Travel Update

:

10 จุดเช็คอิน ฟินกับทะเลหมอก สัมผัสความหนาวส่งท้ายปี

10 จุดเช็คอิน ฟินกับทะเลหมอก สัมผัสความหนาวส่งท้ายปี

 

สิ้นปีนี้ฟินกับทะเลหมอกกับ 10 จุดเช็คอินสัมผัสความหนาวส่งท้ายปี ที่หยุดยาวนี้ไม่ควรพลาด

ยอดเขาเทวดา สุพรรณบุรี
1. ยอดเขาเทวดา สุพรรณบุรี
     ยอดเขาเทวดา เป็นจุดที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดใน จ. สุพรรณบุรี มีความสูงถึง1123 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติพุเตย มีพื้นที่เกือบ 2 แสนไร่ หรือประมาณ 317 ตารางกิโลเมตร ยอดเขาเทวดา มีลักษณะเป็นเทือกเขาที่สลับซับซ้อน เป็นผืนป่าผืนสุดท้ายของป่าห้วยขาแข้ง ด้วยความกว้างขวาง ทำให้มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย มีกิจกรรมประจำถิ่นสุดมันส์คือ การโรยตัวลงจากน้ำตกตะเพินคี่น้อย ยอดเขานี้ยังเป็นจุดชมวิวที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะ การชมแสงพระอาทิตย์ยามเช้า บนยอดเขา โดยเฉพาะช่วงหน้า ที่จะให้เราได้เห็นทะเลหมอกแสนงามสุดลูกหูลูกตา

เขากระโจม ราชบุรี
2. เขากระโจม ราชบุรี
     เขากระโจม เป็นยอดเขาสูงสุดในเทือกเขาตะนาวศรีมีความสูง 1,045 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่บน บ้านผาปก ตำบลสวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จัดเป็นจุดชมทะเลหมอกที่ใกล้กรุงเทพมากที่สุด และเป็นพื้นที่ สุดเขตประเทศไทย ภาคตะวันตกเขากระโจม เป็นยอดเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยป่าไม้นานาชนิด ระบบนิเวศน์ที่หลากหลาย มีน้ำตกผาแดง น้ำตดสุดงามไหลผ่านหินผาสีแดงที่สวยงามขึ้นชื่อ เป็นจุดชมวิว ล่าทะเลหมอกยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวต่างมาเยี่ยมเยือนในช่วง ฤดูหนาว เดือนตุลาคม-มกราคม นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสทะเลหมอกสุดลูกหูลูกตาจนถึงฝั่งพม่า

ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย
3. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย
     ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ด้วยความสูงถึง 1,628 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่มาชื่อภูชี้ฟ้า มาจาก หน้าผาปลายแหลมทอดยาว ที่ชี้ไปบนฟ้าฝั่งประเทศลาว ภูชี้ฟ้า เป็นจุดชมทะเลหมอกสุดงาม ด้วยความสูงตระหง่าน และวิวทิวทัศน์เบื้องล่างสุดงาม ในช่วงฤดูหนาว เดือน ธันวาคม-มกราคม จะได้ทะเลหมอกสุดงาม ลาดผ่านไปยังประเทศลาว ในขณะที่มุมมองเบื้องล่าง ยังมองเห็นแม่น้ำโขงที่ไหลคดเคี้ยว ป่าไม้สุดงาม โดยเฉพาะดอกพญาเสือโคร่ง ซากุระเมืองไทย ที่สวยงามบานสะพรั่งสีชมพูสดใส เรียกได้ว่ามาที่เดียวสามารถชมดอกไม้เปลี่ยนสี และทะเลหมอกได้ในที่เดียว นอกจากนี้ช่วงปีใหม่ นักท่องเที่ยวยังได้พบ ประเพณีพื้นบ้าน “โยนลูกช่วง” ของชาวม้งที่จะแต่งชุดประจำเผ่าสีสันสวยงามมาร่วมประเพณีโยนลูกหินของหนุ่ม-สาวม้ง

ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน
4. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน
     ดอยเสมอดาว จุดชมวิวที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดน่านด้วยความสูง888 เมตร ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย ดอยเสมอดาว เป็นทุ่งหญ้าสวยกลางเทือกเขา ที่ลดหลั่นเป็นขั้นบันได ความเป็นธรรมชาติ อุดมสมบูรณ์มากบริเวณจุดชมวิว จะมองเห็นขุนเขาน้อยใหญ่ สายน้ำลัดเลาะเชิงเขาสวยงาม ในช่วงหน้าหนาว นักท่องเที่ยวจะมองเห็นทะเลหมอกสุดงาม พร้อมทิวทัศน์เขียวขจีเบื้องล่าง นักท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงนิยมมานอนค้างแรมดูดาวในตอนกลางคืน และ
รอดูแสงอาทิตย์ตัดสายหมอกในตอนเช้า

ดอยแม่จอก อุทยานแห่งชาติขุนสถาน
5. ดอยแม่จอก อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน
     ดอยแม่จอก เป็นยอดดอยที่มีความสูง 1,424 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ท้องที่ ตำบล สันทะ อำเภอ นาน้อย จังหวัดน่าน ใน เขตอุทยานแห่งชาติขุนสถาน มีลักษณะเป็นทิวเขาใหญ่น้อยเรียงรายสลับกัน ประกอบด้วยป่าไม้ประเภทต่างๆมากมาย จึงมีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์สูง มีน้ำตก และถ้าที่งดงาม เช่น น้ำตกตาดหมอก ,ถ้ำละโอ่ง บนดอยเป็นจุดชมทะเลหมอกชื่อดัง ที่ทิวทัศน์งดงามเหมือนมหาสมุทรหมอก ที่มีเกาะเล็กเกาะน้อย ท่ามกลางโขดหิน นอกจากนี้ยังสามารถชมดอกพญาเสือโคร่ง ซากุระเมืองไทยชมพูบานสะพรั่ง ที่น่าตื่นตา ให้นักท่องเที่ยวได้ล่าทั้งทะเลหมอก และชมดอกไม้สุดงามได้ในที่เดียว


ดอยหลวงเชียงดาว
6. ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
     ดอยเชียงดาว ตั้งอยู่ที่ อ.เชียงดาว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว เป็นยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ3 ของประเทศไทย รองจาก "ดอยอินทนนท์" และ "ดอยผ้าห่มปก ด้วยความสูง2,195 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีลักษณะรูปกรวยคว่ำ เป็นจุดชมวิว สัมผัสทะเลหมอกสุดงาม ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบด้าน เป็นทะเลหมอกครอบคลุมเทือกเขาต่างๆได้อย่างชัดเจน คือ ดอยสามพี่น้อง, เทือกดอยเชียงดาว และยอดดอยอินทนนท์ นอกจากนี้ ธรรมชาติโดยรอบก็สวยงามด้วย ไม้ป่านานาชนิด โดยเฉพาะ ดอกชมพูเชียงดาวที่พบได้ที่เดียวในโลก

กิ่วแม่ปาน
7. กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
     กิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ จุดชมวิวสุดงามระดับความสูง 2,157 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชมทะเลหมอก สุดงาม ตัดกับเทือกเขาสลับซับซ้อน จุดชมวิวบางจุด สามารถมองเห็น พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งตระหง่านคู่กันในเรื่องความสมบูรณ์ของธรรมชาติ แถบนี้ก็งดงามนัก มี น้ำตกลานเสด็จ ที่ตระการตา กุหลาบพันปีสุดงาม ที่พบได้เฉพาะในแถบนี้

ดอยอ่างขาง
8. ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่
     สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยเกษตรแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง” เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่าก่อน สถานีวิจัยแห่งนี้ตั้งอยู่บน เทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง ที่ระดับความสูงถึง1400เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีพื้นที่ถึง 16,577 ไร่ สถานีเกษตรอ่างขาง มีพืชพันธุ์ที่งดงามหลายชนิด เช่น ดอกนางพญาเสือโคร่ง, ไร่สตรอเบอร์รี ,ไร่ชา มีสวนสวยงามมากมาย เช่น สวนแปดสิบ, สวนดอยคำ, สวนหอม, สวนสมเด็จ, สวนกุหลาบอังกฤษ, สวนซากุระ ทั้งยังเป็นจุดชมทะเลหมอก ที่บรรยากาศดี สามารมองเห็นวิวเทือกเขาสลับกับความสวยงามของพืชพันธุ์เมืองหนาว หลากสีสัน พร้อมของฝากของที่ระลึกมากมายที่มีจำหน่ายบริเวณสถานีอ่างขาง

ดอยแม่ตะมาน
9. ดอยแม่ตะมาน สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ เชียงใหม่
     ดอยแม่ตะมาน ตั้งอยู่ ต.แม่นะ อ. เชียงดาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่า สวรรค์บนดิน" ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน บนสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว ซึ่งเป็นหน่วยงานของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นจุดชมวิวที่มีความงดงาม บรรยากาศเหมือน อยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะ ภาพทะเลหมอกตัดกับดอยเชียวดาวที่แสนตระการตา นักท่องเที่ยวจำนวนมาก นิยมมาเที่ยวช่วงต้นม.ค. – กลางม.ค. ดอกนางพญาเสือโคร่งบนดอยแม่ตะมานจะบาน เรียกได้ว่า แทบไม่ต่างกับชมดอกซากุระ ที่มีฉากหลังภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่นเลย

ดอยผาตั้ง
10. ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย
     ดอยผาตั้ง มีความสูงประมาณ 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นยอดดอยในเทือกเขาหลวงพระบาง มีความสำคัญในฐานะ เป็นพรมแดน เส้นแบ่งเขตแดนไทย-ลาว บริเวณแห่งนี้จึงมีชาวบ้านดั้งเดิม อย่าง ชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า เป็นจำนวนมากดอยผาตั้งมีจุดชมวิวมากมาย เช่น จุดชมวิวผาบ่องประตูสยาม จุดชมวิวช่องผาขาด จุดชมทะเลหมอกเนิน 102 จุดชมทะเลหมอกเนิน 103 เรียกได้ว่ามาที่เดียว สามารถชมได้หลายจุด นอกจากนี้ในช่วงหน้าหนาว เดือน ม.ค.-ก.พ. จะได้พบ ป่านางพญาเสือโคร่ง บานสะพรั่งสีชมพูสุดงาม พร้อมพืชพันธ์เมืองหนาว ติดเป็นของฝากกลับบ้าน จากโครงการหลวงผาตั้ง เช่น บล็อคโคลี่ แรดิชชิโอ ถั่วลันเตาหวาน กะหล่ำม่วง


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: