Travel Update

:

ต้องแวะ ! 10 จุดเช็คอินภาคอีสาน ต้องได้ไปเยือนสักครั้ง

ต้องแวะ !  10 จุดเช็คอินภาคอีสาน ต้องได้ไปเยือนสักครั้ง 

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย
     ภูกระดึงอยู่ที่ ตำบลศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.13 ตารางกิโลเมตร (217,576.25 ไร่) เป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่2 ของประเทศ ได้รับการจัดตั้งเมื่อปี วันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก อันเนื่องมาจากความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ มีป่าไม้ หลากหลาย น้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกรัตนา น้ำตกพระองค์ น้ำตกธารสวรรค์ จุดชมวิวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผาแดง ผาส่องโลก ผานาน้อย ผาจำศีล สวนสีดา ลานกินรี เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักเดินป่าผู้ชื่นชอบธรรมชาติ ในขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมความของจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงในเรื่องของจุดชมทะเลหมอก และชมดอกไม้เปลี่ยนสีสุดงาม ภายใต้การดูแลของเข้าหน้าที่ตามจุดบริการนักท่องเที่ยวที่มีอย่างมากมาย

วนอุทยานโกสัมพี
2. วนอุทยานโกสัมพี จังหวัดมหาสารคราม
     วนอุทยานโกสัมพี ตั้งยู่ใน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคราม ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2519 เป็นวนอุทยานที่มีความหลากหลายทางนิเวศน์วิทยาสูง บริเวณทางเข้า มีองค์หลวงพ่อมิ่งเมืองซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของชาวโกสุมพิสัยประดิษฐานอยู่ ชาวบ้านในละแวกนี้เชื่อว่า ป่าแห่งนี้เป็นป่าศักดิ์สิทธ์ แต่สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวจดจำได้ยิ่งกว่า คือ ความน่ารักซุกซนของ เจ้าถิ่น ลิงแสม ที่มีมากถึง800 กว่าตัว ซึ่งมีหลักๆอยู่2พันธุ์ คือ ลิงแสมขนสีเทา ที่พบได้ทั่วๆไป กับ ลิงแสมขนสีทอง ที่พบได้เฉพาะ แถบนี้เท่านั้น นอกจากนี้วนอุทยานยังเต็มไปด้วยสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่เหมาะจะไปปิคนิคมากมาย

อุทยานแห่งชาติภูเรือ
3. อุทยานแห่งชาติภูเรือ
     อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว มีเนื้อที่ประมาณ 75,525 ไร่ ชื่อภูเรือมาจากยอดเขาที่มองไกลๆมีลักษณะเหมือนเรือ มีชื่อเสียงในเรื่องของ จุดชมวิวสุดงาม ที่ได้ชื่อว่า “หนาวสุดแดนสยาม”บริเวณจะอากาศเย็นจัดจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งมากมาย ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “แม่คะนิ้ง” จุดชมวิวที่สูงที่สุดสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,365 เมตรเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาวาบรรพต พระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธ์ เก่าแก่ ทิวทัศน์บนยอดเขา สามารถมองเห็นทั้งแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขง ซึ่งกั้นระหว่างพรมแดนไทย–ลาว ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวยังสามารถชมทะเลหมอกได้อีก จึงเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอย่างมาก

ภูป่าเปาะ
4. ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย
     ภูป่าเปาะ ตั้งอยู่ที่บ้านผาหวาย ตำบล ปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เพิ่งได้รับการพัฒนาเมื่อไม่นาน มีลักษณะเป็นเขายอดตัดราบ คล้ายชามคว่ำ มีจุดชมวิวสุดงามถึง4จุด นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาชมทะเลหมอก เพื่อชอมวิวสุดงามที่มองออกไปจะเห็น ภูหอ ภูเขา สุดงามที่ได้ชื่อว่า “ ฟูจิเมืองเลย” ยิ่งมาหน้าหนาว วงดอกไม้เปลี่ยนสี ทะเลหมอกปกคลุม บรรยากาศสุดงามเหนือบรรยายราวกับ นั่งชมพูเขาไฟฟูจิกลางเมืองไทย

สามพันโบก
5. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี
     สามพันโบก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ต.เหล่างาม และ ต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติรูปร่างแปลกตา ของแก่งหินที่เกิดการกัดเซาะ จนกลายเป็นแอ่งหลุม จำนวนมาก (ภาษาอีสานเรียกว่าโบก) ซึ่งจะพบเห็นได้มาก ในช่วงน้ำลด หน้าแล้ง บริเวณแห่งนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจจากปรากฏการ์ณธรรมชาตินี้ อย่าง เช่นหาดหงส์ หาดสลึง โดยเฉพาะ จุดแลนด์มาร์คที่สำคัญ “หินหัวสุนัข” หินรูปทรงแปลก สัญลักษณ์ของที่นี่ ด้วยความแปลกเป็นเอกลักษณ์นี้ ทำให้ สามพันโบก ได้รับฉายาว่า “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย”


6. หาดทรายสูง จังหวัด.อุบลราชธานี
     หาดทรายสูงตั้งอยู่ ริมแม่น้ำโขง บ้านลาดเจริญ ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี แหล่งท่องเที่ยวแปลกตาจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ ที่พบเห็นได้เฉพาะหน้าแล้งเท่านั้น เนื่องจาก บริเวณแห่งนี้เป็นหาดทรายที่เกิดทรายที่แม่น้ำโขงพัดมาไหลรวมกัน จนเมื่อหน้าแล้งระดับน้ำลดลง เราจะได้เห็นกองทรายมหึมา เสมือนเป็นทะเลทรายขนาดย่อมๆที่มีทัศนียภาพแปลกตา เมื่อถึงเวลาเที่ยว (หน้าแล้ง) เนินทารายแห่งนี้จะคึกคักด้วยร้านอาหาร กิจกรรมทราย อย่างสไลเดอร์ทรายไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างครึกครื้น


7.ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี
     ทะเลบัวแดงตั้งอยู่ที่ บึงหนองหาน บ้านเดียม ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดงาม ริมน้ำที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีชมพูสุดสวย หวานแหววบานสะพรั่ง ที่มีกระจายอยู่โดยรอบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ ที่ บ้านเดียม ตำบลเชียงแหว ช่วงเวลาที่ควรไปเยี่ยมชม คือ เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ยามเช้าที่ดอกบัวบานสะพรั่ง ในแต่ละปี ทางเทศบาลจะจัด เทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ทะเลบัวแดงแห่งนี้เป็นประจำ มีร้านอาหารร้านค้ามากมาย เป็นบรรยากาศที่สนุกสนานเพลิดเพลิน


8. น้ำตกเจ็ดสี จังหวัดบึงกาฬ
     น้ำตกเจ็ดสี ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ที่ บ้านดอนเสียด อ.เซกา จ.บึงกาฬ น้ำตกสุดงามทัศนียภาพแปลกตา ที่เกิดจาก เกิดจากธารน้ำของห้วยกะอามไหลมาตามหน้าผาหินทรายสูงและแผ่กว้างเป็นทางยาว นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาเยี่ยมในช่วงหน้าฝน ด้วยความสวยงาม และยังเป็นน้ำตกที่3ชั้นที่เล่นน้ำได้ ชั้นที่สวยที่สุดจะเป็นชั้น3 ที่น้ำตกกระทบหินเบื้องล่างเกิดเป็นละอองไอน้ำยามเมื่อกระทบกับแสงแดดทำให้เกิดสีต่าง ๆ เป็นที่มาของชื่อ น้ำตกเจ็ดสี บริเวณน้ำตกเองก็กว้างขวาง เต็มไปด้วยร้านอาหาร และจุดบริการนักท่องเที่ยวมากมาย


9. บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ
     บึงโขงหลง ตั้งอยู่ ต.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยปลาน้ำจืด ใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 11,318ไร่ 2งาน 7 ตารางวา เมื่อปี พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาโครงการเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง และได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติอันดับที่ 1,098 ของโลก (Wetland of International Importance)เมื่อปี พ.ศ.2525 บึงโขงหลงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และพืชน้ำนานาชนิด เช่น นกกว่า 100 ชนิด โดยเป็นนกอพยพกว่า 50 ชนิด และปลาประมาณ 80 ชนิด มีปลาที่หาดูยาก คือ ปลาบู่แคระ บึงโขงหลง แต่เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของ จ.หนองคาย แต่ปัจจุบันแยกออกมาเป็น จ. บึงกาฬ และมีการนำชื่อ “บึงโขงหลง”มาตั้งเป็นชื่อ ตำบล บึงโขงหลง จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณเอนกอนันต์ต่อคนในพื้นที่ และมีความสำคัญในเชิงระบบนิเวศน์อย่างมาก


10. มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ
     มอหินขาว ตั้งอยู่ใน เขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ที่ ต.ท่าหินงาม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความแปลกตา งดงาม จนได้ชื่อว่า “สโตนเฮนจ์เมืองไทย” มีลักษณะเป็นกลุ่มหินขนาดใหญ่ 3 กลุ่มเก่าแก่หลายล้านปีที่มีอย่างมากมาย นอกจากหินขาว ยังมี หินทรายแป้ง หินโคลน หินทรายสีม่วง รายล้อมด้วย ดอกไม้ป่า ทำให้เกิดทัศนียภาพที่แปลกตางดงาม แลนด์มาร์คที่สำคัญคือ “เสาหิน 5 ต้น” ขนาดใหญ่ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตังเด่นอย่างสง่างาม ราวกับสโตนเฮนจ์ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: