ข่าวเด่นวันนี้

:

อดีตไต๋เรือวัย 88 บุกยิงเจ๊เจ้าของโรงน้ำเสียชีวิต ก่อนปลิดชีพตนเองตายตาม

        บุกยิงเจ้าของโรงน้ำ

      ผู้สื่อข่าวอาชญากรรมรายงาน เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2564 ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ อาจาติ รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุ มีการใช้อาวุธปืนยิงกันเสียชีวิต จำนวน 2 ศพ ที่ภายในซอยโรงเรียนอนุบาลสุพัชชา ม.1 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง จึงรายงานด่วน พ.ต.อ. พรพรหม จักษุรักษ์ ผกก.สภ.เมืองระนอง,ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.ระนอง,แพทย์นิติเวช รพ.ระนอง,และมูลนิธิระนองสงเคราะห์ เข้าร่วมตรวจสอบเหตุ

   ในจุดเกิดเหตุเป็นถนนเข้าไปในซอยโรงเรียนอนุบาลสุพัชชา ลึกประมาณ 80 เมตร พบสำนักงานขาย เลขที่ 25/25 ม.1 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง ตั้งอยู่ในโรงจำหน่ายน้ำดิบบ่อบาดาล มีศพหญิงสาว เจ้าของโรงจำหน่ายน้ำ ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมา น.ส.มรกต ไกรวนากุล หรือ เจ๊หอม วัย 52 ปี และมีการปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าไปภายในที่เกิดเหตุ หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางมาถึง จึงได้ร่วมกันเข้าพิสูจน์พลิกศพ และเก็บรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมในครั้งนี้ พบร่างเจ๊หอม สวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อเชิ้ตขาวแขนสั้น ถูกยิงล่วงหลังโต๊ะทำงาน ร่างไปทรุดพิงกับผนังห้อง โดยถูกอาวุธปืน จ่อยิงเข้า 3 นัด นัดแรกยิงลำตัวซ้ายช่วงท้องทะลุหลัง นัดที่สองจ่อยิงศีรษะมาทะลุเข้าทรวงอก นัดที่สามยิงจากลำคอทะลุลงเอวขวา โดยในที่เกิดเหตุด้านหน้า มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านภายในซอย ประมาณ 20 คน ออกมายืนดูร่วมสังเกตการณ์

   อดีตไต๋เรือบุกยิงเจ้าของโรงน้ำ

จากนั้นเจ้าที่ได้เดินเข้าในซอยแคบอยู่ติดกับรั้วโรงงานห่างกับจุดเกิดเหตุแรกเพียง 20 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิตศพที่ 2 ทราบชื่อต่อมา นายทวี จุติวิวรรธน์ หรือโกเต้ง อายุ 88 ปี และเป็นมือปืนที่ก่อเหตุ ยิงเจ๊หอม ก่อนกลับมาปลดชีพยิงขมับตนเอง เสียชีวิตคาเก้าอี้นั่งพลาสติกหน้าบ้านของตน เลขที่ 23/8 เป็นบ้านชั้นเดี่ยว และมีโรงที่จอดรถร้าง อยู่ติดกัน

   จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในตอนกลางวัน โกเต้งซึ่งอยู่บ้านเพียงลำพัง บุตร 2 คน พาภรรยาไปรักษาตัวที่ กทม. ได้เดินไปมีปากเสียงทะเลาะวิวาท มีปากเสียงกับเจ๊หอมเจ้าของโรงงานจำหน่ายน้ำดิบบ่อบาดาล ในตอนกลางวันมายกหนึ่งแล้ว โดยเจ๊หอมได้มาซื้อกิจการโรงน้ำไปดำเนินการต่อจากเจ้าของเดิมที่เสียชีวิตไป 5-6 ปีที่แล้ว และมีการรังวัดที่ดินหน้าโรงงานใหม่ ในเวลาต่อมา จนมีการตรวจสอบที่มีโฉนดเป็นของโรงน้ำ ไม่ได้เป็นทางสาธารณดั้งเดิม จนนำไปสู่การสร้างรั้วเหล็ก และปิดด้วยตาข่ายสแลนด์สีเขียวไว้ ทำให้โกเต้งซึ่งอยู่มานานยังคาใจในที่ดินดังกล่าว ก่อน บ้านของตนเป็นที่ตาบอด ไม่สามารถขับรถยนต์เข้าออกได้ มีเพียงทางเล็กๆริมรั้วกว้างเพียง เมตรครึ่งสำหรับเดินเข้าออกบ้านในระยะ 20 เมตร จากถนนหลักในซอย จนเกิดความเครียดมาก ตัดสินใจช่วงก่อนค่ำ เดินบุกไปหาเจ๊หอมอีกรอบ คราวนี้นำอาวุธปืนลูกโม่.38 เข้าไปก่อเหตุสลด ยิงเจ๊หอมเสียชีวิต ที่วันนี้อยู่ภายในสำนักงานตามลำพังเช่นกัน

   ในเวลาต่อมา ร้อยเวร พงส.สภ.เมืองระนอง ได้อนุญาตให้อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์ นำร่างผู้เสียชีวิต ทั้ง 2 รายไปผ่าพิสูจน์ศพ ที่ฝ่ายนิติเวช รพ.ระนอง เพื่อหาประจักษ์พยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมทั้งร่องรอยทิศทางของกระสุนที่ยิงจากอาวุธปืนที่พบในที่เกิดเหตุ มีความสอดคล้องกันหรือไม่ ทางตำรวจสรุปเบื้องต้น คาดผู้ก่อเหตุชายสูงวัย ที่ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าของโรงงานจำหน่ายน้ำดิบบ่อบาดาล เนื่องจากความเครียดที่สะสะสมมาก่อนหน้า จึงก่อเหตุสลด บุกยิงคู่กรณีอย่างไม่คาดคิด แล้วกลับมาบ้านปลิดชีพตนเองตามไป ท่ามกลางความเสียใจของญาติมิตรทางฝ่ายโรงน้ำ ที่นึกว่าจะเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป

   โดยพยานซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ใกล้กับจุดเกิดเหตุ กล่าวสอดคล้องกับเหตุการณ์ว่า ตอนแรกผมอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงปืนดังออกมา ผมไม่รู้ว่าเกิดเรื่องที่บ้านโกเต้ง หรือบ้านเจ๊หอมตรงนี้ ไดยินครั้งแรก 2-3 นัด แล้วก็เงียบไป ผมจึงเดินออกมาดูหน้าบ้าน ว่ามีวัยรุ่นหรือมีอะไรหรือเปล่า หรือใครทำเสียงอะไร พอเดินจะเดินเข้าห้องได้ยินเหมือนเสียงดังอีกนัดหรือสองนัด เลยว่าไม่น่าจะใช่แล้ว เลยเดินไปดูทางหลังบ้าน เห็นร่างโกเต้งนั่งอยู่พอดี แล้วไฟมันมืด ยังไม่มีใครเปิดไฟ แต่เห็นแกนั่งตัวโยกอยู่ หัวผงกไปด้านหลัง ก็ยังไม่เห็นแกว่ายิงตัวเอง จึงไปเอาไฟฉายมาส่องเห็นรอยเลือด ติดอยู่ที่เก้าอี้และกำแพงที่แกนั่งอยู่ คาดว่าแกยิงตัวเอง แต่ไม่รู้ว่ามายิงทางนี้ด้วย พอเดินออกมาก็มาเห็นที่บ้านหลังนี้ว่ามีอีกหนึ่งศพเช่นกัน เลยเดินกลับไปถามแม่ว่า 2 คนนี้เค้ามีอะไรกัน เห็นว่าเมื่อตอนกลางวัน เค้ามีปากเสียงกัน แล้วมาเกิดเหตุช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา คาดน่าจะเป็นเรื่องที่ดินที่มีการพิพาทกันมาก่อนหน้า คือโกเต้งแกเป็นคนแก่ๆ แกมักจะบ่นและทะเลาะเรื่องที่ดิน ที่เดิมเคยเป็นทางสาธารณะมาก่อน ต่อมาทางโรงน้ำได้นำที่ดินมารังวัด และมีทั้งผมรวมทั้งแกได้มาชี้ที่ดินข้างเคียงด้วยกัน สุดท้ายแกก็โอเคยอมรับเหตุเกิดมาสองสามปีแล้ว และมีการกั้นรั้วให้ชัด มีการสร้างทางเข้าออกขนาดเล็กไว้ให้ ก็นึกว่าจะจบไปแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน แกไม่สบายทางโรงน้ำยังพาแกไปหาแพทย์ พออยู่ๆแกคิดขึ้นมาอีก เข้าใจคนสูงอายุแกยังคิดแต่เรื่องแบบนี้ฝังหัวอยู่ พอคิดขึ้นมาก็เข้ามาคุยกับคู่กรณีอีก จนกระทั่งมาเกิดเหตุยิงกันขึ้น แต่เราไม่รู้มาก่อนว่าแกมีปืน ถ้ารู้จะให้ลูกหลานให้ญาตินำปืนไปเก็บรักษาไว้ที่อื่นเสีย โดยปืนที่ใช้ยิงคาดว่าน่าจะเป็นปืนลูกโม่ของแกเอง เมื่อก่อนแกมีอาชีพเป็นไต๋เรือ และอยู่ที่ดินแห่งนี้ดั้งเดิมมานานแล้ว ก่อนที่ พี่เจ้าของโรงน้ำจะมาซื้อที่ต่อจากเจ้าของเดิม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: