ข่าวล่าสุด

:

อพยพชาวบ้านรัศมี 5 กม. หลังไฟไหม้โรงงานในซอยกิ่งแก้ว

ไฟไหม้โรงงานในซอยกิ่งแก้ว                     ภาพจาก เฟซบุ๊ค กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งจุด สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สภ.บางแก้ว

อพยพชาวบ้านรัศมี 5 กม. หลังไฟไหม้โรงงานในซอยกิ่งแก้ว

5 ก.ค.2564 เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติกภายในซอยกิ่งแก้ว 21 จ.สมุทรปราการ เมื่อเวลาประมาณ 03.10 น. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แนะอพยพคนในรัศมี 1-5 กิโลเมตรจากโรงงานทันทีเพราะมีสารพิษ

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่โกดังเก็บสารเคมีของ บริษัทหมองตี่ เคมีคอล จำกัด เลขที่ 87 หมู่ 15 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และสร้างความเสียหายให้บ้านเรือนในรัศมีใกล้เคียง จากนั้นเพลิงค่อย ๆ ลุกลามไปทั่วโรงงาน และมีกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่ลอยขึ้นบนท้องฟ้าจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมรถดับเพลิงทั้งน้ำและโฟม เบื้องต้น อาคารโรงงานได้ทรุดตัวลงจากความร้อนจนเสียหายทั้งหมด

นายอรรถล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมีของ คพ.ได้เข้าตรวจสอบค่าสารมลพิษ ในพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้แล้ว โดยได้รับรายงานว่า เนื่องจากเป็นการเผาไหม้สารเคมีในกระบวนการผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก และมีสารสไตรีนโมโนเมอร์ เมื่อเกิดการเผาไหม้จะทำให้มีสารมลพิษก่อมะเร็งคือเบนซีน และก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์


เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีปัญหากลิ่นฉุน และควันในรัศมีใกล้เคียง ซึ่งได้แนะนำไปยังอำเภอและกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่รัศมีตั้งแต่ 1-5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันอันตรายจากมลพิษ

นายอรรถพล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้ ว่าจะมาจากสาเหตุอะไรเพราะทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง น่าจะมีจากความร้อนภายในโรงงาน ซึ่งมีรายงานว่ายังมีสารเคมี 20,000 ลิตรที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งนี้กำลังจะลงพื้นที่ร่วมกับชุดปฏิบัติฉุกเฉินสารเคมี เนื่องจากในกระบวนการดับไฟครั้งนี้ไม่สามารถใช้น้ำฉีดพ่นได้ต้องใช้โฟมในการคุมเพลิง

สำหรับสารมลพิษที่จะเกิดอันตรายจากกการเผาไหม้ครั้งนี้ ตัวสารเคมีที่เผาไหม้จะมีผลต่อเยื่อเมือกตา หากสูดดมจะเกิดอาหารคลื่นไส้ ปวดท้อง ดังนั้นแนะนำให้อพยพคนออกจากรัศมีของแรงระเบิดและสารเคมีดังกล่าว


ที่มา  news.thaipbs


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: