ข่าวเด่นวันนี้

:

ลูกค้าประจำ สั่งส้มตำกลับบ้าน กินเกือบหมดจานเจอทอง รีบล้างเอามาคืนแม่ค้า

ลูกค้ากินส้มตำ แต่เจอทอง รีบล้างส่งคืน แม่ค้าสุดปลื้ม เผยเป็นของสำคัญ

     ผู้สื่อข่าวรายรายงานว่า โลกโซเชียลที่ จ.บุรีรัมย์ พากันแชร์โพสต์ลูกค้าเอา "ตุ้งติ้ง" ส่วนประกอบของสร้องทองข้อมือรูปพรรณ ไปคืนร้านขายจิ้มจุ่มและส้มตำที่ตลาดรางรถไฟ อ.เมือง หลังซื้อส้มตำปูปลาร้าใส่ถุงกลับบ้าน แล้วไปเจอทองคำติดมาด้วยกับส้มตำ ขณะที่ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความชื่นชม

ลูกค้ากินส้มตำ แต่เจอทอง รีบล้างส่งคืน แม่ค้าสุดปลื้ม เผยเป็นของสำคัญ

     ล่าสุด (19 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางไปตรวจสอบพบว่าเป็นร้าน MK จิ้มจุ่ม ขายทั้งจิ้มจุ่ม ส้มตำและอาหารตามสั่ง อยู่ภายในตลาดริมราง ซึ่งเจ้าของตุ้งติ้งทองดังกล่าวคือ น.ส.วาทินีย์ แดขุนทด อายุ 31 ปี แม่ค้ามือส้มตำประจำร้าน

ลูกค้ากินส้มตำ แต่เจอทอง รีบล้างส่งคืน แม่ค้าสุดปลื้ม เผยเป็นของสำคัญ

     น.ส.วาทินีย์ เล่าว่า จริงๆ แล้วไม่รู้ว่าตุ้งติ้งทองของสร้อยข้อมือจะหาย เพราะมีหลายเม็ดรอบแขน ก่อนหน้านี้จะใส่ข้างซ้าย แต่พอได้นาฬิกามาใหม่ จึงเอาสร้อยแขนไปใส่ข้างขวา และเป็นมือที่ถือสากตำส้มตำ

ลูกค้ากินส้มตำ แต่เจอทอง รีบล้างส่งคืน แม่ค้าสุดปลื้ม เผยเป็นของสำคัญ

     จนกระทั่งเห็นลูกค้าส้มตำซึ่งเป็นขาประจำเอาตุ้งติ้งมาคืนให้ บอกว่าอยู่ในถุงส้มตำ ดีใจที่ได้ของกลับคืนมาโดยไม่รู้ว่าของตัวเองหาย และขอชื่นชมลูกค้าชั้นดีที่ทั้งเป็นขาประจำและซื่อสัตย์ต่อกัน โดยสร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยข้อมือที่สามีซื้อให้ครั้งขอแต่งงาน และตนจะเอาเรื่องดีๆ แบบนี้ไปสอนลูกหลานต่อไป

ลูกค้ากินส้มตำ แต่เจอทอง รีบล้างส่งคืน แม่ค้าสุดปลื้ม เผยเป็นของสำคัญ

     ขณะที่ น.ส.ณพอาภา ธนบุญสมบัติ อายุ 25 ปี คนเจอทองในส้มตำ บอกว่า วันนั้นซื้อส้มตำปูปลาร้าใส่ถุงกลับบ้าน เมื่อมาถึงเทถุงส้มตำออกใส่จาน แล้วกินตามปกติ

ลูกค้ากินส้มตำ แต่เจอทอง รีบล้างส่งคืน แม่ค้าสุดปลื้ม เผยเป็นของสำคัญ

     พอส้มตำใกล้จะหมด ตนกะจะซดน้ำสุดท้ายของส้มตำ เห็นสิ่งของลักษณะเหมือนทองอยู่ก้นจาน จึงเขี่ยไปมาพบว่ามีน้ำหนัก เมื่อนำไปล้างน้ำให้สะอาด จึงรู้ว่าเป็นทองคำ และคาดว่าน่าจะเป็นของคนตำส้มตำ จึงกลับเอามาคืนให้ ถึงแม้มูลค่าจะไม่มาก แต่ก็เป็นคุณค่าทางจิตใจ

ลูกค้ากินส้มตำ แต่เจอทอง รีบล้างส่งคืน แม่ค้าสุดปลื้ม เผยเป็นของสำคัญ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: