ข่าวล่าสุด

:

ทรู-ดีแทค คอนเฟิร์มเซ็นต์สัญญาควบรวมธุรกิจ

true-dtac

จับตาดีลแสนล้าน หลังค่ายเครือข่ายสัญญาณมือถือ "กลุ่มทรู"ของซีพี วางแผนควบรวมกิจการกับ "ดีแทค" โดยมีบริษัทแม่คือ เทเลนอร์ ของนอร์เวย์ ซึ่งถือเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทเลคอมอันดับ 2 และ 3 ของประเทศ โดยล่าสุดสำนักข่าวประชาชาติธุรกิจได้เผยว่า ทั้ง 2 บริษัทเตรียมเดินหน้าเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจแล้ว และจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU-Memorandun of Understanding) ทางธุรกิจระหว่างกัน และเตรียมแถลงรายละเอียดร่วมกันในช่วงบ่ายของวันนี้ผ่านระบบออนไลน์

แถลงการณ์ของเทเลนอร์เมื่อวันที่ 19 พ.ย.64 ที่ผ่านมา ที่ระบุว่ากำลังหารือกับเครือซีพีเกี่ยวกับความร่วมมือทางธุรกิจโทรคมนาคม แต่เจรจายังไม่สิ้นสุด และไม่มีความแน่นอนว่าการเจรจานี้จะนำไปสู่ข้อตกลงใด ๆ ในขั้นสุดท้าย

ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเอง ดีแทคและทรูต่างก็ทำหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อ "ชี้แจงข่าวที่ปรากฏในสื่อ" โดยมีเนื้อหาคล้ายกันคือไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธข่าวหรือการคาดการณ์ที่สื่อมวลชนรายงาน และบอกเพียงว่าถ้ามีข้อมูลใด ๆ ที่บริษัทจะต้องแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ตามข้อบังคับ ก็จะแจ้งให้ทราบต่อไป

การเคลื่อนไหวของทรูและดีแทคเป็นที่จับตาอย่างมาก เพราะหากการซื้อกิจการเกิดขึ้นจริง ผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือของไทยที่เดิมมีอยู่ 3 เจ้า คือ เอไอเอส ทรู และดีแทค จะลดเหลือแค่ 2 เจ้า เมื่อการแข่งขันลดลงคนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือผู้บริโภคนั่นเอง

ปัจจุบันทรูมีผู้ใช้งานกว่า 32 ล้านเลขหมาย ส่วนดีแทคมีผู้ใช้งานกว่า 19.3 ล้านเลขหมาย ในด้านผลประกอบการ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ทรูมีรายได้ 103,177 ล้านบาท ส่วนดีแทคมีรายได้ 59,855 ล้านบาท

หากรวมกิจการกันก็จะทำให้ทรู-ดีแทคมีผู้ใช้งานรวมกันราว 51.3 ล้านเลขหมาย ซึ่งมากกว่าเจ้าตลาดอย่างเอไอเอสซึ่งมีผู้ใช้งานอยู่ 43.7 ล้านเลขหมาย และจะมีรายได้รวมกันถึงกว่า 163,032 ล้านบาท


เว็บไซต์ลงทุนแมนวิเคราะห์ว่า หากทรูซื้อดีแทคได้สำเร็จจะนับเป็น "ดีลที่ยิ่งใหญ่แห่งปี" และกลุ่มซีพี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของทรูก็จะเป็นเจ้าตลาดสินค้าและบริการในประเทศไทยอย่างครอบคลุม ทั้งอาหาร ค้าปลีกและโทรคมนาคม

อย่างไรก็ตาม การควบรวมธุรกิจของทั้งคู่จะต้องเผชิญกับความท้าทายในการจัดการรูปแบบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

การควบรวมกิจการของกลุ่มทรูและดีแทค ในทางกฎหมายทำได้ แต่ในแง่การกำกับดูแลจะต้องดำเนินการอย่างเข้มขึ้นเพื่อป้องกันมิให้ผู้มีอํานาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสําคัญใช้อํานาจในการจํากัดหรือกีดกัน การแข่งขันในตลาด

สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ บอกกับสำนักข่าวบีบีซีไทยว่า เป็นที่ชัดเจนว่าถ้าทรูซื้อดีแทค บริษัทที่เกิดจากการรวมกิจการนี้จะกลายเป็นเจ้าตลาดรายใหม่และเป็นรายใหญ่อันดับ 1 แซงหน้าเอไอเอส และตลาดผู้ให้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตจะเหลือแค่ 2 เจ้า คือ เอไอเอสกับทรู-ดีแทค ซึ่งทำให้การแข่งขันในตลาดลดลงอย่างชัดเจน

"เมื่อก่อนเราอาจจะคาดหวังว่า 3 เจ้าจะแข่งกันออกโปรโมชัน แต่เมื่อเหลือ 2 เจ้า คู่แข่งก็น้อยลง เมื่อการแข่งขันน้อยลง แต่ละบริษัทก็อาจจะไม่ค่อยมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาคุณภาพบริการ ผู้บริโภคก็มีทางเลือกน้อยลง และต้องจำยอมอยู่กับสถานการณ์นี้" สฤณีให้ความเห็น

จากประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องมาตรการป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม ที่ระบุว่าการเข้าซื้อหุ้นเกินร้อยละ 10 ของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในธุรกิจบริการประเภทเดียวกัน จะต้องขออนุญาตจาก กสทช. สฤณีจึงเห็นว่าสังคมควรจับตาดูว่า กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

  ข้อมูลจาก  BBC Thai , prachachat.net

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: