีสุดท้าย’ นี่ขอนิยามว่าเป็นตอนที่ดีที่สุด หลอนที่สุด และคุมองค์ประกอบหลายอย่างในการเล่าเรื่องได้ดีที่สุดแล้วครับ แม้จะเป็นตอนเดียวในเรื่องที่แทบจะไม่สร้างรอยยิ้มใดให้เราได้เลย แต่ก็เป็นตอนที่นำเสนอความกดดันของคนแปลกแยกในสังคมได้อย่างดี มีประเด็นและข้อคิดเรื่องอย่างครบถ้วน ใส่สาระเนื้อหาผสมกับความบันเทิงได้อย่างลงตัว พวกฉากหลอกผีเองก็วางไว้ได้อย่างถูกจุด บางฉากจะเน้นหลอนก็ค่อยกดดันคนดูไป บางฉากเน้นตกใจเลยก็พาผีพุ่งเข้าหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว เป็นตอนเปิดเรื่องที่เกือบจะเพอร์เฟ็คที่สุด จุดบอดของเรื่องคงจะมีเพียงแค่ท้ายที่สุดแล้วคุณก็จะไม่ได้รู้เลยว่าผีเป็นใคร มาทำอะไร ทำไมถึงอาฆาต ซึ่งก็คงเป็นสิ่งที่ผู้กำกับไม่ได้แคร์จะเล่าอยู่แล้ว ปล่อยให้มันเป็นเรื่องลึกลับและหลบอยู่ในมุมมืดนั้นต่อไป


‘The C’ เป็นตอนกลางเรื่องที่ผมออกแนวไม่ชอบที่สุด นี่เป็นตอนที่เน้นเรื่องราวดราม่าชีวิตมากกว่าความสยองขวัญผีหลอก แถมหนังยังใช้เวลาช่วงดราม่าได้อย่างน่าเบื่อมาก เชื่องช้า เลื่อนลอย ก่อนหนังจะพาไปถึงจุดผีหลอกซึ่งก็เลื่อนลอยพอกัน ผีในตอนนี้นี่นอกจากมีสภาพเละเทะแล้วก็ไร้ความน่ากลัวใดๆ ให้ความรู้สึกเหมือนฆาตกรกำลังไล่ล่าคนอย่างไร้เหตุผลมากกว่า ส่วนที่แบกไว้คือการแสดงของ ‘เจมส์ ธีรดนย์’ อย่างเดียวเท่านั้น (จะขยายความในย่อหน้าต่อๆ ไป) แต่ท้ายที่สุดแล้วตอนจบเรื่องก็ยังอุตส่าห์ดีที่มีข้อคิดสอนใจไม่ต่างจากตอนแรก แม้จะเดาได้แต่แรกอยู่แล้วว่าตอนจบที่ดีที่สุดจะต้องเป็นแบบนี้ก็ตาม


‘ตึกวิทย์เก่า’ เป็นตอนที่เน้นเอาฮาครับ ถึงจะมีฉากผีมาหลอกบ่อยกว่าชาวบ้านเค้า แต่ก็เป็นผีหลอกที่เน้นเอาฮามากกว่าครับ มันฮาด้วยความซื่อบื้อ ท่าทางหนีบ้าๆ บอๆ หรือการพยายามเอาตัวรอดในแต่ละสถานการณ์ของตัวละครเอกทั้งหลายนั่นแหละ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ไร้สาระซะทีเดียวนะ ท้ายๆ ก็มีความน่ารักบวกข้อคิดที่ได้เล็กน้อยพอหอมปากหอมคอด้วย


ซึ่งถ้าให้มองโดยภาพรวมแล้ว ทั้งสามเรื่องนี้ล้วนมีกลิ่นอายของผู้กำกับรุ่นใหม่ทั้งนั้นครับ ทั้งเรื่องของสไตล์การเล่า การไม่เน้นเร่งรีบจนเกินงามเพราะกลัวคนดูจะเบื่อ การคุมองค์ประกอบหลายอย่างได้ดูเป็นสากลมากขึ้น เป็นหนังไทยที่ดูเติบโตขึ้นตามโลกมากแล้ว เป็นหนังยุคใหม่ไทยที่น่าสนใจมากครับ

เทอมสอง สยองขวัญ

การแสดงสำหรับเรื่องนี้คือสุดยอดครับ สุดยอดมากถึงมากที่สุด นี่คือส่วนที่ท็อปฟอร์มและแบกเรื่องไว้มากที่สุดแล้ว นักแสดงนำในเรื่องนี้ทุกคนคือถูกคัดสรรมาอย่างดีตั้งแต่เรื่องรูปลักษณ์ไปจนถึงฝีไม้ลายมือในการนำเสนออารมณ์ ไล่รายชื่อไปได้รายครับ ไม่ว่าจะเป็น เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ ที่ได้รับบทคนไม่ปกติอีกแล้ว, มิวสิค BNK48 หรือ แพรวา สุธรรมพงษ์ ที่รับบทคนเก็บกดได้อย่างถึงใจ, แคร์ ปาณิสรา ริกุลสุรกาน ที่รับบทคนเศร้าและกดดันตัวเองจากภายในได้อย่างถึงกึ๋น, กิต Three Man Down และ เบลล์ เขมิศรา พลเดช ที่นำเสนอความเฮฮาในตอนของตัวเองได้อย่างโบ๊ะบ๊ะสุดยอด และ นาน่า ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์ ที่แม้จะมีบทไม่มากในตอนของตัวเอง แต่ก็มีออร่อความน่ารัก และนำเสนออารมณ์เหงาเศร้าได้อย่างดี รวมๆ แล้วไม่ว่าใครต่างมีช่วงเวลาให้โชว์ฝีมือไม่ย่อหย่อนกว่าคนอื่น นี่คือนักแสดงรุ่นใหม่ที่ไว้ใจได้เรื่องความครบเครื่องและการเป็นกำลังในอนาคตให้กับวงการหนังไทยได้อย่างแท้จริง


โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ก็ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่างานส่วนอื่นครับ เริ่มไปตั้งแต่การจัดแสงที่คุมโทนของทั้งเรื่องทุกเหตุการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะกับอารมณ์หลอน เป็นงานภาพที่เหมือนถอดแบบมาจากการจัดแสงโฆษณาและงานเอ็มวีในยุคนี้ สวย น่าจดจำ และนำเสนอความสยองของบรรยากาศเรื่องได้พร้อมๆ กัน นอกจากนั้นยังใช้แสงได้อย่างพอเหมาะพอเจาะเพื่อเน้นบางจุดที่สำคัญกับเรื่องด้วย การเลือกมุมภาพเองก็ช่วยได้ดีเช่นกัน ขณะเดียวกันการแต่งหน้าทำผมบรรดาผีทุกตัวก็ทำออกมาได้อย่างหลอนสยอง มีความสมจริง งานวิชวลเอฟเฟ็คเองก็ช่วยให้งานแสดงอภินิหารของเหล่าผีดูน่าขนลุกมากขึ้น มีความใส่ใจ


สรุปโดยภาพรวมแล้ว เทอมสอง สยองขวัญ จึงเป็นภาพยนตร์สยองขวัญรวมเรื่องสั้นจากไทยที่ทำออกมาได้ดีแบบเซอร์ไพรส์ ตัวหนังนั้นค่อนข้างมีสไตล์แบบผู้กำกับรุ่นใหม่ชัดเจน ตอนไหนจะเน้นหลอนก็มาแบบเชื่องช้า ค่อยเป็นค่อยไป แล้วก็กระแทกกระทั้นด้วยฉากผีหลอกอย่างถึงกึ๋น บางตอนชวนลุ้นดี ขณะที่บางตอนก็เน้นฮาแบบสุดกู่ แต่ภาพรวมแล้วทุกเรื่องก็ยังไม่ทิ้งเนื้อหาพร้อมนำเสนอข้อคิดสอนใจไปด้วยในตัว นักแสดงนำทุกคนเล่นเก่งมากๆ เก่งเวอร์ๆ เก่งสุดๆ โปรดัคชั่นโดยภาพรวมนั้นสุดยอดมาก ทั้งเรื่องการจัดแสงที่คุมโทนสยองได้ดี และสวยไปพร้อมกัน การแต่งหน้าทำผมผีก็ยอดเยี่ยม สยอง รวมไปถึงการใช้วิชวลเอฟเฟ็คได้อย่างสมจริงจนขนลุก...ใครเป็นคอหนังไทยแบบรวมเรื่องสั้นสยองขวัญ ชอบหนังที่มีหลากอารมณ์ในไทย ชอบหนังรวมดาราวัยรุ่นที่นักแสดงทุกคนแสดงดีมาก เชิญชมในโรงภาพยนตร์ได้เลย!
ปล.ภาพยนตร์ในตอนที่ 2 มีฉากแสงไฟกะพริบแบบต่อเนื่อง อาจเป็นอันตรายกับผู้มีอาการไวต่อแสง เป็นลมชัก

วิจารณ์หนัง เทอมสอง สยองขวัญ Review by Bombo Aruzo

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: