ข่าวล่าสุด

:

รอลุ้นขึ้นทะเบียนอย. ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ผลิตในไทย เดือน ก.ค.นี้

Favipiravir                      Getty Images

รอลุ้นขึ้นทะเบียนอย. ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ผลิตในไทย เดือน ก.ค.นี้

ความคืบหน้าเกี่ยวกับยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ที่ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยประสบปัญหาขาดแคลน จนองค์การเภสัชกรรมต้องดำเนินการเร่งผลิต ล่าสุดรัฐบาลเผยข่าวดีว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่วิจัยและพัฒนาในประเทศ กำลังรอลุ้นเพื่อขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย.ในเดือน ก.ค.นี้

13 ก.ค.2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามความคืบหน้าการวิจัยและพัฒนาการผลิต "ยาฟาวิพิราเวียร์" ในประเทศ สำหรับต้านโควิด-19 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circula-Green Economy) ของรัฐบาล

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รายงานว่า ได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่าง สวทช. องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และ บริษัท ปตท. เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนากระบวนการสังเคราะห์สารตั้งต้น (Active Pharmaceutical Ingredients : API) ของการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ความเป็นไปได้ในการผลิตเชิงพาณิชย์ เพี่อสร้างความมั่นคงทางยาให้แก่ประเทศไทย

  “ความร่วมมือดังกล่าวมีความคืบหน้ามาก สามารถสังเคราะห์สารตั้งต้นที่มีความบริสุทธิ์ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และยังเป็นการสังเคราะห์จากสารตั้งต้นที่มีราคาถูก โดยไม่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ปัจจุบันต้องมีการนำเข้ามากถึง 95%”


ขณะที่เดือน ก.ค.นี้ องค์การเภสัชกรรมคาดว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นนั้น จะได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และจากนั้นจะเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อให้ผู้ป่วยโควิด-19 เข้าถึงยาอย่างเพียงพอ เมื่อทุกอย่างสำเร็จลุล่วง ประเทศไทยจะสามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในราคาที่ถูกกว่านำเข้าอย่างมาก

  รู้จัก ฟาวิพิราเวียร์ ยาสู้โควิด-19 ที่องค์การเภสัชกรรมกำลังจะเร่งผลิต

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สวทช. อภ. และบริษัท ปตท. ครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการ (Laboratory scale) การถ่ายทอดเทคโนโลยีจนถึงระดับอุตสาหกรรม (Industrial scale) ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (Feasibility Study) ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมยา

ขณะเดียวกันการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยนักวิจัยไทยมีความก้าวหน้าไปมากเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทย ระยะยาวนำไปสู่การลดการนำเข้า และยังเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งบุคลากรมีทั้งความรู้และนำไปต่อยอดเพื่อการผลิตขายต่อไป

ที่มา  news.thaipbs

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: