ข่าวเด่นวันนี้

:

สัญญาณดีต่อเนื่อง! ส่งออกเดือน ก.ย. โตเพิ่ม 17.1% สินค้าเกษตรสุดฮอต

ส่งออกเดือน ก.ย.
พาณิชย์ รายงานสถานการณ์ส่งออกเดือน ก.ย. โตเพิ่ม 17.1% มีมูลค่า 23,036 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ยอด 9 เดือนแรก โตเพิ่ม 15.5% มีมีมูลค่า 199,997.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารสัตว์ ผลไม้กระป๋อง และ มันสัปปะหลัง ส่วนใหญ่เป็นตลาดหลัก เช่น สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ชู 130 กิจกรรม ดันส่งออกสุดปัง พร้อมเล็งผลักดันไทยเป็นผู้นำส่งออกมันสำปะหลัง โต้เพิ่ม3% ต่อเดือน

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนก.ย.2564 มีมูลค่า 23,036 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.1% มีมูลค่าการนำเข้า 22,426.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.3% เกินดุลการค้ามูลค่า 609.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนยอดส่งออกรวม 9 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่า 199,997.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.5% มีมูลค่าการนำเข้า 197,980.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.9% เกินดุลการค้า 2,016.8 ล้านเหรียญสหรัฐ


สำหรับ สินค้าที่ชยายตัวได้ดีในเดือน ก.ย. 64 ประกอบไปด้วย 1. สินค้าเกษตร มียอดการส่งออกเพิ่มขึ้น 12.9% สินค้าสำคัญ เช่น ยางพารา เพิ่ม 83.6% ลำไยสด เพิ่ม 73.8%มะม่วงสด เพิ่ม 55.9%มันสำปะหลัง เพิ่ม 44.4% ที่ขยายตัวในหลายตลาด ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่ม 11.3% สินค้าสำคัญที่ส่งออกเพิ่ม เช่น ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เพิ่ม 29.3% โดยเฉพาะสับปะรดกระป๋อง เพิ่ม 118.3% ผลไม้รวมกระป๋อง เพิ่ม 100.6% และมะม่วงกระป๋อง เพิ่ม 60.7% อาหารสัตว์ เพิ่ม 23.6% ซึ่งถือเป็นสินค้าดาวรุ่งที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ด้าน สินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 15.8% สินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน เพิ่ม 61% เหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก เพิ่ม 38.8% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เพิ่ม 32.8% รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่ม 4.9%  ขณะที่ตลาดส่งออก เพิ่ม 18.1% โดยยังคงเป็นตลาดหลัก ได้แก่สหรัฐ เพิ่ม 20.2% จีน เพิ่ม 23.3% ญี่ปุ่น เพิ่ม 13.2% อาเซียน (5 ประเทศ) เพิ่ม 25.7% CLMV เพิ่ม 8.2% และสหภาพยุโรป (27 ประเทศ) เพิ่ม 12.6 

 

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกในเดือนก.ย.2564 เพิ่มขึ้น 17.1% เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมรวม 130 กิจกรรม ที่ทำให้มีการขยายตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา รวมทั้งการแก้ปัญหาส่งออก โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปัญหาการส่งออกผ่านด่านไปเวียดนามและไปจีน และการเร่งรัดเปิดด่านชายแดนได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้น การค้าโลกก็ดีขึ้นด้วย ส่งผลให้มีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น โดยทางองค์การการค้าโลก (WTO) คาดว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 10.8% ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น รวมทั้งเงินบาทอ่อนค่า ทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจรายงานเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนที่จะผลักดันให้ประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตและการค้าสินค้ามันสำปะหลัง โดยตั้งเป้ายอดการส่งออกขยายตัวทุกเดือนอย่างน้อย 3%


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: