ข่าวเด่นวันนี้

:

ประกาศเพิ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดเป็น 13 จว.เพิ่มชลบุรี- ฉะเชิงเทรา-อยุธยาขยายอีก 14 วันเริ่ม 20 ก.ค.นี้

ราชกิจจานุเบกษา

     ราชกิจจาฯ เผยแพร่ข้อกำหนดฉบับที่ 28 ล็อกดาวน์เพิ่ม “ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-อยุธยา” เป็น 13 จว.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้าน 3ทุ่ม-ตี 4 ร้านอาหารห้ามนั่งกินปิด 2 ทุ่ม โรงแรม-ร้านจำหน่ายเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ก่อสร้าง-ปั้มน้ำมัน-ปั้มแก๊สเปิดได้ตามปกติ ตลาดสดปิด 2 ทุ่ม ร้านสะดวกซื้อคงเดิมปิด 2 ทุ่มถึงตี 4 ห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน มีผลบังคับใช้ 20 ก.ค.นี้

     เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 28) โดยมีการปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ โดยปรับปรุงเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดขึ้นใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพิ่มจังหวัดชลบุรีฉะเชิงเทราและอยุธยา รวมเป็น 13 จังหวัดจากเดิม 10 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯนครปฐม นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสงขลา โดยห้ามเดินทางที่ไม่จำเป็นห้ามออกนอกเคหสถานหรือที่พำนัก ตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย14 วันนับตั้งแต่วันที่ข้อกำหนดฉบับนี้ใช้บังคับ หากผู้ใดฝ่าฝืนข้อนี้ ย่อมมีความผิดและต้องระวางโทษตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

     ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดจาก 24 จังหวัด เพิ่มเป็น 43 ประกอบด้วย กระบี่ กาญจนบุรี กาฬสินธุ์กำแพงเพชร ขอนแก่นจันทบุรี ชัยนาท ชัยภูมิเชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครนายกนครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์บุรีรัมย์ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ดระนองระยอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลยศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สระแก้วสระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัยสุพรรณบุรี สุรินทร์หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง อุดรธานีอุทัยธานี อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ

     ส่วนพื้นที่ควบคุมจากเดิม 25 จังหวัด ปรับเป็น 10 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครพนม น่าน บึงกาฬ พังงา แพร่พะเยา มุกดาหาร แม่ฮ่องสอนและสุราษฎร์ธานี ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสูง 1 จังหวัดประกอบด้วย ภูเก็ต

     นอกจากนี้การกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมและการตรวจการคัดกรองการเดินทางเฉพาะเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ให้พนักงานเจ้าหน้าที่โดยการสนับสนุนจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัด ในเส้นทางคมนาคม เข้าและออกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตามข้อกําหนดน้ี โดยเน้นการปฏิบัติ เพื่อการคัดกรอง ชะลอหรือสกัดกั้นการเดินทางออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเพื่อเดินทางไปยังพื้นที่อื่น โดยให้เป็นไปตามแนวทางที่ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 (ศปก.ศบค.) กําหนด เป็นระยะเวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 14 วัน

     ส่วนการขนส่งสาธารณะ ให้กระทรวงคมนาคม กรุงเทพฯ จังหวัด หรือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบกํากับดูแลการให้บริการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะทุกประเภทในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด และการขนส่งสําธารณะทุกประเภทระหว่างจังหวัดทั่วราชอาณาจักรให้เป็นไปตามแนวทาง ท่ี ศปก.ศบค. กําหนด โดยจํากัดจํานวนผู้โดยสารที่ใช้บริการไม่เกินร้อยละ 50 ของความจุผู้โดยสารสําหรับยานพาหนะแต่ละประเภท รวมทั้งจัดให้มีการเว้นระยะห่างและการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

     ขณะที่มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วนเฉพาะในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การจำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น.โดยห้ามบริโภคในร้านและให้ดำเนินการเฉพาะการนำกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น ส่วนห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันให้เปิดให้บริการได้เฉพาะแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกยาและเวชภัณฑ์พื้นที่ ซึ่งจัดให้การให้บริการฉีดวัคซีนหรือบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขอื่นๆของภาครัฐโดยให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น. ในส่วนของโรงแรมให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ โดยให้งดกิจกรรมการจัดการประชุมการสัมมนาหรือการจัดเลี้ยง

     ขณะที่ร้านสะดวกซื้อและตลาดสดให้เปิดดำเนินการได้จนถึงเวลา 20.00 น.โดยจำกัดเวลาสำหรับร้านสะดวกซื้อ ซึ่งตามปกติเปิดให้บริการในช่วงเวลากลางคืนให้ปิดให้บริการในระหว่างเวลา 20.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ส่วนโรงเรียนสถาบันการศึกษาหรือฝึกอบรมและสถานศึกษาต่างๆให้ปฎิบัติตามมาตรการที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

     สำหรับการดำเนินการของโรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์ รักษาโรค ร้านขายยา ร้านค้าทั่วไป โรงงานธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกรรมการเงินธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์ ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ร้านจำหน่ายเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดอันจำเป็น สถานที่จำหน่ายแก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส รวมทั้งบริการส่งอาหารและอาหารตามสั่งเดลิเวอรี่ยังคงเปิดดำเนินการได้ตามความจำเป็น โดยให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

     ทั้งนี้ ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยห้ามจัดกิจกรรม ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน โดยให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดการอบรมสัมมนาหรือการประชุมโดยวิธีการทางอิเล็คทรอนิกส์เป็นหลัก และกิจกรรมการรวมกลุ่มของบุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่เคยอนุญาตให้จัดกิจกรรมได้ ตามข้อกำหนดที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ หากประสงค์จะจัดกิจกรรมในช่วงเวลานี้ให้ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบและทบทวนมาตรการป้องกันโรคในการกิจกรรมให้เหมาะสมกับห้วงเวลาและสถานที่และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งนี้ ให้เป็นไปตามแนวทางปฎิบัติของศปก.ศบค.กำหนด

     อย่างไรก็ตาม การปฎิบัติงานของส่วนราชการและหน่วยงานรัฐให้หัวหน้าสวนราชการและหน่วยงานรัฐที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สั่งการให้เจ้าหน้าที่บุคลากรในความรับผิดชอบดำเนินมาตรการปฎิบัติงานนอกสถานที่ตั้งขั้นสูงสุดเต็มจำนวนและมุ่งการปฎิบัติงานหรือจัดกิจกรรม โดยวิธีการทางอิเล็คทรอนิกส์ให้มากที่สุดเพื่อลดจำนวนและจำกัดการเคลื่อนย้ายเดินทางของบุคคล รวมทั้งให้งดการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มเหลือขึ้นที่ของคนจำนวนมาก เช่นการจัดประชุม สัมมนา การจัดสอบ หรือจัดฝึกอบรม ทั้งนี้ ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐพิจารณาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้งได้เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

     โดยการปฏิบัติงานให้เปิดให้บริการเฉพาะภารกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการสาธารณสุข การควบคุมโรคกิจการที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภค กิจการที่เกี่ยวข้องกับการจราจร การบรรเทาสาธารณะภัยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรืองานที่มีกำหนดเวลาปฏิบัติชัดเจนและได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว เช่นเดียวกับการปฎิบัติงานของภาคเอกชนในช่วงระยะเวลานี้จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรปฏิบัติตามมาตรการปฎิบัติงานนอกสถานที่ตั้งครรภ์สูงสุดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามการบังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกำกับการปฎิบัติตามมาตรการข้อห้ามและข้อปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วันจนถึงวันที่ 2 ส.ค.2564 โดยให้ประเมินสถานการณ์และความเหมาะสมของมาตรการตามข้อกำหนดนี้ทุกห้วงระยะเวลา 7 วันและเตรียมการด้านบุคลากรสถานที่การประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมเป็นการล่วงหน้าให้ทำได้ตลอดเวลา

     ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 20ก.ค.2564 เป็นต้นไป เว้นเฉพาะมาตรการขนส่งสาธารณะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.นี้

     ประกาศ ณ วันที่ 17 ก.ค.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ราชกิจจานุเบกษา1ราชกิจจานุเบกษา2ราชกิจจานุเบกษา3ราชกิจจานุเบกษา4


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: