ข่าวล่าสุด

:

ผ่านวาระแรกแล้ว พ.ร.บ.ป้องกันซ้อมทรมาน อุ้มหาย โดยเจ้าหน้าที่รัฐ

พรบ.อุ้มหาย

   อัพเดต พ.ร.บ.ป้องกันซ้อมทรมาน อุ้มหาย ผ่านวาระแรกแล้ว

ล่าสุดมีข่าวอัพเดตพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ได้ผ่านวาระแรกแล้ว ด้วยคะแนนเห็นด้วยจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 368 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 คะแนน และไม่มีผู้ที่ค้าน วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับพระราชบัญญัตินี้ มาให้ได้อัพเดตกัน

   พระราชบัญญัติป้องกันซ้อมทรมาน อุ้มหาย ถูกนำเข้าวาระอีกครั้ง
  
   พระราชบัญญัติป้องกันซ้อมทรมาน อุ้มหาย ไม่ได้พึ่งมาถูกกล่าวถึง เพราะในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกบรรจุในวาระการประชุมสภามาแล้วหลายครั้ง หลายหน แต่มีเหตุให้ไม่ได้ถูกดึงเข้าสู่ที่ประชุมเสียที และครั้งนี้เหตุที่ได้ถูกนำมาพิจารณาเป็นเพราะ เกิดการณ์ข่าวในเคสของผู้กำกับโจ้ ร่วมกับตำรวจสถานีตำรวจภูธร เมืองนครสวรรค์หลายรายร่วมกันทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติด จนกระทั่งเสียชีวิต ส่งผลให้นายกรัฐมนตรี “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร “นายชวน หลีกภัย” ในวันที่ 17 เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อีกครั้ง

  เหตุการณ์สำคัญในปีที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปช่วงเดือนมิถุนายนในปีที่ผ่าน มีการกล่าวถึงประเด็นการอุ้มหาย ถือว่าเป็นความผิด โดยที่ทางคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ร่างพระราชบัญญัติป้องกันบังคับให้สูญหาย ต้องจำคุกสูงสุด 20 ปี และกลายเป็นความเคลื่อนไหวทางด้านกฏหมายไทย รวมถึงเรื่องของสิทธิที่น่าสนใจ โดยมีประเด็นที่สภาต้องพิจารณาหลังจากมีมติอนุมัติร่างพระราชบัญญัติครั้งนั้น ยกตัวอย่าง เช่น

  - จะสามารถคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการการะทำทรมาน และการทำให้บุคคลสูญหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
  - เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฏหมาย เพื่อป้องกัน ปราบปราม
  - เยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำในลักษณะดังกล่าวนี้ รวมไปถึงกำจัดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง รวมทั้งสร้างหลักประกันความเป็นธรรมให้ประชาชน
  - กำหนดฐานของความผิดการกระทำทรมาน และการกระทำให้บุคคลอื่นสูญหาย ซึ่งกำหนดให้ไม่เป็นความผิดทางการเมือง โดยสามีภรรยา บุพการี ผู้สืบสันดานของผู้เสียหายสามารถจัดการฟ้องร้องคดีได้

  - กำหนดให้ความผิดตามพระราชบัญญัติเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ ตามกฏหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตกเป็นผู้ต้องหา ให้ตำรวจมีอำนาจสืบสวนแทน

   หลักการและเหตุผลทางกฏหมายสำหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้

   จุดประสงค์ของพระราชบัญญัติป้องกันซ้อมทรมาน อุ้มหาย จะจัดทำขึ้นเพื่อให้การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง และไม่สามารถกระทำได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม และเพื่อยกระดับ เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฏหมาย และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศ การกำหนดฐานความผิด มาตรการป้องกันปราบปราม และเยียวยาผู้เสียหาย จึงจำเป็นที่จะต้องมีพระราชบัญญัติฉบับนี้

   อนุสัญญาระหว่างประเทศ

   การทรมานและอุ้มหาย เป็นหนึ่งในปัญหาของสังคมไทย อีกทั้งประเทศไทยเราเองเป็นภาคีของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: CAT) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคน จากการบังคับให้หายสาบสูญ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance: ICPPED)

   ด้วยเหตุนี้ประเทศเราเองจึงมีพันธะที่จะต้องอนุวัติกฏหมายภายใน ให้สอดคล้องกับพันธกรณีตามอนุสัญญาดังกล่าวนี้ อย่างเหตุการณ์ลงคะแนนรับร่างครั้งนี้ ผู้จัดการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม “นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ” หนึ่งในบุคคลที่มีส่วนผลักดันกฎหมายฉบับนี้มาตั้งแต่เริ่ม เธอได้กล่าวกับทางบีบีซีไทย หลังจากรับทราบมติในที่ประชุมสภาว่า ...ขอขอบคุณ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่สนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ และโดยส่วนตัวมองว่าร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 4 ฉบับมีเนื้อหาโดยรวมที่เป็นไปตามหลักกฎหมายสากลว่าด้วยการทรมานและการอุ้มหาย จึงคิดว่าการปรับแก้กฎหมายในชั้นกรรมาธิการไม่น่ามีปัญหา...

   แม้นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่หลายคนเฝ้ารอให้มีความคืบหน้ามาอย่างยาวนานหลายปี แต่การเริ่มต้นขึ้นมาแล้วย่อมดีกว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไป แต่อย่างไรก็ตามเราทุกคนยังคงต้องติดตามข่าวสารความคืบหน้าของพระราชบัญญัติฉบับนี้กันต่อไป




บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: