ข่าวเด่นวันนี้

:

ประกาศตรึงราคาต่อ ถึง ก.พ. 65 หมูหน้าฟาร์ม ราคากก.ละ 110 บาท

ประกาศตรึงราคาหมูหน้าฟาร์ม ถึง ก.พ. 65 ราคากก.ละ 110 บาท

     ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจรายงานว่า สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประกาศแล้ว จะทำการตรึงราคาหน้าฟาร์มที่ราคา 110 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมกำหนดราคาค้าปลีกหน้าเขียงที่กิโลกรัมละ 175-185 บาท ต่อเนื่องไปถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565 นี้

     น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกันของผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ มีมติให้รักษาระดับราคาจำหน่ายสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มเกษตรไว้ที่ไม่เกิน 110 บาทต่อกิโลกรัมต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยราคาจำหน่ายปลีกเนื้อสุกรชิ้นส่วนสะโพก หัวไหล่ ในห้างค้าปลีกราคา 175-185 บาทต่อกิโลกรัม

     ในขณะเดียวกันมีการหารือร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรโดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และกลุ่มฟาร์มสุกรครบวงจร โรงเชือดและแปรรูปสุกร เห็นชอบให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน เพื่อยืนราคาสุกรขุนไว้เช่นนี้ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565 นี้ โดยผู้ประกอบการเลี้ยงหมูทุกภาคส่วน พร้อมให้ความร่วมมือกัน คงราคาหมูเป็นไว้ที่กิโลกรัม 110 บาท เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้บริโภคมากจนเกินไป โดยเฉพาะในเทศกาลตรุษจีน ที่พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อหมูเป็นของไหว้เจ้า เพื่อร่วมลดรายจ่ายของประชาชน

ประกาศตรึงราคาหมูหน้าฟาร์ม ถึง ก.พ. 65 ราคากก.ละ 110 บาท

     นอกจากนี้ยังร่วมสนับสนุนโครงการโมบายพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน Lot16 จำหน่ายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 150 บาท ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 64 ซึ่งเกษตรกรเองเข้าใจพี่น้องคนไทยในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ขณะเดียวกันเราไม่อยากตกเป็นจำเลยสังคม ว่าเป็นสาเหตุของปัญหาราคาเนื้อหมูที่แพงขึ้น ทั้ง ๆ ที่ทุกคนร่วมกันรักษาราคาหน้าฟาร์มไว้เป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้ว จึงไม่อยากให้มีการฉวยโอกาสปรับเพิ่มราคาขายปลีกเนื้อหมู ซึ่งเป็นการผลักภาระให้กับผู้บริโภค

     อย่างไรก็ตามอุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ยังได้กล่าวอีกว่า ขณะนี้ภาคผู้เลี้ยงกำลังเร่งปรับปรุงฟาร์มกลับเข้าเลี้ยงสุกรรอบใหม่ เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตสุกรเข้าระบบให้เร็วที่สุด ส่วนด้านเกษตรกรนั้นยังคงต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโรคระบาดในสุกร ตลอดจนการจัดหาแหล่งเงินทุนหรือเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจำเป็นต่อการฟื้นฟูการผลิตให้พร้อมที่สุด ด้วยระบบการจัดการและการป้องกันโรคตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเลี้ยง และสร้างความเชื่อมันให้กับเกษตรกร รวมไปถึงเกษตรกรยังขอให้ภาครัฐเร่งปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ เพราะเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อความมั่นใจของภาคผู้ประกอบการเลี้ยงสุกร


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: