ข่าวล่าสุด

:

ทราบกันหรือไม่ Pride Month คือเดือนอะไร ทำไมต้องสีรุ้ง

Pride Month                      Images : blog.sansiri.com

ทราบกันหรือไม่ Pride Month คือเดือนอะไร ทำไมต้องสีรุ้ง
    
หนึ่งในสัญลักษณ์ของชาว LGBTQ ที่เราเห็นกันอย่างชินตาคือ "ธงสีรุ้ง" สีสันสดใส ที่แสดงออกถึงความหลากหลายทางเพศ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นธงสีรุ้ง แล้ว Pride Month คืออะไร วันนี้เราจะได้ไขคำตอบนั้นไปพร้อมกัน

Pride Month คือเดือนไหน แล้วทำไมต้องเป็นเดือนนั้น

  Pride Month นั้นจัดขึ้นเพื่อเป็นเดือนของความภูมิใจและความเท่าเทียมของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ โดยจะถือเอาเดือนมิถุนายนของทุกๆ ปี เป็น Pride Month เหตุผลที่เลือกเอาเดือนนี้ ก็เพราะย้อนกลับไปในช่วงคริสต์ศักราช 1969 เบื้องหลังการต่อสู้ของเหล่า LGBTQ เริ่มต้นขึ้น เพราะพวกเขาถูกใช้ความรุนแรง เลือกปฎิบัติ คนรักเพศเดียวกันถือเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมาย และถูกตีตราให้ค่านิยมผิดๆ ว่า กลุ่มคน LGBTQ มีความผิดปกติทางด้านของจิตใจ ทำให้พวกเขาคิดว่าการคบหาหรือแต่งงานกับคู่รักของตน ตามที่ต้องการนั้น เป็นสิ่งที่เพ้อฝัน เป็นเรื่องที่สังคมไม่ยอมรับ ด้วยเหตุผลที่เกริ่นมานี้เอง เป็นปัจจัยนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์จลาจลขึ้นที่ Stonewall Riots (สโตนวอลล์) ณ เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ลักษณะของเหตุการณ์จะมีความคล้ายคลึงกันกับการประท้วงเรียกร้องเรื่องสีผิว

เหตุการณ์ของเช้าวันที่ 28 เดือนมิถุนายน ปีคริสต์ศักราช 1969 เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเข้าไปจับกุมกลุ่มความหลากหลายทางเพศ LGBTQ ในผับ Sotnewall Inn (สโตนวอลล์) ย่านกรีนวิชวิลเลจ ด้วยเหตุที่ว่าพวกเขาแต่งกายผิดเพศ ผิดกฏหมายที่มีอยู่ในสมัยนั้น จึงทำให้เกิดการปะทะกันอย่างยาวนาน ข้ามวันข้ามคืน บริเวณถนนหน้าผับ เหตุการณ์ครั้งนั้นได้กลายมาจุดเปลี่ยนที่สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ให้กับเหล่า LGBTQ ที่เคยเป็นผู้ถูกกระทำมาอย่างตลอด พวกเขาได้เรียกร้องสิทธิที่ควรได้รับให้กับตัวเอง ผ่านการชุมนุม และนั่นเป็นต้นกำเนิดการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของกลุ่มเพศทางเลือก ที่ทำให้หลายคนพูดถึงเป็นวงกว้าง

ปีถัดมา วันที่ 28 เดือนมิถุนายน ปีคริสต์ศักราช 1970 กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ LGBTQ ออกมาเดินขบวนเรียกร้องสิทธิให้กับกลุ่มของพวกเขา เป็นครั้งแรก และไม่ได้เกิดแค่เพียงเมืองนิวยอร์ก แต่ยังเกิดขึ้นที่เมืองซานฟรานซิสโก ชิคาโก และลอสแอนเจอลิสอีกด้วย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สโตนวอลล์ที่เกิดขึ้น เมื่อปี 1969 อีกด้วย


ต่อมาในปี 2000 ประธานาธิบดี บิล คลินตัน ประกาศให้เดือนมิถุนายน เป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจและความเท่าเทียมกันทางเพศ ของชาว Gay & Lesbain Pride Month (ชาวเกย์และเลสเบี้ยน)

อีก 9 ปีต่อมา ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จึงประกาศให้เดือนมิถุนายน เป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของชาวหลากหลายทางเพศ (LQBTQ) ซึ่งเมืองต่างๆ ทั่วทั้งโลกจะมีการจัด LGBTQ Pride ที่ต่างกันออกไป แล้วแต่ความเหมาะสม เช่น ประเทศในยุโรป จะจัดงานในฤดูร้อน ระหว่างเดือนกรกฏาคมถึงกันยายน ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวันเองก็จัด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็มีการจัดงาน Metro Manila Pride และจัดกันมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ทั่วโลก

ส่วนความหมายของอักษรย่อ LGBTQ แต่ละตัวอักษรมีคำเต็มที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
L = Lesbian,
G = Gay,
B = Bisexual,
T = Trangender
และ Q = Questioning/ Queer ที่แปลว่า “กำลังค้นหาตัวเอง” หรือ “เพศที่ไร้กรอบ”
ความหมายโดยรวมของ LGBTQ จึงหมายถึง “กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ” นั้นเอง

สัญลักษณ์ของสีรุ้งบนธง
  ธงสีรุ้งนี้มีความหมายสีแต่ละสีที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
สีแดง หมายถึง ชีวิต, สีส้ม หมายถึง การเยียวยา, สีเหลือง หมายถึง แสงอาทิตย์แห่งความหวัง, สีเขียว หมายถึง ธรรมชาติ, สีฟ้า หมายถึงศิลปะ และสีม่วง หมายถึง จิตวิญญาณ โดยผู้ออกแบบธง “กิลเบิร์ต  เบเกอร์” ผู้เป็นนักเคลื่อนไหว ตัวเขาเองมีแนวคิดว่ากลุ่ม LGBTQ ควรที่จะมีธงเป็นของตัวเอง และเลือกใช้สีรุ้งเพื่อแทนความหลากหลาย ธงสีรุ้งนี้ ถูกเปิดตัวครั้งแรก วันที่ 25 เดือนมิถุนายน ปีพุทธศักราช 2521

และทั้งหมดนี้คือข้อมูล Pride Month และธงสีรุ้ง สำหรับประเทศไทยเราเองมีบทบาทในเรื่องนี้โดยเคยจัดการเดินขบวนอยู่หลายปี แต่เป็นเวลามากกว่า 13 ปีมาแล้วที่ LGBTQ Pride ครั้งสุดท้ายถูกจัดขึ้นในปี 2006 ในจังหวัดกรุงเทพฯ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นนักกิจกรรม ชาวเกย์ กะเทย ในวงการผับบาร์ ภาคธุรกิจ ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าถึง ส่วนจังหวัดภูเก้ตนั้น มีการจัดขึ้นทุกปี ตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1999 ผู้ร่วมขบวนเป็นภาคธุรกิจเกย์ กะเทยในหาดป่าตอง และชาวต่างชาติ ในจังหวัดเชียงใหม่เคยพยายามจะจัดขบวน LGBTQ Pride ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปีคริส์ตศักราช 2009 แต่ก็ถูกกลุ่มคนที่ต่อต้านขัดขวางจนต้องยกเลิกไป จะเห็นได้ว่าในประเทศไทย เรื่องเหล่านี้ยังคงไม่เปิดกว้าง เราทุกคนสามารถเป็นกระบอกเสียง ช่วยกันทำให้เรื่องราวเหล่านี้ เป็นเรื่องราวสำคัญที่ควรค่าแก่การยอมรับได้ทั้งในแง่ของพฤติกรรมการให้เกียรติ ให้ความเท่าเทียม และเรื่องของการจัดกิจกรรม


 


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: