ข่าวเด่นวันนี้

:

ศบค.จ่อยกเลิก Thailand Pass 1 ก.ค.นี้ - ปรับพื้นที่เป็นสีเขียวทั้งประเทศ

ศบค.ปรับพื้นที่สีเขียวทั้งประเทศ ยกเลิกไทยแลนด์พาส

     เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่า เรื่องที่ 2 ผลการดำเนินงานเปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร จากการรายงานจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาพบว่า วันที่ 1-15 มิ.ย. นักท่องเที่ยวเข้ามา 348,699 คน เฉลี่ยวันละ 2 – 2.5 หมื่นคน โดยประเทศที่นักท่องเที่ยวเข้ามามากสุด คือ 1.มาเลเซีย 6.1 หมื่นคน 2.อินเดีย 5.1 หมื่นคน 3.สิงคโปร์ 3.1 หมื่นคน 4.เวียดนาม 1.8 หมื่นคน และ 5.สหรัฐอเมริกา 1.5 หมื่นคน ส่วนตั้งแต่ยกเลิก Test&Go จะเห้นว่าแนวโน้มนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น หากนับตั้งแต่ต้นปีที่เข้ามามากสุด คือ อินเดีย 1.69 แสนคน

     “ส่วนไทยเที่ยวไทยมี 53.52 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 127% จังหวัดเป้าหมายที่ไปท่องเที่ยวมากสุด คือ กทม. ชลบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี เรามีรายได้การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 3.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 149% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขอบคุณคนไทยเที่ยวไทย สร้างเม็ดเงิน 2.48 แสนล้านบาท มากกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งการผ่อนคลายที่จะเกิดขึ้น เช่น Thailand Pass อาจทำให้ขึ้นมาเป็นแสนล้านบาทโดยเร็ว” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

     นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องที่ 3 การปรับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร จากเดิมที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) 46 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) 15 จังหวัด และพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) 20 จังหวัด ปรับมาเป็นพื้นที่สีเขียวทุกจังหวัดทั่วประเทศ สามารถมีกิจการกิจกรรมในการผ่อนคลายอย่างเต็มที่ แต่ต้องมาพร้อมมาตรการป้องกันควบคุมโรค ที่ประชุมรับทราบข้อเสนอเพื่อผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรคในประเทศ 8 มาตรการ คือ 1.พื้นที่สถานการณ์ปรับเป็นพื้นที่เฝ้าระวังทั่วประเทศ ยกเลิกพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 2.มาตรการใส่หน้ากากอนามัย ยกเว้นกรณีอยู่ที่โล่ง ไม่แออัด ทำกิจกรรมที่ไม่อาจสวมหน้ากากได้ ประกอบอาชีพต้องใช้การแสดงออกของใบหน้า การอยู่คนเดียวที่มีที่ปิดหรือมีฉากกั้น

     3.การบริโภคสุราแอลกอฮอล์ในพื้นที่เฝ้าระวัง เปิดบริการตามปกติโดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค กฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง 4.สถานประกอบการสถานบันเทิง เปิดให้บริการและให้ผู้รับบริการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในพื้นทีเฝ้าระวัง โดยเปิดบริการตามกฎหมายกำหนด 5.การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ผ่อนคลายดำเนินการตามปกติ 6.การคัดกรองอุณหภูมิ ไม่มีความจำเป็นต้องคัดกรองแล้ว อาจให้คัดกรองในสถานที่เสี่ยงหรือพื้นที่ระบาด 7.การเว้นระยะห่าง เว้นตามความเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และ 8.มาตรการการรวมกลุ่ม ให้คัดกรอง ATK เฉพาะกรณีสงสัยอาการทางเดินหายใจ หรือรวมกลุ่มมากว่า 2 พันคน แจ้งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.รับทราบเพื่อเฝ้าระวัง

     “เรื่องดื่มสุราและสถานบันเทิงใช้เวลาในการพิจารณามากพอสมควร เพราะมีข้อเรียกร้องเปิดถึง 02.00 น. เมื่อไปดูกฎหมายแล้ว มีเชื่อมโยง 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.สถานบริการ วึ่งมีสถานบริการหลายประเภท กฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดสถานบริการ พ.ศ.2547 มีการกำหนดโซนนิ่ง เวลาเปิดปิดก็เหลื่อมกันสูงสุดคือ 01.00 น. แต่สถานที่เต้นรำ 02.00 น. และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2558 เรื่องเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงมอบให้ฝ่ายกฎหมาย เลขา สมช.ไปหาข้อสรุปมา ขั้นตอนคือดูกฎหมายเก่าและมาผ่อนคลายอย่างไร ซึ่งต้องไปผ่านกระบวนการจัดการกฎหมายและเสนอ ครม. โดยนายกฯ ขอให้ทำให้เร็วที่สุด ถ้าให้เร็วคืออยากให้เกิดวันที่ 1 ก.ค. แต่ต้องขอเวลาฝ่ายต่างๆ ทำงานก่อน วันเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อกฎหมายถูกรวบรวมและแก้ไขอย่างถูกต้อง” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

     นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องที่ 4 การปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ค. ยกเว้นการลงทะเบียนระบบ Thailand Pass ทั้งต่างชาติและคนไทย ต้องแสดงผลการฉีดวัคซีน มีการสุ่มตรวจผู้เดินทาง หากไม่มีเอกสารใดๆรับรอง จะดำเนินการตรวจ Professional ATK ที่สนามบิน จนกว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ จะยังคงระบบและเปลี่ยนหน้าที่ของ Thailand Pass สำหรับโควิดเพื่อให้ผู้เดินทางใช้แต้งรายงานกรณีมีอาการสงสัยโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องรายงานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขต่อไป ซึ่งครอบคลุมการผ่านแดนทางบกด้วย ซึ่งมี 39 จุดด่านผ่านแดนถาวร ส่วนเรื่องเงินประกันยกเลิกไม่ต้องกำหนดวงเงิน แต่ส่งเสริมให้ซื้อประกัน ไม่ให้เป้นภาระเมื่อเจ็บป่วยในไทย ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบประกาศได้ตั้งแต่ 1 ก.ค.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: