ข่าวเด่นวันนี้

:

ส.อ.ท.ชี้ตลาดเหล็กฟื้น คาดดีมานด์ในไทยปีนี้โต 15% แตะ 18.9 ล้านตัน

ส.อ.ท.

 

   ส... เผย โควิดคลี่คลาย ดันอุสาหกรรมเหล็กฟื้นตัว 8 เดือนแรก โต 18% คาดคดดีมานด์ความต้องการใช้เหล็กทั้งปีเพิ่ม 15% หรือ 18.9 ล้านตัน  เหล็กทรงแบนเพิ่มขึ้น 19% ผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาวเพิ่มขึ้น 10% ชูแรงสนับสนุนรัฐปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กภายใน ดันใช้เหล็กภายในประเทศมากขึ้น

 
    ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจรายงานว่า  นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน สถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกเริ่มปรับดีขึ้นโดยสมาคมเหล็กโลก หรือ World steel Association คาดว่าวามต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปของโลกมีแนวโน้มขยายตัว 5.8% ปริมาณอยู่ที่ 1,874 ล้านตัน ส่วนกลุ่มสหภาพยุโรป (27 ประเทศและสหราชอาณาจักร) คาดการณ์ความต้องการใช้เหล็กสำเร็จรูปขยายตัวอยู่ที่ 10.2% ขณะที่กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) คาดการณ์ความต้องการใช้เหล็กสำเร็จรูปขยายตัว 3.4% และภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย คาดการณ์ความต้องการใช้เหล็กสำเร็จรูปขยายตัว 4.7% และจีน คาดการณ์ความต้องการใช้เหล็กสำเร็จรูปขยายตัว 3.0%

 

 ขณะที่ สถานการณ์ราคาสินค้าเหล็กในภูมิภาคเอเซียหลายประเภทมีแนวโน้มปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงเดือนก.. 64 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า เช่น สินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นราคา 980 ดอลลาร์/ตัน ปรับลดลง 0.7% เหล็กลวดราคา 831 ดอลลาร์/ตัน ปรับลดลง 2.8% จากข้อมูลดังกล่าวคาดว่าสถาณการณ์ราคาเหล็กในตลาดโลกน่าจะเลยจุดสูงสุดมาแล้ว และน่าจะกลับสู่สถานการณ์ปกติในไม่ช้านี้ แต่คาดว่าจะไม่ต่ำลงมากเหมือนก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากประเทศจีนมีการควบคุมการผลิต และมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น

ราคาเหล็ก

  สำหรับ ประเทศไทย คาดว่าในปีนี้จะมีความต้องการใช้เหล็กทั้งปีราว 18.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15% จากปี 63 โดยผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนเพิ่มขึ้น 19% และผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาวเพิ่มขึ้น 10% แต่ทั้งนี้จากข้อมูลของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยจะพบว่าปริมาณนำเข้ายังคงมีอัตราการขยายตัวที่สูงกว่าการผลิตในประเทศ โดยในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณการบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็ก 13.0 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 18% จากปี63 แต่ข้อมูลของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยจะพบว่าปริมาณนำเข้ายังคงมีอัตราการขยายตัวที่สูงกว่าการผลิตในประเทศ

 

 อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้เหล็กสำเร็จรูปที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลมาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังจากที่สามารถมีการผลิตวัคซีนในการป้องกันได้ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถดำเนินการได้ดียิ่งขึ้น ภาคการผลิตของอุตสาหกรรมมีแนวโน้มและทิศทางที่ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป การสนับสนุนจากภาครัฐทั้งการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กภายใน และการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาสินค้านำเข้า และหันมาใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: