ข่าวล่าสุด

:

อังกฤษเฝ้าระวัง เดลตาพลัส อาจทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่ง

โควิด-19                                     Getty Images

ทางการอังกฤษกำลังจับตามองเชื้อโควิดที่กลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์เดลตาอีกที ซึ่งมีชื่อว่า AY.4.2 หรือที่บางคนเรียกว่า "เดลตาพลัส" ซึ่งกำลังทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

แม้โควิด-19 สายพันธุ์เดลตา จะยังเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในสหราชอาณาจักรอยู่ในตอนนี้ แต่ตัวเลขทางการล่าสุดชี้ว่า 6% ของผู้ติดเชื้อ เป็นโควิด-19 สายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ใหม่นี้

ตอนนี้ สายพันธุ์ดังกล่าวยังไม่ถือว่าเป็นเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern หรือ VOC) นักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองอยู่ว่าสายพันธุ์นี้จะเป็นอันตรายแค่ไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญก็เชื่อว่ามันไม่น่าจะแพร่ระบาดอย่างหนักและวัคซีนที่มีอยู่ก็น่าจะจัดการได้

สายพันธุ์ AY.4.2 มีคุณสมบัติอย่างไร

ไวรัสกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา มีเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ จำนวนหลายพันสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ทั่วโลก ปรากฏการณ์นี้จึงไม่น่าแปลกใจอะไร ซึ่ง "สายพันธุ์เดลตา" ได้ถูกจัดให้เป็นเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวลเมื่อเดือน พ.ค. ปีนี้ ก่อนที่เมื่อเดือน ก.ค. ผู้เชี่ยวชาญจะพบสายพันธุ์ AY.4.2

ต่อมา โควิดสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์มาจากเดลตาก็ค่อย ๆ แพร่ระบาดอย่างช้า ๆ มีการกลายพันธุ์ซึ่งส่งผลต่อโปรตีนส่วนที่เป็นปุ่มหนาม (spike protein) ซึ่งเชื้อไวรัสใช้ในการเข้าไปยังเซลล์ของร่างกายคนเรา

ถึงตอนนี้ ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเชื้อกลายพันธุ์แพร่ระบาดได้ง่ายกว่า แต่ก็เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังศึกษาอยู่

ศาสตราจารย์ฟรองซัว บาลูซ์ จากสถาบันพันธุศาสตร์ ยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน หรือยูซีแอล บอกว่า มีความเป็นไปได้ว่าสายพันธุ์ AY.4.2 จะแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าแต่ก็ไม่มาก


"มีความเป็นไปได้ว่าจะแพร่ระบาดได้ง่ายกว่า 10%" ศ.บาลูซ์ กล่าว โดยบอกว่าเทียบไม่ได้กับสายพันธุ์อย่างอัลฟาและเดลตาซึ่งแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าถึง 50-60%

คนติดเชื้อเพิ่มขึ้น

การจับตาสายพันธุ์กลายพันธุ์นี้มาในช่วงเดียวกันกับที่สหราชอาณาจักรมีตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันมากกว่า 40,000 รายมา 7 วันติดกันแล้ว โดยเมื่อวันอังคารมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 223 ราย ซึ่งถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่เดือน มี.ค.

สมาพันธ์สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS Confederation) ซึ่งเป็นตัวแทนองค์กรสาธารณสุขต่าง ๆ เรียกร้องให้รัฐบาลเริ่มใช่ "แผนสำรอง" ซึ่งจะบังคับให้คนใส่หน้ากากอนามัยในที่แออัดและในพื้นที่ปิด

ส่วนแผนหลัก ของรัฐบาลในการรับมือกับโควิด-19 ในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้ประกอบไปด้วยการให้ประชาชน 30 ล้านคนฉีดวัคซีนกระตุ้นอีกหนึ่งโดส และก็ให้วัคซีนหนึ่งโดสกับเด็กอายุ 12-15 ปีที่มีสุขภาพดีทุกคน และรัฐบาลก็แนะนำให้คนใส่หน้ากากอนามัยในที่ที่มีคนแออัด

หากมาตรการเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติดำเนินการต่อไปได้ รัฐบาลก็อาจใช้แผนสำรอง คือบังคับใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่บางแห่ง ขอให้คนทำงานจากบ้าน และให้ใช้วัคซีนพาสปอร์ต

แมตธิว เทย์เลอร์ ประธานสมาพันธ์สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ บอกว่า รัฐบาลควรเริ่มใช้แผนสำรองเลย ไม่ควรรอให้มีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นก่อน และเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตในช่วงหน้าหนาว

การเรียกร้องนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อ 19 ต.ค. ที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน บอกกับคณะรัฐมนตรีว่า สหราชอาณาจักรกำลังจะเผชิญ "ฤดูหนาวที่ยากลำบาก" อย่างไรก็ดี โฆษกนายกรัฐมนตรีบอกว่า ไม่มีแผนที่จะใช้แผนสำรอง แต่ "แน่นอนว่าเราก็กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเรื่องที่มีคนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น"

ที่มา  BBC Thai

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: