ข่าวล่าสุด

:

ย้อนดูสถิติอุบัติเหตุกับคนเดินถนนในไทย ปีละเกือบ 3 พันคน

ทางม้าลาย

สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยข้อมูล "คนเดินถนน" ในไทยประสบอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง 2,500-2,900 คนต่อปี โดยกว่า 1 ใน 3 อยู่ในเขตกทม. เฉลี่ย 900 คนต่อปี

ด้านศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) โดยนพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์ฯ กล่าวว่า แต่ละปีมีคนไทย ได้รับผลกระทบความสูญเสียจากการข้ามถนน โดยข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของกระทรวงสาธารณสุขปี 2559-2561 ระบุว่า ในแต่ละปี มีจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นคนเดินถนน ร้อยละ 6-8 หรือเฉลี่ย 800-1,000 คน ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเกิดจากถนน และคนใช้ถนน สอดคล้องกับข้อมูลของเดือนม.ค.ปี 65 ที่เพิ่งผ่านมาแค่ 20 วัน ก็มีอุบัติทางถนน ผู้บาดเจ็บ 52,459 คน เสียชีวิต 898 คนซึ่งสูงกว่าปี 64

ปัจจัยความเสี่ยง คนใช้ถนน  

  - ถนนมีลักษณะหลายช่องจราจร เวลาข้ามถนนต้องใช้ระยะเวลาอยู่บนถนนนาน และแม้จะมีบางช่องจราจรหยุด แต่ช่องจราจรด้านในมักจะไม่หยุด

  - เมื่อมีคนข้าม รถในช่องทางชะลอ หรือหยุดแต่ช่องจราจรขวาสุดที่ขับขี่ด้วยความเร็ว มักไม่ได้ชะลอ และอาจมองไม่เห็นกันทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้จุดนี้เป็นอีกจุดอันตรายของการข้ามถนน ที่มักจะมีผู้เกิดเหตุและเสียชีวิต

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีข่าวความสูญเสียที่สังคมให้ความสนใจ หน่วยงานที่กำกับดูแลจะทำงานเข้มข้นขึ้น ระยะหนึ่งเรื่องก็เงียบไป ขาดการแก้ไขอย่างจริงจัง หลายครั้งของความสูญเสียก็สรุปสั้นๆ เพียงความประมาท หรือด่วนสรุปเพียงคนขี่หรือคนเดินข้ามประมาท

ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้อง ควรต้องสร้างระบบแห่งความปลอดภัย ที่เป็นหลักประกันให้กับสังคม มากกว่าการสั่งการแบบเดิม ๆ โดยไม่เกิดระบบจัดการที่เป็นรูปธรรม

เผย 20 วัน มีอุบัติเหตุทางถนน มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบพันคน

ขณะที่ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน (ThaiRSC) เปิดเผยข้อมูลในปี 2564 พบว่ามีผู้บาดเจ็บ 879,940 คน เสียชีวิต 13,425 คน และจากการเฝ้าระวังในปี 2565 (1 ม.ค.-20 ม.ค.65) พบผู้บาดเจ็บ 52,459 คน เสียชีวิต 898 คน

    “เทียบกับช่วงสัปดาห์เดียวกัน ระหว่าง 9-15 ม.ค.ปีนี้ กับปี 2564 พบว่าในปีนี้มีจำนวนครั้งในการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และมีจำนวนผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตสูงกว่า”

รถจักรยานยนต์ คือพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด รองมาเป็นรถยนต์ และพบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุทางถนนจำนวนหลายเหตุการณ์ ส่วนใหญ่เกิดจากรถบรรทุก และรถกระบะที่บรรทุกคนงาน และพืชผลทางการเกษตร ในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต ช่วงเวลา 18.00-20.00 น. และ 16.00-18.00 น.เกิดอุบัติเหตุมากสุด


พฤติกรรม เสี่ยงอุบัติเหตุ

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผอ.สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กล่าวถึงความเสี่ยงของการเกิดอุบัติของคนเดินทาง โดยมีหลายปัจจัย เช่น การใช้ความเร็ว พฤติกรรมของผู้ขับขี่ ไม่เคารพกฎจราจร ใช้โทร ศัพท์ขณะขับขี่ ความรีบเร่งในการใช้ทาง การลักข้ามถนนของคนเดินเท้า ข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอย ใช้โทรศัพท์ขณะข้ามถนน บางจุดไม่มีการติดตั้งป้ายเตือนคนข้ามหรือไม่มีการตีเส้นจราจรทางข้ามบริเวณทางแยกทำให้เสี่ยงมากขึ้น

นายพรหมมินทร์ กล่าวว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่ดูแลควรที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขบริเวณที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุคนเดินเท้า ปกติทางม้าลาย จะมีความกว้างไม่น้อยกว่า 5 เมตร ใช้สีขาวดำ และสีที่ใช้ต้องเป็นสีเทอร์โมพลาสติก ที่มีส่วนผสมของซิลิก้า หรือผงแก้ว ผงทรายทำให้เกิดความแวววาวมองเห็นระยะไกล ต้องมีป้ายเตือนก่อนถึงทางม้าลาย เพื่อให้รถชะลอความเร็ว รวมถึงไฟส่องสว่างหากจุดนั้นต้องใช้ในเวลากลางคืน ที่สำคัญต้องมีการบำรุงรักษาอยู่ตลอดไม่ให้สีเลอะเลือน

    “ส่วนคนขับรถ เมื่อเห็นป้ายเตือนทางม้าลาย หรือมีสัญญาณไฟข้างหน้า ต้องลดความเร็วและขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ขณะเดียวกันต้องเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังทุกกรณี ”

นายพรหมมินทร์ กล่าวอีกว่า คนเดินเท้าที่กำลังเดินข้ามถนนในทางม้าลายมีสิทธิไปก่อนรถ เพราะตามกฎหมายต้องหยุดให้คนข้ามถนนในทางข้ามทาง แต่จะต้องระวังให้โอกาสแก่รถที่ชะลอความเร็วและหยุดไม่ทัน ก่อนที่จะก้าวลงไปในถนน

    “ฝนตกถนนลื่นต้องระวังให้มาก แม้คนขับรถจะหยุดให้ข้าม ต้องข้ามด้วยความระมัดระวัง มองขวา-ซ้าย และข้ามอย่างรวดเร็ว อย่ามัวแต่เดินเล่นโทรศัพท์”

นอกจากนี้ การข้ามถนนในช่องทางข้ามที่บริเวณทางแยกให้ระวังรถที่จะเลี้ยว มีเกาะกลางถนนทำไว้ที่ทางม้าลาย ให้ข้ามถนนไปทีละครึ่งถนน โดยพักรออยู่บนเกาะ มองขวา - ซ้ายปลอดภัยแล้วจึงข้ามไป

  ที่มา  news.thaipbs

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: