ข่าวเด่นวันนี้

:

รถ BMV ให้บริการผู้รับวัคซีนโควิด-19 กลุ่มผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ 7 โรคเสี่ยง เขตบางคอแหลม

       พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

     ผู้สื่อข่าวภูมิภาครายงาน (20 ก.ย.64) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ กทม. (BKK Mobile Vaccination Unit : BMV) ณ วัดไผ่เงิน เขตบางคอแหลม โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานเขตบางคอแหลม ศูนย์บริการสาธารณสุข 18 มงคล-วอน วังตาล และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

   ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร ได้จัดหน่วยบริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่กรุงเทพมหานคร (BKK Mobile Vaccination Unit : BMV) หรือรถ BMA ให้บริการฉีดวัคซีนเชิงรุกแก่ประชาชน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ซึ่งประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เนื่องจากรถ BMV สามารถเคลื่อนย้ายจุดฉีดไปตามชุมชนต่าง ๆ ได้รวดเร็ว ไม่แออัด และใช้เวลารอฉีดไม่นาน สำหรับวันนี้เป็นการให้บริการวัคซีนแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป กลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 200 คน จากนั้นรถจะเคลื่อนไปให้บริการตามจุดอื่น ๆ ต่อไป

   รถบริการรับผู้ฉีดวัคซีน

   สำหรับหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ กทม. (BKK Mobile Vaccination Unit : BMV) ให้บริการทุกขั้นตอนเบ็ดเสร็จภายในรถ BMV คันเดียว ตั้งแต่การคัดกรองเบื้องต้นและให้ผู้รับบริการลงนามยินยอมรับบริการวัคซีน จากนั้นยืนยันตัวตน (แสดงบัตรประจำตัวประชาชน) และรับการฉีดวัคซีน พักรอสังเกตอาการ 30 นาที และรับใบนัดเข็มที่ 2 ซึ่งผู้ที่รับวัคซีนเข็มแรกวันนี้ จะมารับวัคซีนเข็มที่ 2 ในวันที่ 11 ธ.ค. 64

   ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครโดยสำนักงานเขตและศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่จะทำการสำรวจประชาชนกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงการจองรับบริการวัคซีนทางช่องทางออนไลน์ จากนั้นจะประสานรถ BMV เคลื่อนที่ไปให้บริการตามจุดต่าง ๆ ทั้งนี้ หากชุมชนใดยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนสามารถประสานสำนักงานเขต หรือศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสำรวจจำนวนกลุ่มเป้าหมายในชุมชน พร้อมประสานรถ BMV ไปให้บริการ ในส่วนของผู้ป่วยติดเตียงจะทำการจัดเจ้าหน้าที่ลงไปฉีดวัคซีนให้ถึงบ้านด้วย

   อย่างไรก็ตาม เมื่อประชาชนได้รับวัคซีนแล้วยังคงต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มข้นต่อไป ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำสบู่บ่อย ๆ และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: