Travel Update

:

เปิดลิสต์ 10 ที่เที่ยวช่วงหน้าฝน สัมผัสธรรมชาติ ท่ามกลางไอฝน

เปิดลิสต์ 10 ที่เที่ยวช่วงหน้าฝน สัมผัสธรรมชาติ ท่ามกลางไอฝน

เข้าใกล้หน้าฝนกันแล้ว แต่สายเที่ยวยังเราจะหยุดเที่ยวกันได้ยัง งานนี้พักบิกินี่ไปก่อน แล้วมาเป็นสายเขียว สูดกลิ่นอายธรรมชาติกันบ้างดีกว่า กับ 10 ที่เที่ยวหน้าฝน ที่บอกเลยว่าหน้าฝนนี้คุณจะต้องประทับใจแน่นอน

เที่ยวหน้าฝน
1. เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

     หนึ่งในที่เที่ยวยอดฮิตเลยก็ว่าได้ เพราะเขาค้อเป็นสถานที่เที่ยวที่มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว สถานที่แห่งนี้จะมีความสวยงามเป็นพิเศษ ทั้งหมอกที่ปกคลุมทั่วพื้นที่ และความเขียวขจีของธรรมชาติ ทำให้เขาค้อเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ไม่น้อย อีกทั้งยังมีสถานที่เที่ยวใกล้ๆ อีกมากมาย เช่น พระตำหนักเขาค้อ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ เป็นต้น

ท่องเที่ยวไทย
2. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก

     แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงหน้าฝน ก็คงหนีไม่พ้นการล่องแก่ง กิจกรรมยอดฮิตในช่วงหน้าฝน ซึ่งล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่ง ที่ขึ้นชื่อเรื่องของการล่องแก่ง โดยช่วงกลางของลำน้ำแห่งนี้ ถือว่ามีระดับความยากสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ระยะทางของการล่องแก่งแม่น้ำเข็กนั้น ประมาณ 8 กิโลเมตร มีแก่งทั้งหมด 18 แก่ง ถูกใจสายแอดเวนเจอร์แน่นอน


3. อุ้มผาง จ.ตาก

     อุ้มผาง แหล่งท่องเที่ยวที่มีผืนป่าบริสุทธิ์ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนของประเทศเมียนมา นักท่องเที่ยวสามารถชมทัศนียภาพของเทือกเขาได้แบบรอบด้าน หรือจะเลือกไปนั่งช้าง ชมผืนป่าจากมุมสูง แวะไปสัมผัสกระแสน้ำตกสายที่กระเซ็นสดชื่นในหน้าฝนแบบนี้ ก็ดีต่อใจมากทีเดียว


4. น้ำตกทีลอซู จ.ตาก

     อีกหนึ่งที่เที่ยวของอุ้มผาง จ.ตาก ที่ใช้คำว่าสวยได้เปลืองมาก เพราะไม่ใช่แค่สวยธรรมดา แต่สวยมากแบบอลังการเลยล่ะ นำตกแห่งนี้ถูกยกให้เป็นนำตกที่มีชื่อเสียงและสวยที่สุดในเมืองไทย อีกทั้งยังติดอันดับ 6 น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกด้วย ซึ่งน้ำตกทีลอซูมีความสูงถึง 300 เมตร และความกว้าง 500 เมตร สวยสุดคือประมาณช่วงปลายฝนต้นหนาว แม้การเดินทางเข้าไปนั้นจะลำบากพอสมควร แต่รับรองว่าจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน


5. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

     หน้าฝนทั้งที จะพลาดเขาใหญ่ไปได้ยังไง เพราะนอกจากจะมีอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังใกล้กรุงเทพอีกด้วย ในช่วงฤดูฝน สภาพป่าของที่นี่จะชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ ป่าไม้ทุ่งหญ้าเขียวขจี มีที่เที่ยวมากมาย น้ำตกทุกแห่งไหลแรงส่งเสียงดังก้องป่า ให้ชีวิตชีวาแก่นักท่องเที่ยวมากๆ เลยทีเดียว



6. วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

     มาต่อกันที่วังน้ำเขียว ซึ่งอยู่ถัดจากเขาใหญ่มาไม่ไกลนัก อีกหนึ่งที่น่าเที่ยวในช่วงหน้าฝน วังน้ำเขียว ได้ถูกขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” ด้วยบรรยากาศที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา และอากาศที่บริสุทธิ์ จึงเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย ที่สำคัญไม่ว่าคุณจะหยิบกล้องมาแชะภาพมุมไหน ก็ได้ภาพสวยๆกลับบ้านแน่นอน


7. อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

     อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อีกฟีลหนึ่งของการเดินป่า ความแปลกตาของป่าผืนนี้คือ ป่าสน ที่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ทำให้ต้นสนที่นี่สูงลิบตา 30-40 เมตร เรียงรายตัดกับพื้นหญ้าเขียวขจีบนภูเขาเพชรบูรณ์ที่สลับซับซ้อน ผสมกับอากาศหนาวเย็นปกคลุมตลอดปี ชวนให้นักท่องเที่ยวเร่งฝีเท้าเข้ารับความสดชื่นในป่าผืนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้เบื่อ


8. บ้านป่าบงเปียง จ.เชียงใหม่

     ไฮไลท์สำคัญของที่นี่ คือ นาขั้นบันได ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย บ้านป่าบงเปียง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศในช่วงหน้าฝนนั้น เป็นฤดูที่ตรงกับช่วงทำนาพอดี ที่นี่จึงจะสวยเป็นพิเศษ นอกจากนี้อากาศยังเย็นสบายสดชื่น ยิ่งหลังฝนตกโปรยปรายต้นข้าวสีเขียวขจียิ่งดูชุ่มฉ่ำ บนเนินเขาสูงบวกกับวิวเทือกเขาสลับซับซ้อน แบบนี้ใครจะอยากพลาด


9. เขื่อนรัชชประภา เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี

     มาทางใต้กันบ้าง ใครที่อยากตื่นตอนเช้าแล้วเห็นทะเลหมอกกลางภูเขาหินปูน ไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด เขาสก เขื่อนรัชชประภา สุราษฎร์ธานี ที่นี่ได้รับขนานนามว่า กุ้ยหลินเมืองไทย แถมความชิลสุดๆ อย่างสโลว์ไลฟ์ด้วยที่พักแพสไตล์มัลดีฟส์ ยิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศจะดีมากๆ เลยทีเดียว


10. หมู่บ้านสะปัน จ.น่าน

     อีกหนึ่งที่เที่ยวที่หน้าฝนนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด สะปัน หรือ หมู่บ้านสะปัน เป็นสถานที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของนาขั้นบันไดและขุนเขา รวมถึงสายหมอกที่สวยอลังการไม่แพ้ที่ไหนๆ และจะยิ่งสวยสุดๆ ในช่วงฤดูฝนจนถึงฤดูหนาวนั่นเอง อีกทั้งยังมีที่พักโฮมสเตย์ต่างๆ ที่ทำให้เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติกว่าที่เคยอีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: