ข่าวเด่นวันนี้

:

หนุ่มไทยหลอนเสพกัญชา คว้ากรรไกรตัดอวัยวะเพศทิ้ง เผยเจ็บปรี๊ด-เห็นน้องเบี้ยว

หนุ่มเสพกัญชาจนหลอน คว้ากรรไกรตัดน้องชายทิ่ง เหตุเพราะเบี้ยว

     ผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า เว็บไซต์ IFLScience รายงานโดยอ้างอิงรายงานการแพทย์ที่เผยแพร่ในวารสารรายงานเคสการแพทย์ของ BioMed Central เมื่อเดือน ม.ค. ว่ามีชายชาวไทยคนหนึ่ง อายุ 23 ปี ตัดอวัยวะเพศของตัวเองหลังหลอนจากการเสพกัญชา

     ชายคนนี้เคยเสพกัญชามานาน 2 ปี แต่หยุดไป 3 เดือน หลังจากนั้นก็กลับมาเสพกัญชาอีก โดยครั้งนี้สูบราว 2 กรัมด้วยบ้องกัญชา

     การสูบครั้งล่าสุดนี้ทำให้ชายคนดังกล่าวเกิดอาการอวัยวะเพศแข็งตัวโดยไม่มีอารมณ์ทางเพศ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอวัยวะเพศก็ยังแข็งและนานจนรู้สึกเจ็บแปลบ ไม่ใช่แค่นั้นยังเห็นว่าหัวอวัยวะเพศดูบิดเบี้ยวอีกด้วย

     ผู้เขียนรายงานการแพทย์ฉบับนี้ระบุว่า ชายคนดังกล่าวตัดสินใจขริบหนังอวัยวะเพศ ก่อนตัดอวัยวะเพศออกทั้งแท่งด้วยกรรไกร

     รายงานนี้ระบุอีกว่า ชายคนนี้รู้ตัวดีตอนกำลังลงมือทำ แต่เมื่อเลือดไม่หยุดไหลนาน 2 ชั่วโมง จึงตัดสินใจไปพบแพทย์และต้องรับการรักษาในห้องฉุกเฉิน จนทีมแพทย์ควบคุมให้เลือดหยุดได้ในที่สุด แต่ข่าวร้ายคือต่ออวัยวะเพศกลับไม่สำเร็จเพราะเปื้อนสิ่งสกปรกและมด ทั้งยังเปราะบางเกินกว่าจะผ่าตัดให้เป็นเหมือนเดิมได้

    ผู้เขียนรายงานเผยต่อไปว่า อวัยวะเพศที่เหลืออยู่นั้นเหลือเพียง 2 เซนติเมตร ส่วนหนังอวัยวะเพศก็เสียหายทั้งหมด

     ระหว่างรักษาตัวอยู่นั้น ชายคนนี้ก็เข้ารับการประเมินด้านจิตใจเพื่อหาสาเหตุของอาการดังกล่่าว

     "การตรวจสอบภาวะทางจิตพบว่ามีประสาทหลอนทางการมองเห็นและการได้ยิน อย่างเช่น เห็นเงาขยับ ได้ยินเสียงนกร้อง เสียงแมลงบิน อารมณ์หดหู่ และการแสดงอารมณ์ลดลง"

     ผลการตรวจปัสสาวะไม่พบว่าใช้สารอื่นหรือสุราร่วมด้วย ขณะเดียวกันก็ไม่มีโรคอื่นหรือปประวัติการมีภาวะทางจิตมาก่อน และหลังจากหยุดเสพกัญชา 4 สัปดาห์ อาการก็กลับมาเป็นปกติ ทีมแพทย์จึงลงความเห็นว่าชายคนนี้เกิดอาการหลอนจากการเสพกัญชา ซึ่งเป็นฤทธิ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นได้ยาก ที่เกิดขึ้นกับคนเพียง 100 คนตลอด 20 ปีมานี้

     ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้วินิจฉัยว่าเป็นอาการอวัยวะแข็งตัวนานเกิน 4 ชั่วโมงนั้น เป็นเพราะอวัยวะเพศถูกตัดออกไปก่อนเวลาจะครบ 4 ชั่วโมง

     ผู้เขียนรายงานระบุว่า ทีมแพทย์แนะนำให้ชายคนนี้ผ่าตัดเพิ่มความยาวอวัยวะเพศ แต่หลังจากย้ายไปรักษาตัวที่อื่น ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก

ขอขอบคุณข้อมูล : IFLScienceBioMed Central

ภาพ : pinterest


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: