ข่าวเด่นวันนี้

:

สาว 15 ถูกน้าเขยใจทรามข่มขืนข้ามปี โป๊ะแตกเมียได้ยิน เสียงมือถือดังจากห้องหลาน

ข่มขืนหลาน

     วันที่ 23 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวอาชญากรรมรายงานว่า น.ส.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ชาว อ.เชียงคาน จ.เลย ได้ร้องเรียนต่อสื่อว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 64 เวลาประมาณ 23.00 น. น.ส.มาย (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 15 ปี ถูกนายมงคล อายุ 58 ปี ซึ่เป็นน้าเขยเข้าข่มขืน และได้แจ้งความตำรวจ สภ.เชียงคาน เอาไว้แล้ว แต่กลัวคดีไม่คืบหน้า รวมถึงเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะตามมาฆ่า จึงมาร้องเรียนสื่อให้ช่วย

น.ส.น้อย เล่าว่า เมื่อคืนวันที่ 19 พ.ย.64 เวลา 22.00 น. ตนเองไปงานวันเกิดเพื่อน พอกลับมาที่บ้าน เห็นประตูห้องลูกสาวเปิดอยู่ ด้วยความสงสัยเข้าไปดู เห็นลูกสาวอยู่ในห้องและมีโทรศัพท์ตกอยู่ 1 เครื่อง และมีสายเข้ามา จึงรับสาย พบว่าเป็นนางส้ม (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นภรรยานายมงคล และเห็นนายมงคลแอบซ่อนตัวอยู่ที่ราวตากผ้า จากนั้นก็วิ่งหนีออกจากห้องไปทางหลังบ้าน จึงได้สอบถามลูกสาว แต่ลูกสาวไม่ยอมบอก และเห็นที่นอนมีคราบอสุจิ จึงได้แค้นลูกสาว จนรับสารภาพว่า ถูกนายมงคล เข้ามาข่มขืนนานนับปีแล้ว และครั้งสุดท้ายได้บังคับให้เสพยาบ้าด้วย ซึ่งบ้านอยู่ห่างกันเพียง 10 เมตร

น.ส.มาย (นามสมมุติ) เล่าว่า ได้ถูกน้าเขยเข้ามาข่มขืนตอนแม่ไม่อยู่ ตลอดเวลากว่า 1 ปี และทุกครั้งก็ขู่ว่า ถ้าไปบอกใครจะฆ่าให้ตาย จึงกลัวไม่กล้าบอกใคร จนครั้งสุดท้ายเมื่อกลางดึกวันที่ 19 พ.ย.64 น้าเขยก็เข้ามาข่มขืนและขู่ฆ่า และบังคับให้เสพยาบ้าไป 5 เม็ดตอนนี้รู้สึกกลัวมาก เพราะน้าเขยยังไม่โดนตำรวจจับกุมตัว ตนเองและแม่ต้องไปอาศัยบ้านญาติที่อยู่ห่างจากบ้าร่วม 10 กม. เพื่อความปลอดภัย

น้าเขยหื่น


     ส่วนนางส้ม ภรรยาของนายมงคล ที่มีบ้านอยู่ติดกัน เล่าว่า ตนเองเพิ่งทราบความจริงว่าสามีเข้าไปข่มขืนหลานสาว เพราะวันที่เกิดเหตุ สามีบอกว่าจะไปกินเหล้าที่บ้านเพื่อน จึงโทรเข้าเครื่องมือถือ แต่เสียงดังมาจากห้องนอนของหลานสาว  ถามสามีว่าไปทำอะไรก็ไม่บอก จึงเข้าไปในบ้านดูไม่พบสามี แต่พบหลานสาวอยู่ในห้องน้ำ จนสามีมารับสารภาพว่าเข้าไปข่มขืนและให้เสพยาบ้า ซึ่งตอนนี้สามีไปอาศัยอยู่บ้านญาติ จะกลับมาก็ต่อเมื่อพนักงานสอบสวนเรียกตัว ก็ต้องปล่อยไปตามกฎหมาย


ทั้งนี้ พ.ต.ท.คณพศ ภูคงน้ำ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เชียงคาน เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน และรอทีมสหวิชาชีพมาสอบปากคำเด็ก และรอผลการตรวจร่างกายของโรงพยาบาล จากนั้นก็จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา ถ้าไม่มาจะออกหมายจับ คดีนี้ทางพนักงานสอบสวนเร่งรัดทำคดีให้อยู่ ไม่นิ่งนอนใจ และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: