ข่าวเด่นวันนี้

:

สุดระทึก! อาคารหอพักในภูเก็ต ทรุดตัวอพยพวุ่น คาดฝนตกหนักดินอุ้มน้ำ

 

      ผู้สื่อข่าวภูมิภาครายงานว่า กลางดึกคืน วันที่ 20 ต.ค.65 ที่อาคารห้องเช่าไม่มีชื่อ สูง 2 ชั้น จำนวน 32 ห้อง ตั้งอยู่ภายในซอยประยูร 2 ถนนเยาวราช ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เกิดการทรุดตัวและถล่มลงมา เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากเจ้าของได้ให้ผู้เช่าทั้งหมดอพยพออกจากห้องพักตั้งแต่ช่วงสายวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังพบรอยร้าวของอาคาร เนื่องจากอาคารมีการทรุดตัวจนมีรอยร้าว สืบเนื่องจากฝนตกหนักและต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ดินชุ่มน้ำและพื้นที่บางส่วนเกิดดินสไลด์ไหลมาทับตัวอาคาร

 

 

      จากการสอบถาม นายณัฐวุฒิ เหมาะ อายุ 31 ปี ผู้เช่า เล่าว่า คืนวันที่ 19 ต.ค. 65 มีเสียงดังตูมเกิดขึ้น ต่อมาในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. เสียงดังขึ้นเป็นเสียงคล้ายๆ ปูนแตก แต่ไม่ได้เอะใจ และรุ่งเช้าวันที่ 20 ต.ค.เมื่อตื่นขึ้นมา พบว่าฝ้าเพดานในห้องพักของตนมีรอยแตก และในห้องพักห้องแรกของอาคารมีปูนแตก และกระเทาะขึ้นมา ซึ่งทุกคนคิดว่าไม่น่าจะปลอดภัย ทางผู้ดูห้องเช่าจึงได้ให้ทุกคนที่เช่าห้องอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีประมาณ 8 ห้องขนสิ่งของต่างๆ ออกจากหอพักตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 20 ต.ค.จนช่วงเที่ยงทุกคนก็ออกจากอาคารทั้งหมด จึงทำให้ไม่มีผู้ที่อยู่ภายในอาคารในช่วงที่อาคารถล่มลงมา

 

 

      หลังเกิดเหตุ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สั่งปิดพื้นที่และตัดกระแสไฟฟ้าตรงจุดเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุการทรุดตัวของอาคารอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบบ้านเรือนของประชาชนที่สร้างอยู่คล้ายกับหอพักที่พังถล่มลงมา ว่ายังแข็งแรงและปลอดภัยดีอยู่หรือไม่ เพราะช่วงนี้ภูเก็ตมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ดินไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้จึงเกิดเหตุการณ์ดินทรุดตัวเกิดขึ้นหลายแห่งติดต่อกัน

 

หอพักในภูกเก็ตถล่ม

 

      ด้าน นายธรรมฤทธิ์ ฤทธิภักดี วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าเกิดจากสภาวะถล่มจากอาคารด้านหลัง คือ คานของอาคารขาด แต่ตอม่อไม่ขาด ทำให้อาคารไม่สามารถรักษาเสถียรภาพไว้ได้ อาคารจึงเอนมาทับอาคารที่อยู่ด้านหน้า ขณะเดียวกันน้ำหนักที่อาคารด้านหลังเอนมาทับอาคารด้านหน้า ส่งผลให้ตอม่อของอาคารหน้าขาด ต่อมาน้ำได้ไหลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องมีการเฝ้าระวังอาคารทั้งหมดไว้ ทั้งนี้อาคารทั้งหมดไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้อีกต่อไป เนื่องจากไม่ปลอดภัย ซึ่งจะต้องดูในรายละเอียดของอาคารอีกครั้งว่าจะมีการรื้อถอนหรือซ่อมแซมอย่างไร

      เบื้องต้น คาดว่าเกิดจากการสไลด์ของดินจากบนภูเขาที่อยู่ด้านหลังของอาคารเคลื่อนลงมา ทำให้ตัวอาคารเกิดการสไลด์ตามดิน ทำให้ตอม่อขาดและถล่มในเวลาต่อมา โดยจะมีการตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: