ข่าวล่าสุด

:

ฮัมบาลี ผู้นำกลุ่มก่อการร้ายระเบิดสถานบันเทิงบนเกาะบาหลี เตรียมขึ้นศาลทหารสหรัฐฯ

hambali                                     US DEPARTMENT OF DEFENCE

"ฮัมบาลี" หรือนายริดวน อิซามุดดิน ชาวอินโดนีเซีย ผู้นำของกลุ่มก่อการร้าย เจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) จะขึ้นศาลทหารสหรัฐฯ ในวันนี้ (จันทร์ที่ 30 ส.ค.) หลังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำอ่าวกวนตานาโมของกองทัพสหรัฐฯ มานานถึง 15 ปี

การไต่สวนในศาลทหารครั้งนี้ของ นายริดวน อิซามุดดิน หรือ "ฮัมบาลี" ถือเป็นการพิจารณาคดีของเขาอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากถูกจับกุมตัวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของไทยเมื่อกลางปี 2003 และต่อมาถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำอ่าวกวนตานาโมในคิวบาเมื่อปี 2006

โดยนายฮัมบาลีนั้น เป็นผู้บงการก่อเหตุวางระเบิดสถานบันเทิงบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2002 และอยู่เบื้องหลังเหตุวางระเบิดโรงแรมเจดับบลิวแมริออตที่กรุงจาการ์ตา เมื่อปี 2003 ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปทั้งหมดถึง 213 ราย

ปัจจุบันนายฮัมบาลีมีอายุ 57 ปีแล้ว เขาถูกขังลืมมานานโดยไม่มีการตั้งข้อหาดำเนินคดีอาญาใด ๆ กับเขาทั้งสิ้น จนกระทั่งเดือนมกราคมของปีนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน จึงได้สั่งให้เริ่มการฟ้องคดี เพื่อเอาผิดผู้ก่อการร้ายที่ได้ชื่อว่าเป็น "โอซามา บิน ลาเดน แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" พร้อมทั้งดำเนินคดีผู้สมรู้ร่วมคิดกับนายฮัมบาลีอีก 2 คน โดยจะมีการไต่สวนไปในคราวเดียวกันนี้ด้วย

เอกสารคำฟ้องได้ระบุความผิดของคนทั้งสามไว้ว่า "เป็นผู้บงการ ผู้สมรู้ร่วมคิด และผู้มีส่วนพัวพันในเหตุระเบิดโจมตีที่เกาะบาหลีและที่กรุงจาการ์ตา รวมทั้งวางแผนโจมตีต่อเนื่องหลายครั้ง เพื่อทำร้ายชาวอเมริกันและทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา"

ทั้งสามจะถูกไต่สวนโดยคณะกรรมาธิการทหาร ซึ่งประกอบด้วยตุลาการทหารและคณะลูกขุน ในข้อหา "ลงมือฆาตกรรมโดยละเมิดกฎหมายสงคราม, พยายามฆ่าโดยละเมิดกฎหมายสงคราม, เจตนาทำร้ายเพื่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายอย่างสาหัส, ก่อการร้าย, โจมตีพลเรือนและวัตถุของพลเรือน รวมทั้งทำลายทรัพย์สินโดยละเมิดกฎหมายสงคราม"

ในการนี้กองทัพสหรัฐฯ จะแต่งตั้งทนายความเพื่อแก้ต่างให้กับนายฮัมบาลีด้วย โดยประเด็นหนึ่งที่เชื่อว่าทนายความของเขาจะหยิบยกมาเป็นข้ออ้างในการขอลดหย่อนผ่อนโทษ ก็คือเรื่องที่เขาเคยบอกว่าถูกทหารสหรัฐฯ ซ้อมทรมาน ระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำอ่าวกวนตานาโม


ซากอาคารที่ถูกวางระเบิดบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2002                    ซากอาคารที่ถูกวางระเบิดบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2002  AFP / GETTY IMAGES


ฮัมบาลีคือใคร

นายริดวน อิซามุดดิน เกิดที่จังหวัดชวาตะวันตกของอินโดนีเซียในปี 1963 โดยเป็นลูกคนที่สองของครอบครัวเกษตรกรยากจนที่มีลูกถึง 13 คน เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย และได้ชื่อว่าเป็นปัญญาชนผู้รอบรู้คำสอนของศาสนาอิสลามอย่างมากอีกด้วย

ฮัมบาลีเป็นชาวอินโดนีเซียคนแรก ๆ ที่เดินทางไปอัฟกานิสถานเมื่อปี 1987 เพื่อเข้าร่วมเป็นนักรบมูจาฮีดีนที่ต่อสู้กับการรุกรานของสหภาพโซเวียต เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฮัมบาลีได้พบกับโอซามา บิน ลาเดน และได้กลายเป็นผู้นำคนหนึ่งของกลุ่มอัลไคดา โดยเขารับหน้าที่ดูแลความเคลื่อนไหวของเครือข่ายอัลไคดาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่มเจไอด้วย

เมื่อปี 2016 ฮัมบาลีได้สร้างความกังวลให้กับผู้นำหลายชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเขายื่นคำร้องต่อทางการสหรัฐฯ ให้ปล่อยตัวเขาออกจากเรือนจำอ่าวกวนตานาโม แต่บรรดาอัยการได้ปฏิเสธคำร้องดังกล่าว โดยระบุว่าเขายังคงเป็น "ภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา"

แผนก่อการร้าย

ฮัมบาลีคุ้นเคยกับกลุ่มเจไอ ซึ่งเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางศาสนาในท้องถิ่นมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยชื่อ เจมาห์ อิสลามิยาห์ นั้นหมายความว่า "ชุมชนอิสลาม" โดยเป้าหมายสูงสุดของขบวนการนี้คือการสร้างรัฐอิสลามที่มีอำนาจปกครองไปทั่วภาคพื้นสมุทรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้แก่มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และบางส่วนของฟิลิปปินส์

ฮัมบาลีเป็นผู้นำกลุ่มเจไอดำเนินปฏิบัติการสนับสนุนกลุ่มอัลไคดาอยู่หลายครั้ง เช่นการวางแผนใช้ระเบิดติดรถบรรทุก เข้าทำลายสถานที่ของต่างชาติในสิงคโปร์หลายแห่ง เมื่อปี 2001 ซึ่งเป้าหมายรวมถึงสถานทูตสหรัฐฯ อิสราเอล ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ท่าเรือและฐานทัพเรือที่กองทัพสหรัฐใช้งานอยู่ด้วย แต่ทางการสิงคโปร์สามารถสกัดแผนนี้ได้เสียก่อน

ในเหตุวางระเบิดไนต์คลับสองแห่งในย่านบันเทิงกูตาบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2002 นายอาลี อิมรอน สมาชิกกลุ่มเจไอผู้ร่วมก่อเหตุวางระเบิด ซึ่งปัจจุบันต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตบอกว่า "ที่เราเลือกโจมตีเกาะบาหลี เพราะมีชาวอเมริกันและชาติพันธมิตรมาเที่ยวกันมาก มันเป็นส่วนหนึ่งของการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์หรือญิฮาด เพื่อปกป้องอัฟกานิสถานจากการคุกคามของอเมริกา"

ผลการตรวจสอบหลังเหตุระเบิดดังกล่าวพบว่า มีผู้เสียชีวิต 202 ราย จาก 21 ประเทศ แต่กลับเป็นชาวออสเตรเลียที่เสียชีวิตไปมากที่สุดถึง 88 ราย และไม่ใช่ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจำนวนมาก ตามที่กลุ่มเจไอมุ่งหมายไว้แต่อย่างใด

ที่มา  BBC Thai

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: