ข่าวเด่นวันนี้

:

เล็งแผนรับมือวิกฤตพลังงาน ปิดปั๊มน้ำมัน 5 ทุ่ม ห้าง-โรงงาน-ป้าย ลดใช้ไฟฟ้า

 กพช. เคาะแผนวิกฤติพลังงาน "ห้าง-ปั๊ม-โรงงาน-ป้าย" ลดใช้ไฟฟ้า

     วันที่ 7 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจรายงานว่า นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า จากการติดตามทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ตลาดโลกพบว่ายังคงผันผวนและมีราคาสูง รวมถึงอัตราค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าของไทยในปี 2566 กพช. จึงมีมติเห็นชอบมาตรการบริหารจัดการพลังงานในสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานในช่วงเดือนต.ค-ธ.ค.2565

     โดยให้ดำเนินการควบคู่กับมาตรการขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมประหยัดพลังงาน 11 มาตรการ โดยกำหนดเกณฑ์ว่ามาตรการร่วมมือนี้จะเป็นมาตรการบังคับเมื่อราคาแอลเอ็นจีตลาดจร ( Spot LNG JKM) สูงเกินระดับ 50 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ต่อเนื่องกัน ไม่น้อยกว่า 14 วัน (Trigger point)

     สำหรับมาตรการขอความร่วมมือประหยัดพลังงานในภาคธุรกิจ/อุตสาหกรรม ที่อาจจะกลายเป็นมาตรการบังคับในอนาคต ได้แก่ 1.การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในอาคารให้สูงขึ้นจากปกติ 2 องศาเซลเซียส หรือ 27 องศาเซลเซียส และปิดระบบแสงสว่างในพื้นที่ที่ไม่จำเป็น 2.การกำหนดเวลาเปิด-ปิดไฟป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ 3.การปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงหลังเวลา 23.00 น. (เปิดเวลา 05.00-23.00 น.)

     4.การกำหนดเวลาเปิด-ปิดภาคธุรกิจบริการที่ใช้พลังงานสูง เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ สถานบันเทิง 5.การปิดระบบปรับอากาศก่อนห้างสรรพสินค้าปิด 30-60 นาที 6.การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงของโรงงานอุตสาหกรรม โดยภาครัฐสนับสนุนการให้ข้อมูล/คำแนะนำและอาจสนับสนุนเงินลงทุนบางส่วนแก่โรงงานอุตสาหกรรม

     มาตรการประหยัดพลังงานอื่นๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น 7.การลดการใช้แอลเอ็นจี เมื่อราคาสูงกว่า 25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู มาเป็นเชื้อเพลิงอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า 8.จัดหาก๊าซในประเทศและแหล่ง JDA ประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน 9.เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หน่วยที่ 8 ราว 555 กิกะวัตต์ชั่วโมง เป็นต้น

     “มาตรการจะว่าด้วยการประหยัด ซึ่งระยะเริ่มต้นจะเป็นการขอความร่วมมือ แต่เมื่อราคาแอลเอ็นจีสูงกว่าที่กำหนด รัฐจะออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งก่อนบังคับจะดูแนวโน้มราคาและแจ้งเตือนล่วงหน้า ซึ่งปัจจุบันราคาแอลเอ็นจีอยู่ที่ประมาณ 28-29 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู มั่นใจว่าแนวทางที่บริหารจัดการนี้ จะทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติงวด 1/2566(ม.ค.-เม.ย.) ราคาจะไม่สูงขึ้นกว่างวดปัจจุบัน ที่ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยรวมค่าไฟฟ้าฐานอยู่ที่ประมาณ 4.72 บาทต่อหน่วย แต่ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) จะพิจารณาต้นทุนรวมอีกเป็นสำคัญ”นายกุลิศกล่าว

     นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า กพช. ยังมีมติเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าบริการไฟฟ้า สีเขียว (Utility Green Tariff) ในโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าขายปลีก การทบทวนการกำหนดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์การกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเทศไทย ปี 2554-2558 ให้ปรับปรุงข้อความการนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรา 97(4) เพื่อการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีที่ใช้ในการประกอบกิจการไฟฟ้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย

     ทั้งนี้จากเดิม “โดยเรียกเก็บจากผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าในอัตรา 0.5 สตางค์ต่อหน่วย” เป็น “โดยเรียกเก็บจากผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าในอัตราไม่เกิน 0.5 สตางค์ต่อหน่วย” เพื่อให้ กกพ. สามารถกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าจากผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าเป็น 0 บาทต่อหน่วยเป็นการชั่วคราว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: