ข่าวล่าสุด

:

เอลซัลวาดอร์ ชาติแรกของโลกที่อนุมัติใช้เงินบิตคอยน์ ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

bitcoin El Salvador                                    Image : Reuters

เอลซัลวาดอร์ กลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ยอมรับบิตคอยน์ (Bitcoin) ให้เป็นตั๋วเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ทำให้เกิดการอภิปรายเป็นวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับโอกาสและอันตรายของคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือ สกุลเงินดิจิทัล

โดยนับตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย.2564 ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆในเอลซัลวาดอร์ จะต้องยอมรับการชำระค่าใช้จ่ายด้วยเงินดิจิทัลนี้ และคาดว่า ประชาชนหลายล้านคน จะดาวน์โลหดแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัลแอปพลิเคชันใหม่ของรัฐบาลซึ่งมีการแจกบิตคอยน์ให้ประชาชนทุกคนคนละ 30 ดอลลาร์สหรัฐ

ผู้ชื่นชอบบิตคอยน์ทั่วโลกเริ่มซื้อเงินดิจิทัลสกุลนี้มูลค่า 30 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแสดงการสนับสนุนและช่วยกระตุ้นมูลค่าของเงินที่มีความผันผวนสกุลนี้

ความผันผวนของบิตคอยน์ เพิ่มสูงขึ้นและลดลงอย่างมากในปีที่แล้ว โดยมูลค่าเพิ่มขึ้นจากเหรียญละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐในเดือน ก.ย. 2020 ไปอยู่ที่ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐในเดือน เม.ย. 2021 จากนั้นก็ตกลงมาอยู่ที่ระดับ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา


มูลค่าของบิตคอยน์เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ไปอยู่ที่ 51,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนเห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวที่เกิดขึ้นในเอลซัลวาดอร์

เมื่อ 6 ก.ย. ข้อความที่มีคนส่งต่อกันมากในเพจเกี่ยวกับบิตคอยน์ทางเรดดิต (Reddit) มีข้อความว่า "เราทุกคนจะซื้อบิตคอยน์มูลค่า 30 ดอลลาร์สหรัฐในวันอังคารไหม"

การสำรวจของมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลอเมริกัน (Central American University--UCA) พบว่า มีเพียง 4.8% ของผู้ตอบแบบสอบถามเข้าใจว่า บิตคอยน์คืออะไร และใช้งานอย่างไร ขณะที่กว่า 68% ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการใช้คริปโตเคอร์เรนซีให้เป็นสิ่งที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

คุณแม่ชาวเอลซัลวาดอร์ วัย 70 ปีรายหนึ่ง กล่าวว่า "ในประเทศของฉัน มีคนจำนวนมากที่ไม่รู้หนังสือ และไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่คนที่มีสติปัญญา แต่เป็นคนแก่ พวกเขาจะไม่มีทางใช้มัน"

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีการติดตั้งเครื่องกดเงินสดเครื่องใหม่มากกว่า 200 เครื่องทั่วประเทศ ซึ่งเป็นรุ่นที่การแปลงเงินดอลลาร์เป็นบิตคอยน์ได้ แต่มีการประท้วงเมื่อไม่นานนี้ในกรุงซานซัลวาดอร์ เมืองหลวงของประเทศ แสดงให้เห็นถึงการขาดความมั่นใจในหมู่ประชาชนที่รู้สึกว่า รัฐบาลใช้มาตรการนี้ในการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนออกจากการปกครองที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ของรัฐบาล

ที่มา  BBC Thai

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: