Travel Update

:

สถานที่เที่ยว 'น่าน' ไปนอนกอดหมอก รับลมหนาวที่ 'น่าน' นานๆ

สถานที่เที่ยว 'น่าน' ไปนอนกอดหมอก รับลมหนาวที่ 'น่าน' นานๆ

หมู่บ้านสะปัน

1. หมู่บ้านสะปัน
     หมู่บ้านสะปัน ตั้งอยู่ที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่ดำรงวิถีชาวบ้านแบบแนบแน่นมีเอกลักษณ์ จุดเด่นคือ วิวทิวทัศน์ที่งาม เหมือนภาพวาด บรรยากาศที่สงบร่มรื่นย์ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนเดือนส.ค.-ต.ค. ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะเวียน เพื่อชมท้องนาสีเขียวขจี หรือใครอยากได้บรรยากาศงามท่ามกลางสายหมอก สารถแวะมาชมกันใหม่ช่วงหน้าหนาว ที่ได้บรรยากาศแบบหุบเขากลางเมืองหมอกสุดงาม จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจนอกจาก โฮมเสตย์แบบพื้นบ้านที่มีหลากหลาย ท้องนาเขียวขจี ก็มี น้ำตกสะปัน น้ำตก3ชั้นที่ข้นชื่อเรื่องวามงามและความอุดมสมบูรณ์

บ่อเกลือสินเธาว์โบราณ
2. บ่อเกลือสินเธาว์โบราณ
     บ่อเกลือสินเธาว์โบราณตั้งอยู่ อ. บ่อเกลือ เป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ เลือกภูเขาที่ มีอายุกว่า800ปี จนในปัจจุบัน พัฒนามาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมกรรมวิธีการผลิต รูปแบบต่างๆ แม้แต่วิธีการต้มเกลือแบบโบราณ ที่ชาวบ้านยังอนุรักษ์ไว้จนถึงปัจจุบัน

ดอยเสมอดาว
3. ดอยเสมอดาว
     จุดชมวิวสุดงามที่ว่ากันว่างดงามที่สุดใน จ.น่าน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเล 888 เมตร แต่ส่ามารถชมวิวเทือกเขาต่างๆได้โดยรอบ ทำให้นักท่องเที่ยวนิยม ไปกางเต๊นท์ ตากอากาศนอนดูดาว เพื่อรอชมทะเลหมอก ตัดกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ช่วงเวลาน่าเยี่ยมชมจะเป็นช่วง ช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ ช่วงหน้าหนาวที่ฟ้าโปร่ง มีหมู่ดาวมากมายเต็มบนท้องฟ้า และมีโอกาสพบทะเลหมอกสุดงามในยามเช้า

วัดภูมินทร์
4. วัดภูมินทร์
     วัดเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมือง จ.น่านมาช้านาน มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะ พระอุโบสถจตุรมุข (พระอุโบสถที่ประกอบด้วยมุขสี่ด้าน) ของวัดแห่งนี้กรมศิลปากรได้สันนิษฐานว่า เป็นพระอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของประเทศไทย ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออกไปทางด้านประตูทั้งสี่ทิศ ซึ่งปัจจุบัน ก็ไม่มีผู้ใดทราบที่มาว่า ทำไมต้องมี4พักตร์ แต่เชื่อกันว่า สร้างโดยใช้ต้นแบบจากพระพรหม4พักตร์ มีภาพจิตรกรรม รูปปู่ม่านย่าม่าน ซึ่งหลายคนรู้จักกันในชื่อภาพกระซิบรักบันลือโลก ภาพโบราณที่สร้างชื่อเสียงให้วัดอย่างมาก

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน
5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน
     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่านใกล้กับวัดภูมินทร์ เป็นอาคารแบบยุโรปซึ่งเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่าน ภายใน แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆในน่าน โดยเฉพาะเรื่องของวัฒนธรรมประเพณี และมีสิ่งของล้ำค้าคู่บ้านคู่เมืองชาวน่านมากมาย อาทิเช่น งาช้างดำ สมบัติของเจ้าผู้ครองนครเมือง เรียกได้ว่า เป็นสถานที่ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่และความเป็นมาของอาณาจักรน่านได้เป็นอย่างดี

หอศิลป์ริมน่าน
6. หอศิลป์ริมน่าน
     หอศิลป์ประจำเมืองที่มีขนาดใหญ่ ถึง 13ไร่ ก่อตั้งโดย ศิลปินน่าน “วินัย ปราบริปู” เพื่อรวบรวมงานศิลปะของเพื่อนๆศิลปินด้วยกัน ภายในเต็มไปด้วยศิลปกรรมรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม ภาพวาด ปูนปั้น ภาพถ่าย มีอาคารที่สำคัญ 3อาคาร อาคารหลัก หอศิลป์ ที่จัดงานนิทรรศการศิลปะแบบถาวร และ มีอีเวนท์กับศิลปินต่างๆมากมาย ,เฮือนหนานบัวผัน เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย จิตรกรรมฝาผนังฝีมือของ ศิลปินหนานบัวผัน ศิลปินผู้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ วัดหนองบัว รวมถึงภาพจากวัดต่างๆ ที่สำคัญในเมืองน่าน ที่เกี่ยวข้องกับช่างจิตรกรรมฝาผนังเมืองน่าน ม เฮือนศรีนวล ร้านกาแฟและสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้องานศิลปะบางชิ้นที่ถูกใจเป็นของที่ระลึกได้


วัดพระธาตุเขาน้อย
7. วัดพระธาตุเขาน้อย
     วัดพระธาตุ เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างช้านาน สร้างในสมัยของ เจ้าปู่แข็ง พ.ศ. 2030 เป็นศิลปะแบบพม่าผสมล้านนา ภายในได้เก็บรวมรวมสมบัติล้ำค่าทาง ศาสนามากมาย ไม่ว่าจะเป็น พระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานของ "พระพุทธรูปมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน" พระพุทธรูปปางประทานพรบนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร ที่ยืนอย่างสง่างาม โดยบนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 นอกจากนี้วัดนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของจุดชมวิว ชื่อดัง บนยอดเขาที่สามารถชมเมืองน่านได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ได้เห็นเมืองงามท่ามกลางสายหมอก

วังศิลาแลง
8. วังศิลาแลง
     สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่า แกรนด์แคนยอนเมืองไทย วังศิลาแลง ตั้งอยู่ อ. ปัว เป็นธารน้ไหลผ่านซอกหินผา เกิดการกัดเซาะ จนกลายเป็นแท่นหินแปลกตา ที่มีวังน้ำวนถึง7วัง ในระยะทาง400เมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหน้าแล้ง เนื่องจากทำให้เห็นวังน้ำและโขดหินชัดเจน เป็นความอัศจรรย์ทางธรรมชาติที่งดงามน่าทึ่ง

โรงเรียนชาวนาตำบลศิลาเพชร
9. โรงเรียนชาวนาตำบลศิลาเพชร
     ที่พักแนวโฮมสเตย์ ที่พานักท่องเที่ยวเข้าถึง ธรรมชาติแบบแท้ๆที่แสนเรียบง่ายร่มเย็น ด้วยบรรยากาศสดชื่นเขียวจี ท้องทุ่งนาสุดงาม ที่พักมีเรือนรับรอง หลายรูปแบบ เช่น กระโจมหิ่งห้อย ,บ้านดูดาว ,บ้านไม้ไทลื้อ เรือนรจนา นอกจากธรรมชาติสุดงาม เรือนรับรอง ที่อบอุ่นแล้ว โฮมสเตย์แห่งนี้ยังกิจกรรม ต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอย่าง เรียนรู้การทำนา ตั้งแต่ ไถนา ดำนา เกี่ยวข้าว ฟาดข้าว และปลูกผักปลอดสารพิษ เรียกได้ว่าสัมผัสได้ทั้งธรรมชาติ และวิถีชีวิตกันเลย

ลำน้ำว้า
10. ลำน้ำว้า
     ลำน้ำ ที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดล่องแก่งสุดมันส์อันดับต้นๆในประเทศไทย ลำน้ำว้า ตั้งอยู่ อ.แม่จริม ฝนเขต อุทยานแห่งชาติแม่จริมและอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ขึ้นชื่อเรื่องจุดล่องแก่ง ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างมาท้าทาย มีระดับความยากตั้งแต่ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 5 ตามมาตรฐานสากล ที่แบ่งตามช่วงฤดูกาล ช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม-ตุลาคม) มีความยากอยู่ที่ระดับ 3-5 ส่วนช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) มีความยากอยู่ที่ระดับ 3-4 และในช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์-พฤษภาคม) มีความยากอยู่ที่ระดับ 2-3 ซึ่งเป็นช่วงที่มีระดับความยากน้อยที่สุด ด้วยความยาวของลำน้ำที่ยาว และคดเคี้ยวทำให้ การล่องแก่งสามารถทำได้หลายช่วงล้ำน้า และมีความท้าทายหลากหลายรูปแบบ เป็นกิจกรรมสุดมันส์ที่ไม่ควรพลาด


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: