ข่าวล่าสุด

:

อนุมัติฉีดวัคซีนสลับชนิด ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา และบูสเตอร์โดสให้บุคลากรการแพทย์

ฉีดวัคซีน

อนุมัติฉีดวัคซีนสลับชนิด ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา และบูสเตอร์โดสให้บุคลากรการแพทย์

คณะกรรมการโรคติดต่อฯ อนุมัติให้ฉีดวัคซีโควิด-19 สลับชนิดกัน โดยเข็มแรกเป็นซิโนแวค และเข็ม 2 เป็นแอสตราเซเนกา พร้อมเห็นชอบให้ฉีดวัคซีน "บูสเตอร์โดส" กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าในเดือน ก.ค.นี้

12 ก.ค.2564  ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์ขรจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมติมติเห็นชอบ 4 ประเด็น คือ
  1.การฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster dose) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า
  2.การให้ฉีดวัคซีนสลับ 2 ชนิด
  3.แนวทางการใช้ Antigen Test Kit ในการตรวจหาเชื้อ
  และ 4.แนวทางการแยกกักที่บ้าน (Home isolation) และการแยกกักในชุมชน (Community isolation) สำหรับผู้ป่วย COVID-19

สำหรับประเด็นการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster dose) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้านั้น จะฉีดห่างจากเข็ม 2 นาน 3-4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันสูงและเร็วที่สุด เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบแล้วนานกว่า 3 เดือน จึงควรได้รับการกระตุ้นในเดือน ก.ค.ได้ทันที ซึ่งอาจเป็นวัคซีนแอสตราเซนเนกา หรือไฟเซอร์


นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ยังเห็นชอบการฉีดวัคซีนโควิด-19 สลับชนิด โดยเข็ม 1 เป็นวัคซีนซิโนแวค และเข็ม 2 เป็นแอสตราเซเนกาอีกด้วย

เรื่องนี้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า มีข้อมูลอ้างอิงอย่างน้อย 3 แหล่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีข้อมูลตรงกันว่า การฉีดวัคซีนสลับชนิดกัน จะมีประโยชน์ในการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น และเชื่อว่าจะสามารถป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ได้

โดยมีการศึกษาว่า หากฉีดวัคซีนเข็ม 1 เป็นซิโนแวค หลังจากนั้น 3-4 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนเข็ม 2 เป็นแอสตราเซเนกา จะเป็นตัวกระตุ้นประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น และเชื่อว่าจะต่อต้านสายพันธุ์เดลตาได้ดีขึ้น

เนื่องจากภูมิคุ้มกันจะอยู่ในระดับสูงได้เร็ว ใกล้เคียงกับผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 2 เข็ม แต่หากฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา เป็นเข็มแรก ก็ให้ใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มที่ 2 โดยไม่ต้องสลับชนิด ซึ่งจากข้อมูลนี้ ที่ประชุม คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ จึงเห็นชอบให้สามารถฉีดวัคซีนสลับกันได้ โดยเข็ม 1 เป็นซิโนแวค และเข็ม 2 เป็นแอสตราเซเนกา ห่างจากเข็มแรกประมาณ 3 สัปดาห์

 

ที่มา  news.thaipbs

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: