ข่าวเด่นวันนี้

:

ลุ้น ใช้จ่าย คนละครึ่ง บนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ต.ค. นี้

        คนละครึ่งบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่

         ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจรายงาน น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในต้นเดือนส.ค.นี้ สศค.ได้เชิญผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง บนแพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรี่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ได้รับสิทธิ์คนละครึ่งกว่า 27 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ในเดือนต.ค.2564 นี้เป็นต้นไป

   “ที่ผ่านมาได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับผู้ให้บริการหลายราย ซึ่งทุกราย พร้อมให้สนับสนุนและเข้าใจสิ่งที่กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการ เพื่อความถูกต้อง และสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายได้ มิให้เกิดปัญหาการทุจริต เพราะนโยบายการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน นั้นต้องการให้เม็ดเงินดังกล่าวหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจริงและได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง เรารับทราบอยู่แล้วว่าวิถีชีวิตใหม่ ต้องปรับสู่ออนไลน์อยู่แล้ว แต่ขอเวลาปรับปรุงระบบ เพื่อให้รอบคอบและรัดกุมที่สุด

   สำหรับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ ที่พร้อมจะเข้าร่วมหารือกับกระทรวงการคลัง ได้แก่ แกร๊บ (Grab) โกเจค(Gojek) ฟู้ดแพนด้า (Food Panda) โรบินฮู้ด (Robinhood) ส่วนไลน์แมน จากเดิมแจ้งว่าไม่ว่างนั้น เชื่อว่าเมื่อถึงวันเวลาประชุมจริง เชื่อว่าไลน์แมน จะเข้าร่วมประชุมอย่างแน่นอน

   ส่วนกรณีที่ไลน์แมน ได้ปิดบริการสแกนจ่าย “คนละครึ่ง” ไปตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.​ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว เพราะก่อนหน้านั้น ถือว่ากระทำผิดเงื่อนไข ดังนั้นหากจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ก็ต้องรอการเชื่อมระบบให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะสามารถเปิดให้บริการได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับไลน์แมนด้วยว่า ต้องการเข้าร่วมโครงการกับกระทรวงการคลังหรือไม่

   ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ประชาชนจะได้รับการโอนเงินทั้งสิ้น 3,000 บาท แบ่งการโอนเป็น 2 รอบ  รอบแรก 1,500บาท  เริ่มใช้จ่ายวันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย. 2564 หลังจากนั้นรับโอนรอบ2 อีก 1,500 บาทเริ่มใช้จ่ายวันที่ 1 ต.ค. - 31 ธ.ค.2564 โดยคาดหวังว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 186,000 ล้านบาท

   อย่างไรก็ตาม ตามเงื่อนไขการใช้จ่ายในโครงการนั้นจะเป็นลักษณะจ่ายตรงหรือ(Face to Face) โดยไม่ผ่านตัวกลางแต่อย่างใด แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ โควิด -19 กระทรวงการคลัง จึงปรับวิธีการใช้จ่าย เพื่อให้ประชาชนสามรถใช้จ่ายได้สะดวกมากยิ่งขึ้นและเป็นการลดการแพร่ระบาดด้วย ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 1-22 ก.ค.ที่ผ่านมา มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้ว 38,500 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ์คนละครึ่ง 27 ล้านราย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: