Travel Update

:

ทรานส์อเมริกา พีระมิดตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในซานฟรานซิสโก


ทรานส์อเมริกา พีระมิดตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในซานฟรานซิสโก


ทรานส์อเมริกา พีระมิดเป็นสัญลักษณ์ของซานฟรานซิสโกและเป็นหนึ่งในตึกระฟ้าที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ตอนนี้ก็ได้กลายเป็นอาคารที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมาเป็นตึกระฟ้าอันทรงคุณค่าดั่งที่เห็น ณ ปัจจุบันนี้ ทีมวิศวกรต้องต่อสู้กับการก่อสร้างอย่างเข้มข้นพอสมควรทีเดียว ทีมวิศวกรที่ก่อสร้างตึกจะต้องทนต่อแผ่นดินไหวที่รุนแรงมาก ที่เกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย บางส่วนของตึกเกิดความยากลำบากในการก่อสร้างเป็นอย่างมาก ในปี ค.ศ. 1965 แจ็ค เบ็คเค็ทท์ เป็นซีอีโอของบริษัททรานส์อเมริกา เขาเป็นผู้รวบรวมบริษัทในเครือโดยมีเป้าหมายเพื่อก่อสร้างตึกระฟ้าให้เป็นไอคอนที่อยู่ใจ กลางเมืองซานฟรานซิสโก


     เดิมทีตึกระฟ้าแห่งนี้ได้ถูกวางแปลนไว้ให้มีความสูงที่ 350 เมตร ตึกทรานส์อเมริกา พีระมิดจึงเกือบจะได้เป็นตึกอันดับสองที่สูงที่สุดในโลก รองจากตึกเอ็มไพร์สเตต แต่เนื่องจากมีตึกระฟ้ามากมายเกิดขึ้นที่นิวยอร์ค วิลเลียม เปเรย์รา สถาปนิกผู้ออกแบบตึกที่มีรูปทรงแหลมเหมือนปิรามิดเพื่อให้สามารถมองเห็นแสงไฟของตึกได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในระดับพื้นถนน ยอดแหลมของพีระมิดที่จะทำให้ตึกทรานส์อเมริกาปรากฎอยู่บนแผนที่และเป็นตึกที่สะดุดตาผู้คนในขณะนั้น แม้ว่าแผนการก่อสร้างจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มเปี่ยมโดยนายกเทศมนตรี แผนการในการออกแบบตึกแห่งนี้ก็ได้รับการโจมตีอย่างต่อ เนื่องโดยสื่อมวลชน สาธารณะชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น



     ได้เกิดปฏิกิริยาอันรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายของการวิพากวิจารณ์ของสื่อหนังสือพิมพ์ต่างๆ ถึงดีไซน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งก็จะเหมือนๆ กับอาคารที่พบเห็นในลาสเวกัส เนื่องจากสื่อมวลชนและผู้คนต่างเกรงกลัวว่าความสูงของ ตึกจะทำให้ซานฟรานซิสโกมีผู้คนอยู่อาศัยหนาแน่นเหมือนกับในแมนฮัตตันจนเกิดการประท้วงขึ้นที่บริเวณตึกไปจนถึง สำนักงานใหญ่ของทรานส์อเมริกา จากการประท้วงที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงนั้น แผนการสร้างพีรามิดจึงถูกยุติไปในขณะนั้น หลังจากนั้นจึงมีการลดสเปคความสูงของตึกเป็น 260 เมตร ตึกระฟ้าสร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1972 และกลายเป็นตึกระฟ้าที่สูง ที่สุดในซานฟรานซิสโกและเป็นแลนด์มาร์คที่สูงในระดับเส้นขอบฟ้าของซานฟรานซิสโก



เครดิต : theb1m.com


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: