ข่าวล่าสุด

:

จับตาและเตรียมตัวรับมือโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดา ระบาดไวกว่าเดลตาจริงหรือ

โควิดสายพันธุ์ Lambda                          Image : NIAID

จับตาและเตรียมตัวรับมือโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดา ระบาดไวกว่าเดลตาจริงหรือ

สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยยังคงมีจำนวนการติดต่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งล่าสุดมีข่าวโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ “แลมบ์ดา” ที่องค์กรอนามัยโลก World Health Organization: WHO  เกรงว่าจะระบาดไวกว่าเดลตา เพราะขณะนี้พบการระบาดแล้วใน 31 ประเทศ วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา มาให้ทุกคนได้อ่านกัน

โควิดสายพันธุ์แลมบ์ดาเป็นอย่างไร
    โควิดสายพันธุ์ Lambda หรือ C.37 ถือเป็นเชื้อโควิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่ที่เราทุกคนต้องจับตาระวัง เป็นลำดับที่ 7 โดยสายพันธุ์นี้น่ากังวลกว่าสายพันธุ์อื่น เพราะเป็นการกลายพันธุ์ที่ผิดปกติ แพร่ระบาดแล้วในหลายประเทศ และการแพร่เชื้อทำได้มากกว่าสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) และแกมมา (บราซิล)

จากการศึกษาวิจัยของคณะนักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติชิลี ในกรุงซานติอาโก เพื่อตรวจสอบผลกระทบของแลมบ์ดา ต่อคนที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม พบว่า สายพันธุ์แลบ์ดาสามารถติดเชื้อได้รวดเร็ว รุนแรง กว่าสายพันธุ์เดลต้าและสายพันธุ์แกมมา สามารถหลบหลีกสารภูมิต้านทาน และเป็นสายพันธุ์ที่ต่อต้านวัคซีนได้มากกว่าสายพันธุ์อื่น
ผู้อำนวยการแผนกริเริ่มด้านพันธุกรรมของสถาบันเวลคัมแซงเงอร์ ในอังกฤษ  “เจฟฟ์ บาร์เรตต์” กล่าวไว้กับไฟแนนเชียล ไทม์ส ว่าความกังวลต่อภัยคุกคามเชื้อ แลมบ์ด้า นั้นมีเหตุผล เพราะจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการทดลองแลมบ์ด้า มีชุดของการกลายพันธุ์ที่ผิดไปจากธรรมดา เมื่อเทียบกับสายพันธุ์กลายพันธุ์อื่นๆ

สาเหตุที่แลมบ์ดาระบาดได้ไวกว่าสายพันธุ์อื่น
    สืบเนื่องมาจากการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม รวมถึงตำแหน่ง  G75V, T76I, del247/253, L452Q, F490S, D614G และ T859N โดยทางผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ตำแหน่ง del247/253 เป็นตำแหน่งที่น่ากลัว และยังมีตำแหน่งที่ไม่เคยพบมาก่อนคือ ตำแหน่ง L452Q และ F490S


ประเทศแรกที่พบการระบาดแลมบ์ดา
    ประเทศแรกที่พบการระบาดของโควิด สายพันธุ์แลมบ์ดาคือ ประเทศเปรู และปัจจุบันในเปรูมีผู้ป่วยสะสมแล้ว 2 ล้านราย  ซึ่งสายพันธุ์นี้คิดเป็น 81 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อในเปรู อีกทั้งเปรูยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดสะสมสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก กว่า 194,000 ราย

สถานการณ์การระบาดของแลมบ์ดาทั่วโลก
    พบว่าโควิด สายพันธุ์แลมบ์ดา ระบาดมากที่สุด 11 ประเทศในแถบยุโรป ในอเมริกาใต้อีก 10 ประเทศ มีอัตราส่วนการระบาดสายพันธุ์นี้เกินกว่าครึ่ง  และในทวีปเอเชียอีก 2 ประเทศ ได้แก่ อิสราเอล ตุรกี และล่าสุดมีการพบเชื้อแล้วในออสเตรเลีย เป็นนักเดินทางต่างชาติติดเชื้อหลังกักตัวอยู่ในโรงแรม รัฐนิวเซาท์เวลส์ เดือนเมษายน เบื้องต้นทางการยังไม่พบว่าเชื้อแพร่กระจายในชุมชนออสเตรเลีย

ประกาศเตือนสายพันธุ์แลมบ์ดาจากมาเลเซีย
    กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชั่นทวิตเตอร์ในวันที่ 5 กรกฏาคมว่า “แลมบ์ดา” อันตรายมากกว่าเชื้อเดลต้า และขณะนี้ได้สร้างปัญหาให้กับประเทศต่างๆ ในแถบเอเชีย

นอกจากนี้ในทวิตเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ยังทวิตลิงก์เชื่อมโยงรายงานในออสเตรเลีย พบว่ามีการระบาดของเชื้อแลมบ์ดาแล้วในสหราชอาณาจักร จำนวน 6 คน และนักวิจัยกำลังเป็นกังวลว่าเชื้อกลายพันธุ์แลมด์บาจะระบาดได้ไวกว่าเชื้อเดลต้า

สถานการณ์โควิดสายพันธุ์แลมบ์ดาในไทย
    อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ “นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์” ยืนยันว่าระบบเฝ้าระวังโควิดสายพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย ได้มาตรฐานโลก มีการตรวจที่เรียกว่า “การตรวจด้วยการถอดรหัสพันธุกรรม” เกือบ 1,000 ตัวต่อสัปดาห์ ปัจจุบันยังไม่พบสายพันธุ์นี้ในประเทศไทย

ความหวังในการป้องกัน
    พบว่านักวิทยาศาสตร์มีความหวังว่าวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะลดความเสี่ยงอาการป่วยรุนแรงจากการติดเชื้อสายพันธุ์แลมบ์ดาได้

แม้ว่าจะมีการยืนยันว่าในประเทศไทยเรายังไม่พบเชื้อกลายพันธุ์แลมบ์ดา แต่การดูแลสุขภาพของตัวเราเองและคนรอบข้าง ตามมาตรการป้องกันโควิดยังต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และทุกคนยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: