ข่าวล่าสุด

:

ชายเกาหลีใต้ แช่แข็งศพแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว รอเทคโนโลยีการชุบชีวิตในอนาคต

Cryonics                                            พ่อและแม่ของ คิม จุง-คิล

ชายชาวเกาหลีใต้ตัดสินใจใช้เทคโนโลยี "ไครโอนิกส์" แช่แข็งร่างของแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อรอการชุบชีวิตในอนาคต

นายคิม จุง-คิล (นามสมมุติ) ว่าจ้างบริษัทที่ใช้เทคโนโลยี "ไครโอนิกส์" (Cryonics) เพื่อแช่แข็งร่างของมารดาวัย 83 ปีที่เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง เมื่อปี 2020 ด้วยความหวังว่า วิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าขึ้นในอนาคตจะช่วยชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง

"เรื่องน่าใจสลายที่สุดในโลกคือการสูญเสียบุคคลที่คุณรัก ผมไม่อยากเจอเรื่องน่าปวดใจที่สุดนี้ ผมจึงมองหาหนทางเพื่อหลีกเลี่ยงมัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมเลือกการเก็บรักษาศพโดยการแช่แข็ง" นายคิมกล่าว โดยก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะสูญเสียพ่อไปได้ไม่ถึง 6 เดือน

แม่ของนายคิมถือเป็นชาวเกาหลีใต้รายแรกที่ได้รับการเก็บรักษาศพด้วยเทคโนโลยีไครโอนิกส์ โดยหลังจากร่างของเธอเข้ากระบวนการต่าง ๆ เช่นการฉีดของเหลวพิเศษ เพื่อป้องกันร่างเสียหายจากการเยือกแข็งในอุณหภูมิต่ำ ก็จะถูกเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส ที่ศูนย์ไครโอนิกส์ในกรุงมอสโก ของรัสเซีย โดยจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นเวลา 100 ปี

การเก็บรักษาร่างไร้วิญญาณด้วยวิธีไครโอนิกส์ มีค่าใช้จ่ายเมื่อปี 2018 ประมาณ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.6 ล้านบาท) และมีคนในหลายประเทศเลือกใช้บริการนี้ แต่หากพิจารณาในเชิงจริยธรรม ก็ยังมีข้อถกเถียงมากมายจากทั้งแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่มองว่า ไครโอนิกส์ เป็นวิทยาศาสตร์เทียม (pseudoscience) ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างความหวัง ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานองค์ความรู้ที่มีจริง โดยปัจจุบันยังไม่มีการพัฒนาวิธีละลายร่างแช่แข็ง เพื่อให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์เหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้


ศาสตราจารย์ คิม ซี-ยุน จากมหาวิทยาลัยคอนกุก ในเกาหลีใต้ระบุว่า ตอนนี้เขายังไม่มั่นใจว่า การละลายศพที่แช่แข็งจะทำได้ในเชิงทฤษฎี แต่ก็อาจเป็นไปได้ในอนาคต

"เรายังอยู่ในกระบวนการทดลองสิ่งใหม่ในขั้นนี้ ถ้าผมหานักวิทยาศาสตร์มาทำงานนี้เพิ่มได้ ผมเชื่อว่าพวกคุณจะได้เห็นว่ามันใช้ได้ผลหรือไม่ภายในเวลา 10 ปี" เขากล่าว

ปัจจุบันมีศพที่ถูกเก็บรักษาด้วยวิธี "ไครโอนิกส์"ราว 600 รายทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือ ด.ญ.เมทรินทร์ เนาวรัตน์พงษ์ หรือ "น้องไอนส์" เด็กหญิงชาวไทย วัย 2 ขวบ ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งสมองชนิดร้ายแรงเมื่อปี 2015 ทำให้พ่อและแม่ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัดสินใจใช้บริการแช่แข็งสมอง และเซลล์บางส่วนของลูกสาวไว้ที่บริษัทอัลคอร์ (Alcor) ในสหรัฐฯ เพื่อรอวันที่วิทยาการต่าง ๆ จะก้าวหน้าพอที่จะทำให้ลูกน้อยฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง เรื่องราวของครอบครัวนี้ได้ถูกนำไปถ่ายทอดในหนังสารคดีทางเน็ตฟลิกซ์ ที่มีชื่อว่า Hope Frozen : A Quest to Live Twice หรือ "ความหวังแช่แข็ง: ขอเกิดอีกครั้ง"

 ที่มา  BBC Thai

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: