ข่าวล่าสุด

:

ตาลีบันปฏิเสธข้อกล่าวหา ยิงตำรวจหญิงท้อง 8 เดือนเสียชีวิต

Banu Negar Afghan women                                                          Photo : wikibioage.com

เกิดเหตุตำรวจหญิงท้องแก่ 8 เดือนถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้าครอบครัวคาบ้านพักในอัฟกานิสถาน โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวอ้างว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มตาลีบัน

บานู เนการ์ เป็นเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานท้องถิ่นในเมืองฟิโรซโกห์ ในจังหวัดกอร์ ทางภาคกลางของอัฟกานิสถาน เธอถูกสังหารเสียชีวิตคาบ้านพักของตนเองในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือน โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้สำนักข่าวบีบีซีฟังว่า กลุ่มตาลีบันได้ทุบตีและยิงนางเนการ์จนเสียชีวิตต่อหน้าลูกและสามี เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

แม้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ครบถ้วนนัก เนื่องจากชาวบ้านหลายคนในเมืองเกรงกลัวถึงผลที่จะตามมาจากการเปิดเผยเรื่องนี้ ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตได้แสดงภาพถ่ายที่เผยให้เห็นรอยเลือดกระเซ็นที่มุมผนังของห้องหนึ่ง และศพผู้ตายที่ใบหน้าถูกทำร้ายอย่างรุนแรงจนเสียโฉม ครอบครัวของเนการ์บอกว่าตอนเกิดเหตุมีชาย 3 คนบุกเข้าตรวจค้นที่บ้านของผู้ตาย แล้วจับสมาชิกในครอบครัวมัดไว้

ทางด้านกลุ่มตาลีบันก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยนายซาบีฮูลา มูจาฮีด โฆษกกลุ่มตาลีบัน กล่าวว่า "เราได้รับทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และผมขอยืนยันว่าตาลีบันไม่ได้ฆ่าเธอ เรากำลังสอบสวนเรื่องนี้"

นายมูจาฮีด ยังกล่าวเสริมว่า ก่อนหน้านี้ตาลีบันได้ประกาศนิรโทษกรรมให้ผู้ที่เคยทำงานให้รัฐบาลชุดก่อน พร้อมกับโบ้ยว่าการสังหารนางเนการ์น่าจะมาจาก "ความขัดแย้งส่วนตัว หรือเรื่องอื่น"

ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวที่เพิ่มขึ้นเรื่องการควบคุมและกดขี่ผู้หญิงในอัฟกานิสถาน หลังจากตาลีบันเข้ายึดครองประเทศเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยแม้ว่าตาลีบันจะพยายามแสดงให้เห็นว่ากลุ่มมีความผ่อนปรนและเปิดกว้างมากขึ้น แต่กลับยังมีข่าวเรื่องความโหดร้ายและการกดขี่จากน้ำมือของตาลีบันเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของอัฟกานิสถาน องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนหลายแห่งได้บันทึกข้อมูลการฆ่าเพื่อล้างแค้น การกักขัง และการข่มเหงชนกลุ่มน้อยต่างศาสนา


ลีซ ดูเซต หัวหน้าผู้สื่อข่าวระหว่างประเทศของบีบีซี ระบุว่า เป็นเรื่องยากที่จะประเมินปัญหาการข่มเหงและคุกคามที่เกิดขึ้นทั่วประเทศหลังตาลีบันเข้ายึดอำนาจ โดยเฉพาะต่อผู้หญิง แต่ก็มีความตึงเครียดเกิดขึ้นทุกวันในชีวิตของผู้หญิงชาวอัฟกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพ และผู้ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว

ดูเซต บอกว่าทุกคนที่เธอได้พูดคุยด้วยในกรุงคาบูล เช่น อดีตที่ปรึกษารัฐบาล พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ครู และช่างทำผม ล้วนเป็นกังวล บางคนตกอยู่ในความหวาดกลัวอย่างหนัก และบางคนกำลังอยู่ในที่ซ่อนตัว

Afghan women school                                   MMANUEL DUNAND/AFP Getty Images (nypost.com)

แม้ที่ผ่านมาตาลีบันจะย้ำว่า "ผู้หญิงและเด็กหญิงจะยังมีสิทธิต่าง ๆ ในกรอบของอิสลาม" แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มมีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ปรากฏขึ้น เช่น ข้อบังคับใหม่เรื่องการแต่งกาย และการแบ่งชั้นเรียนตามเพศของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งล้วนตอกย้ำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในชีวิตของผู้หญิงอัฟกันภายใต้การปกครองของตาลีบัน

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ตาลีบันได้เปิดเผยเอกสารว่า ต้องแบ่งแยกนักศึกษาชายออกจากนักศึกษาหญิงในชั้นเรียนของมหาวิทยาลัย และหากจำเป็นก็อาจทำโดยใช้ผ้าม่านมากั้น

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างตาลีบันที่ระบุว่า ตามหลักการแล้ว นักศึกษาหญิงควรเรียนกับอาจารย์ผู้หญิง แต่หากไม่มี "อาจารย์ชายในวัยชรา" ที่มีความประพฤติดีก็สามารถสอนแทนได้

นอกจากนี้ นักศึกษาหญิงจะต้องชุดอาบายะ ซึ่งเป็นเสื้อคลุมยาว และนิกอบ ซึ่งเป็นผ้าคลุมศีรษะที่ปกปิดใบหน้า

ส่วนเมื่อวันที่ 4 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตาลีบันได้เข้าสลายการชุมนุมของผู้หญิงหลายสิบคนในกรุงคาบูลที่ออกมาเรียกร้องให้คงสิทธิของสตรีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับแต่ตาลีบันถูกขับลงจากอำนาจครั้งก่อน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าตาลีบันใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยกับพวกเธอในระหว่างที่กำลังเดินขบวนไปยังทำเนียบประธานาธิบดี

ที่มา  BBC Thai


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: