Travel Update

:

ภูกระดึง @ เมืองสวรรค์ในหมอก


ภูกระดึง @ เมืองสวรรค์ในหมอก


ถ้าเอ่ยถึง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง นักเดินทางทั้งหลายคงไม่มีใคร ไม่รู้จัก เพราะภูกระดึง เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ หลายคนปราถนา จะไปเยือนสักครั้ง หรือ หลายคนไปซ้ำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง








เสน่ห์ของภูกระดึง คือการเดินเท้าขึ้นภูเขา ผ่านซำ(ที่พัก) ต่างๆ ของบรรดา แม่ค้า ที่ขายอาหาร เครื่องดื่มให้นักท่องเที่ยว ได้มาแวะพัก ให้คลายเหนื่อย ตลอดเส้นทาง









การเดินขึ้นภูกระดึง แม้ว่า มันจะมีบางจุดสูงชัน หรือ ต้องใช้กำลังขา รู้จังหวะ ในการเดิน ตลอดเส้นทางแล้ว เรายังได้เจอมิตรภาพ เพื่อนใหม่ ตลอดเส้นทาง ของนักท่องเที่ยว ที่มีศูนย์รวมจิตใจเดียว คือ ธรรมชาติบน ภูกระดึง







ปีนี้ เราได้มีโอกาส กลับไปเยือนภูกระดึง เป็นครั้งที่ 4 เพื่อร่วมกิจกรรม ปิดภูกระดึง ให้ป่าได้พักผ่อน นาน 4 เดือน ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย.2559 ปีนี้ ทางจังหวัดเลย จัดกิจกรรม อย่างเป็นทางการ เปิดรับอาสาสมัครจากภายรอก ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีใจรักในธรรมชาติ เข้ามาร่วมกิจกรรม เก็บขยะบนภูกระดึง มีคนเข้าร่วมมากกว่า 300 คน นับว่า เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์มาก และปีนี้ ผลตอบรับจากนักท่องเที่ยวดีมาก ทางจังหวัดเลย ก็มีแนวคิดจะจัดกิจกรรมแบบต่อเนื่องไปทุกๆปี พูดถึงธรรมชาติและทัศนียภาพ บนภูกระดึงแล้ว สวยงามไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวใดในโลก นี้ วันที่เราเดินทางขึ้นภูกระดึง เราได้สัมผัสอากาศ ครบ 3 ฤดู เริ่มจาก บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง (ด้านล่าง) ก็เจอกับอากาศที่ค่อนข้างร้อน อบอ้าว แต่พอเดินเข้าไปในป่า ยื่งสูงขึ้น ก็เจอกับฝนตกโปรยปราย ชุ่มฉ่ำเย็น แต่ด้วยประสบการณ์เดินทางบนภูกระดึง เราก็เตรียมตั้งรับไว้ ด้วยเสื้อกันฝน ป้องกันอุปกรณ์ ถ่ายภาพเปียกฝน พอตกกลางคืน พบว่า อากาศเย็นลง จนมีละอองหมอก อุณหภูมิ อยู่ที่ 18 องศา และยิ่งดึก ก็ยิ่งลดลง








แน่นอนว่า บนภูกระดึง เป็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ และกว้างใหญ่ไพศาล มีจุดชมธรรมชาติ ศึกษาธรรมชาติมากมาย แต่ เราต้องเสาะแสวงหาด้วยการเดินเท้า ไปตามจุดต่างๆ จาก ที่ทำการอุทยานฯ ด้านบน เดินไปผ่านลานองค์พระ หรือบางกลุ่ม เลือกเดินเข้า เส้นทางสายน้ำตก ที่มีความชุ่มฉ่ำของ ป่าเขา ลำเนาไพร สวยไปอีกแบบ และนั่นก็ต้องแลกมาด้วยการเดินฝ่าดงตัวทาก ที่จะมาเกาะเท้าดูดกินเลือดของเรา ถึงต้องมีการใส่ถุงกันทาก และอุปกรณ์ ยาเส้น ฉีดโรยที่เท้าเพื่อป้องกันทากเกาะเท้า









การเดินชมธรรมชาติ บนภูกระดึง ใช้เวลา 1 วันเต็มๆ ดังนั้น ต้องพกอาหารกลางวันและน้ำดื่ม ขนมขบเคี้ยวติดตัวไปด้วย เพราะระหว่างทางไม่มีร้านอาหารไว้บริการ จะมีก็แต่บริเวณ ผาหล่มสัก ที่อยู่ห่างออกไปจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กม.








ครั้งนี้ เราโชคดีมาก ที่ตลอดเส้นทางเลาะแนวหน้าผา ตั้งแต่ผาหล่มสัก ผาแดง ผาเหยียบ ผาหมากดูก มีทะเลหมอก ให้เราได้แวะถ่ายภาพ อย่างเพลินตา เพลินใจ เรียกได้ว่า หายเหนื่อย เพราะ เรามา 4 ครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นทะเลหมอกแสนสวยเหมือนปุยฝ้าย ทริปนี้ถือว่าคุ้มค่ามากๆ








แม้จะเตรียมตัวมาเที่ยวภูกระดึง มาให้ธรรมชาติโอบกอด หาความสุขกะบผืนป่า แต่ก็ไม่วายที่จะมีคำถาม เกี่ยวกับการพัฒนาภูกระดึง ขึ้นมาถามความเห็นพ่อค้า แม่ค้า บนภูกระดึง เช่นกัน







ได้คุยกับแม่ค้า ที่บริเวณผาหล่มสัก เธอบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการสร้างกระเช้า เพราะเมื่อมีกระเช้า ความสะดวกสบายก็จะเข้ามามาก คนจะขนของขึ้นมากิน แม่ค้าขาดรายได้ ความสมดุลทางธรรมชาติ ก็จะขาดหายไป จึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ การสร้างกระเช้า








ภูกระดึง เสน่ห์ มันอยู่ที่การเดิน เดิน และเดิน หากวันใด กระเช้ามา แน่นอนว่า เสน่ห์ตรงนี้ คงขาดหายไป สมดุลทางธรรมชาติ ก็อาจจะเลือนหายตามไปด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: