ข่าวล่าสุด

:

อังกฤษเริ่มการทดลอง วัคซีนโควิด-19 โดสที่ 3

ทดลองวัคซีนโควิด-19 โดสที่ 3                            

อังกฤษเริ่มการทดลองแล้วว่า เราต้องการวัคซีนโควิด-19 โดสที่ 3 หรือไม่ หลังมีแนวโน้มว่ามันจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่
    
โรงพยาบาลในอังกฤษเริ่มการทดลองแล้วว่าคนเราจะต้องการวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดสที่ 3 หรือเปล่า โดยนอกจากจะดูว่าวัคซีนโดสที่ 3 นี้ จะสามารถป้องกันโรคได้ดีขึ้นหรือไม่แล้ว ยังต้องการทดสอบประสิทธิภาพว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่อย่างไรด้วย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดร. จอห์น ไรต์ จากโรงพยาบาลแบรดฟอร์ด รอยัล ในเมืองแบรดฟอร์ดของอังกฤษ ได้รับอาสาสมัครคนแรกเพื่อทำการทดลอง โดยเพื่อนร่วมงานของเขา ศาสตราจารย์ อเล็กซ์ บราวน์ ได้อาสาที่จะรับวัคซีนโควิดเข็มที่ 3 หลังจากที่ปีที่แล้วต้องต่อสู้ในฐานะแพทย์และกลายมาเป็นคนไข้เสียเอง

วัคซีนบางตัวอย่างไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis) มีประสิทธิภาพยาวนานตลอดชีวิต วัคซีนอื่น ๆ เช่น โปลิโอหรือบาดทะยัก ต้องมีการให้เพิ่มเป็นระยะเพื่อคงภูมิคุ้มกันไว้ ส่วนการรับมือไข้หวัดใหญ่ในอังกฤษ จะมีการพัฒนาวัคซีนขึ้นใหม่ทุกช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือราวเดือน ก.ย. เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่คาดการณ์กันว่าจะแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาว

แต่โควิด-19 อยู่กับเรามาเป็นเวลาน้อยเกินกว่าที่เราจะรู้ว่าภูมิคุ้มกันจะอยู่กับเราไปนานแค่ไหนหลังจากที่ติดเชื้อหรือหลังจากได้วัคซีนไปแล้ว เพราะดูเหมือนว่าเป็นไปได้สูงมากที่เราต้องการวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับโควิดทุกปี เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ธรรมดา และที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ด้วย


สิ่งที่เราไม่รู้ตอนนี้คือวัคซีนตัวไหนกันที่จะให้การป้องกันเราได้ดีที่สุด ซึ่งการทดลองครั้งล่าสุดที่ชื่อว่า "CoV-Boost" อาจจะช่วยให้เราหาคำตอบได้

การทดลองนี้จะนำวัคซีน 7 ตัวมาใช้ด้วยกัน อาทิ แอสตร้าเซนเนก้า, ไฟเซอร์, โนวาแวกซ์, และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นต้น โดยจะลองให้วัคซีนบางตัวแค่ครึ่งโดสเท่านั้น

"ดูเหมือนคนคิดว่าพอล็อกดาวน์จบก็หมดเรื่องแล้ว แต่ไม่ใช่เลย คุณต้องเติมภูมิคุ้มกัน และคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอด" ศ. บราวน์ กล่าว "ในที่สุดแล้ว มันจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นมากกว่าเป็นการระบาดใหญ่"

ศาสตราจารย์ดิเนช ซาราลายา ผู้นำการทดลองที่ รพ. แบรดฟอร์ด รอยัล โดยเขาบอกว่าอยากจะลองทดลองว่าวัคซีนต่างชนิดกันจะทำงานร่วมกันแล้วออกมาเป็นอย่างไร

ผู้เข้าร่วมการทดลองจะได้รีบวัคซีนชนิดที่ต่างกันไปจากที่พวกเขาเคยได้ และการให้วัคซีนผสมกันแบบนี้ เราจะได้คำตอบว่าส่วนผสมแบบไหนที่จะมีประสิทธิภาพที่การปกป้องเราจะไวรัสร้ายนี้ได้นานที่สุด

จากการทดลองผ่านอาสาสมัครจำนวน 3 คนพบว่า ทั้งสามคนไม่ได้มีผลข้างเคียงร้ายแรงนัก โดย 1 ใน 3 รู้สึกไม่สบายอยู่ประมาณ 48 ชั่วโมง และก็กินยาแก้ปวด อีกคนหนึ่งรู้สึกไม่สบายนิดหน่อยในวันรุ่งขึ้น และคนสุดท้ายบอกว่าไม่เป็นอะไรเลย

ทีมนักวิจัยจะคอยสังเกตการณ์อาสาสมัครเหล่านี้ต่อไป และผลการทดลองน่าจะช่วยเราตัดสินใจได้ว่าเราจะรับวัคซีนกระตุ้นภูมิปลายปีนี้ไหม และถ้ารับ จะรับวัคซีนตัวไหนดี


 


ที่มา  BBC Thai


 


 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: