ข่าวล่าสุด

:

กรมอุทยานฯ เลิกจ้างผู้พิทักษ์ป่ากว่า 1,700 คน ห่วงสถิติตัดไม้-ลอบล่าสัตว์เพิ่ม

ผู้พิทักษ์ป่า                                      ภาพ FB ผู้พิทักษ์ป่า TOR Ranger

กรมอุทยานฯ ยอมรับ เลิกจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 1,731 คนหลังงบปี 65 ถูกตัด บางส่วนยอมหั่นเงินเดือนลง 25 % แต่ยังมีขวัญกำลังใจอยากคุ้มครองป่า ห่วงสถิติตัดไม้-ลอบล่าสัตว์เพิ่ม ด้านมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ทำหนังสือถึงนายกฯ เพื่อให้พิจารณาการจัดสรรงบประมาณจ้างงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งจะได้รับผลกระทบต่อพนักงานจ้างเหมาของอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ และอาจถูกเลิกจ้างสูงถึง 50 %

นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า การปรับลดจำนวนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยจากปัญหาดังกล่าว กรมอุทยานฯ ให้แต่ละอุทยานฯ ไปพิจารณา 2 ทางเลือกคือ ปรับคนออก และปรับลดเงินลง แต่ส่วนใหญ่ 80 % จะใช้วิธีลดเงินเดือนลง ซึ่งจากการไปตรวจเยี่ยมยอมรับว่าสะเทือนใจพอสมควร แต่ขวัญกำลังใจทุกคนยังพร้อมทำงาน

    “ไม่อยากให้ตกงานทันที เพราะคนกลุ่มนี้ก็มีครอบครัวที่ต้องได้รับผลกระทบจากโควิดเท่ากับซ้ำเติม จึงเจรจาขอปรับลดเงินเดือนลง เพื่อประคับประคองโดยปรับลดเงินเดือนลง แต่ปีนี้บางคนที่อยู่ต้องยอมลดเงินเดือนลงจากเฉลี่ย 9,000 บาท เหลือเพียงเดือนละ 7,500 บาท”

ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวอีกว่า ภาพรวมปีงบประมาณ 2565 กรมอุทยานฯ ถูกปรับลดงบภาพรวมลงไปเฉลี่ย 900 ล้านบาท ซึ่งในช่วงย้อนหลัง 5 ปีมีการปรับลดงบลงมาต่อเนื่อง และมีการปรับลดงบมาต่อเนื่อง ปรับลดมาทุกปี แต่หนักสุดคือปี 2565

    “ถ้าเทียบปี 64 อัตราจ้างพนักงานพิทักษ์ป่า 5,163 คน ล่าสุดถูกตัดเหลือ 3,432 คน หายไป 1,731 คนคิดเป็นอัตรา 33 % แต่ไม่ได้ลดทั้งหมด กรมฯ นำเงินรายได้ค่าธรรมเนียมมาสนับสนุนปีละกว่า 200 ล้านบาท เหมือนเป็นเงินประคอง ทำให้เจ้าหน้าที่เราถูกให้ออกบางส่วน แต่ถูกส่วนหนึ่งยอมอยู่ด้วยกัน”

เมื่อถามว่าถ้าปีหน้ายังถูกปรับลดงบอีก ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ยอมรับว่าหนักใจ เรื่องการคุ้มครองพื้นที่จากกำลังคนที่ลดลง ในอดีตนำเงินรายได้จากค่าธรรมเนียม ไปช่วยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่มีรายได้เฉลี่ย 9,000 บาท ทำให้นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ อนุมัติให้ใช้เงินค่าธรรมเนียมนำมาสนับสนุนด้วย และลูกน้องเฉลี่ยปีละ 200 กว่าล้านบาท


ผู้พิทักษ์ป่า                                    ภาพ FB ผู้พิทักษ์ป่า TOR Ranger


นายดำรัส กล่าวว่า ตอนนี้ให้มีเบี้ยเลี้ยงจากการเดินป่าชั่วโมงละ 50 บาทหรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 2,000 บาท ช่วยประคับประคองดู เงินจำนวนนี้อาจจะไม่เยอะสำหรับคนบางคน แต่เชื่อสำหรับผู้พิทักษ์เป็นเงินจำนวนมาก เงิน 2,000 กว่าบาทเขาดีใจมากๆ

    “เขายืนยันว่า ถึงแม้จะไม่มีในสิ่งเหล่านี้ ก็ยังทำงานอยู่แล้ว ตรงนี้ทำให้เรารู้สึกถึงจิตใจที่มุ่งมั่นในการทำงาน อยากฝากว่าบุคคลเหล่านี้คือผู้ปิดทองหลังพระ คงไม่มีใครรู้ว่าระหว่างที่หลายคนตามอยู่ในห้างสรรพสินค้า แต่เจ้าหน้าที่ของเราเดินอยู่ในป่ากินนอนในป่าปกป้องทรัพยาของไทย”

นายดำรัส กล่าวอีกว่า ในฐานะคนที่เคยอยู่อุทยานมาอย่างน้อย 4 แห่ง ทำงานกับลูกน้องมาตลอด และคุ้นเคย ได้ไปร่วมลาดตระเวนกับเจ้าหน้าที่ได้เห็นชีวิตการทำงาน ความทุ่มเทความยากลำบาก และทำให้รับรู้ถึงชีวิตของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งที่ผ่านมากรมอุทยานฯ เคยผลักดันอยากให้คนทำงานครบ 5 ปี อยากปรับเป็นพนักงานราชการ เพื่อให้มีสวัสดิการต่างๆ

ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากมีการปรับลดกำลังคนไปแล้ว ยอมรับว่าเป็นห่วงพื้นที่การลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ป่ามากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้เตรียมติดตามว่าจะส่งผลกับคดีป่าไม้ สัตว์ป่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ แต่ได้กำชับให้สแกนพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติในภาคเหนือ ภาคอีสาน และโซนป่าตะวันตก

    “สั่งสแกนให้อุทยานที่มีกลุ่มไม้มีค่า ทั้งอีสาน ภาคเหนือ ตะวันตกที่มีคดีสัตว์ป่าให้ปรับแผนคนเหลือน้อย หากต้องโยกคนในกลุ่มงานบริการท่องเที่ยวต้องให้ไปสับเปลี่ยน และยอมถูกตำหนิงานท่องเที่ยว ”

พร้อมกันนี้จะหมั่นลงไปตรวจเยี่ยม พูดคุย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทุกคนบ่อยๆ เพราะรู้ว่าการปรับลดคนครั้งนี้กระทบต่อขวัญกำลังใจ และทางนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และปลัด ทส.รับทราบเรื่องนี้

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิดเข้าใจว่าการเก็บภาษีไม่ตรงตามเป้า การเบิกจ่ายงบประมาณมีความสำคัญต้องมาจัดเรียงความสำคัญ ไม่ได้บอกว่าภารกิจของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ ไม่สำคัญ แต่ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญของประเทศ แต่เมื่อได้รับการจัดสรรมาแบบนี้ ต้องบริหารจัดการให้เต็มที่ และดีที่สุดจากงบประมาณที่มีอยู่ เพราะการดูแลป่าไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ แต่ประชาชนในพื้นที่ล้วนแต่มีความรับผิดชอบร่วมกัน การทำงานร่วมกันจะช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของได้


 ที่มา  news.thaipbs

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: