ข่าวเด่นวันนี้

:

ลุ้น! ราคาทองพุ่งทะยานต่อ หากสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ไม่จบ

จับตาราคาทองพุ่ง! หากสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ไม่จบ

     ตลาดทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างหนาแน่นในช่วงเกิดภาวะสงครามของรัสเซีย - ยูเครน โดยล่าสุดราคาทองคำล่วงหน้าในตลาด COMEX ปรับตัวขึ้นมาใกล้ระดับ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์เต็มที แต่ตลาด Gold Spot เช้านี้ได้ปรับตัวขึ้นไปแตะ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสิ่งที่นักลงทุนเริ่มจับตาคือทิศทางของราคาทองคำต่อจากนี้ ส่าจะกลับไปทำระดับนิวไฮได้เหมือนเมื่อปี 63 หรือไม่ ขณะที่ราคาทองแท่งหน้าร้านทองทะยานไปทำนิวไฮที่ 30,700 บาทเรียบร้อยแล้ว

     ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจรายงานว่า นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ราคาทองคำนั้นแปรผันโดยตรงกับสงครามระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน โดยราคาทองคำในประเทศไทยวันนี้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ราคารับซื้อระดับ 30,700 บาท/บาททองคำ ราคาขายออกที่ 30,800 บาท/บาททองคำ ทำลายสถิติเดิมที่เคยทำไว้เมื่อ 7 ส.ค.63 ที่ 30,400 บาท/บาททองคำ ส่วนแนวโน้มราคาทองคำจะไปต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การสู้รบของยูเครน-รัสเซีย
ส่วนราคาทองคำต่างประเทศอยู่ที่ 1,982 ดอลลาร์/ออนซ์ ถ้าสถานการณ์รุนแรงมีโอกาสปรับขึ้นทะลุ 2,000 ดอลลาร์ โดยมีสงครามรัสเซีย-ยูเครนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองปรับขึ้น

     ขณะที่ นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหารกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ หรือ แม่ทองสุก กล่าวว่า ราคาทองคำขึ้นอยู่กับสงครามรัสเซีย-ยูเครนเป็นหลัก เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาทองปรับขึ้นไปงวดนี้ ถ้าภาวะสงครามยืดเยื้อ โอกาสที่ราคาจะขึ้นเร็วและแรงจะมีสูง แต่ถ้าสงครามจบเมื่อไรโอกาสที่ทองจะปรับลงก็มีมาก จึงมองแนวโน้มราคาทองยังเป็นขาขึ้นอยู่ควบคู่กับภาวะเงินเฟ้อ

     ด้านนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำ ตลาด Spot ที่ปรับตัวสู่ระดับ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ในช่วงเช้าของวันนี้ นับจากเคยทำจุดสูงสุดไว้ที่ 2,075 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เมื่อเดือน ส.ค.63 นั้น เป็นผลมาจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบในรัสเซีย – ยูเครน ที่คาดว่าจะยืดเยื้อจนฉุดเศรษฐกิจให้ชะลอตัว

จับตาราคาทองพุ่ง! หากสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ไม่จบ

     ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อที่อาจจะพุ่งขึ้นขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะล่าสุดที่สหรัฐและชาติพันธมิตรกำลังพิจารณาห้ามการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย เพื่อตอบโตการรุกรานของรัสเซีย อย่างไรก็ดีเหตุการณ์รัสเซียบุกยูเครนนี้ยังส่งกระทบทางจิตวิทยากับทั่วโลก และอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นมาจากกองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนทองคำขนาดใหญ่เข้าถือครองทองคำเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยจากต้นปีถึงปัจจุบันเข้าถือครองทองคำเพิ่มแล้ว 78.62 ตัน ส่งผลให้ล่าสุดถือครองทองคำอยู่ที่ 1,054.28 ตัน ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.702% ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนทั้งดอลลาร์สหรัฐ และยูโร ต่างปรับตัวลดลง เช่นกัน ทำให้ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางสินทรัพย์อื่น ๆ ในฐานะสิทรัพย์ปลอดภัย

     อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนสินทรัพย์ปลอดภัยได้ให้คำแนะนำนักลงทุนให้ซื้อขายอย่างระมัดระวัง โดยแบ่งขายบางส่วนบริเวณแนวต้านที่ 2,014-2,031 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่ต้องขายทั้งหมดของพอร์ต เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในยูเครนยังมีความไม่แน่นอนสูง แล้วเข้าซื้อเพิ่มอีกครั้งเมื่อราคาอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับมองที่ 1,974-1,958 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยควรชะลอการเข้าซื้อหากราคาหลุด 1,958 ดอลลาร์ต่อออนซ์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: