ข่าวล่าสุด

:

ชายชาวนามิเบีย สูญเสียสมาชิกครอบครัวไปแล้วถึง 15 คนเพราะโควิด-19

Marley Ngarizemo                      Marley Ngarizemo : BBC (Stuart Phillips)

มาร์ลีย์ นการิซโม (Marley Ngarizemo) อดีตนักบอลทีมชาตินามิเบีย ผู้ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวผู้เป็นที่รักนับสิบรายจากโควิด-19

มาร์ลีย์ นการิซโม อดีตนักฟุตบอลชื่อดังของนามิเบียสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไปแล้วถึง 15 คน ซึ่งรวมถึง พ่อ พี่ชาย พี่สะใภ้ และป้า นับตั้งแต่ประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาแห่งนี้เผชิญการระบาดระลอกที่ 3 ของโควิด-19 โดยขณะนี้ยังมีญาติของเขาอีก 6 คนที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล

อดีตนักเตะทีมชาตินามิเบียชุดชิงถ้วยแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ (Africa Cup of Nations) ในปี 2008 ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี ถึงสิ่งที่เขากำลังประสบว่า "คุณไม่รู้ว่าโลกกำลังเข้าใกล้จุดจบหรือไม่"

"คุณสามารถเปรียบมันได้กับคลื่นยักษ์สึนามิ คุณสามารถเปรียบมันได้กับภูเขาไฟ คุณสามารถเปรียบมันได้กับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ผมไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนกับมียาพิษอยู่ในน้ำ และทุกหยดที่คุณดื่มเข้าไปอาจมีมัน (เชื้อโรคโควิด) อยู่หรือไม่มีก็ได้"

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Our World in Data ระบุชี้ว่า นามิเบีย ประเทศซึ่งมีประชากร 2.5 ล้านคน กำลังเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตรายวันจากโควิด-19 สูงสุดในโลก คือ 22 คนต่อประชากร 1 ล้านคน ขณะที่ประเทศอื่นในแอฟริกา คือ ตูนิเซีย ตามมาเป็นอันดับ 2 คือ 13 คนต่อประชากร 1 ล้านคน และซูรินาเม อยู่ในอันดับ 3 คือ 10 คนต่อประชากร 1 ล้านคน

รัฐบาลนามิเบียพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการสร้างโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วย แต่อย่างไรก็ตาม สถานพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ยังไม่สามารถรับมือกับคลื่นคนไข้จำนวนมากได้

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางการได้ตั้งศูนย์แยกผู้ป่วยโควิดขึ้นบริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลหลักในกรุงวินด์ฮุก ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ เพื่อใช้งานเฉพาะหน้า


โรงพยาบาลทั่วนามิเบียต่างมีคนป่วยเข้ารักษาจนเต็ม และมีออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งแพทย์หลายคนต้องตัดสินใจ "เลือกรักษา" โดยการถอดออกซิเจนผู้ป่วยออก เพื่อเก็บออกซิเจนไว้ให้แก่คนไข้ที่มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า

และพ่อของมาร์ลีย์ก็เป็นเหยื่อของวิกฤตขาดแคลนออกซิเจนครั้งนี้ ตอนที่เขาอาการทรุดลง แพทย์ได้ให้ออกซิเจนเขาในทันที แต่เมื่ออาการเริ่มดีขึ้น หมอก็ถอดออกซิเจนออก จากนั้นไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อมา พ่อของมาร์ลีย์ก็เสียชีวิต

นามิเบียไม่ทันได้เตรียมตัวกับการระบาดระลอกที่ 3 ของโควิด-19 เนื่องจากความชะล่าใจของรัฐบาล บวกกับปัญหาข่าวปลอมที่สร้างความเข้าใจผิดเรื่องวัคซีนต้านโควิด และความเหนื่อยหน่ายกับการใช้มาตรการควบคุมโรคระบาดที่ยาวนาน

ในโซเชียลมีเดียต่างเต็มไปด้วยโพสต์ข่าวปลอมและการวิจารณ์เรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนต้านโควิด

ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ต้องการฉีดวัคซีนต่างก็ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารว่าพวกเขาจะได้รับเมื่อใด เนื่องจากปัญหาขาดแคลนวัคซีน และรัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงท่าทีเรื่องการกระจายวัคซีนให้แก่ประชาชนในประเทศ

ประธานาธิบดี ฮาเก เกนก็อบ บอกว่าประเทศยังไม่ผ่านพ้นช่วงเลวร้ายที่สุดของการระบาดระลอกนี้ และขอความร่วมมือจากประชาชนให้ร่วมมือกันหยุดยั้งการระบาดของไวรัสชนิดนี้ไม่ให้แพร่เข้าไปในบ้านและชุมชน

แต่ชาวนามิเบียจำนวนมากยังคงเพิกเฉยต่อมาตรการควบคุมโรคระบาด เช่น การสวมหน้ากากอนามัย และถึงแม้ว่าร้านอาหารต่าง ๆ ได้จัดหาเจลล้างมือให้ลูกค้า แต่ก็ไม่มีการจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ นอกจากนี้คนหนุ่มสาวยังคงจับกลุ่มรวมกันอยู่ตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ โดยวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มักรวมตัวกันที่ห้างในกรุงวินด์ฮุกยอมรับว่าพวกเขากังวลว่าจะแพร่เชื้อโรคโควิดไปสู่คนแก่ในครอบครัว แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ยังอยากพบปะเพื่อนฝูงอยู่

อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณว่าประชาชนบางส่วนได้เริ่มจริงจังกับมาตรการควบคุมโรคบ้างแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้มีการไปร่วมงานประเพณีใหญ่ของชนเผ่าหนึ่ง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและติดโควิดหลายราย


ที่มา  BBC Thai


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: