ข่าวล่าสุด

:

พบซากลูกแมมมอธ 3 หมื่นปีสภาพสมบูรณ์ ในชั้นดินเยือกแข็งของแคนาดา

mammoth                   GOVERNMENT OF YUKON


แคนาดาแถลงการค้นพบ ซากลูกช้างแมมมอธ อายุ 3 หมื่นปี สภาพสมบูรณ์เหมือนยังมีชีวิตอยู่ ที่ใต้ชั้นดินเยือกแข็งคงตัวหรือเพอร์มาฟรอสต์ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา

รัฐบาลท้องถิ่นของดินแดนยูคอน (Yukon) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศแคนาดา แถลงว่าได้ค้นพบซากลูกช้างแมมมอธขนยาว (woolly mammoth) อายุเก่าแก่กว่า 30,000 ปี ใต้ชั้นดินเยือกแข็งคงตัวหรือเพอร์มาฟรอสต์ (permafrost) ซึ่งช่วยรักษาร่างของมันไว้ไม่ให้เน่าเปื่อย

คนงานของเหมืองทองแห่งหนึ่งในยูเรก้าครีก เป็นผู้ค้นพบซากลูกแมมมอธดังกล่าว ขณะที่รถตักดินบังเอิญไปกระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างในโคลน และเมื่อพวกเขาพบว่ามันคือซากช้างดึกดำบรรพ์ เหล่าคนงานเหมืองและทีมนักวิทยาศาสตร์ที่มาตรวจสอบต้องตกตะลึง เนื่องจากโครงร่างและผิวหนังเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เสมือนกับว่ามันยังมีชีวิตอยู่ โดยยังคงมีขนและร่องรอยขีดข่วนที่เท้าปรากฏให้เห็นชัดเจน

ซากลูกช้างตัวเมียดังกล่าวได้รับการตั้งชื่อว่า "นุนโชกา" (Nun Cho Ga) ซึ่งแปลว่า "ลูกสัตว์ตัวใหญ่" ในภาษา Hän ของชนพื้นเมืองแถบลุ่มแม่น้ำยูคอน โดยทางการท้องถิ่นระบุว่ามันเป็นซากลูกแมมมอธขนยาวที่สมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคอเมริกาเหนือ และมีขนาดตัวพอกับ "ลยูบา" (Lyuba) ซากลูกแมมมอธขนยาวอายุ 42,000 ปี ซึ่งค้นพบที่ไซบีเรียเมื่อปี 2007


mammoth                  GOVERNMENT OF YUKON


ดร.แกรนท์ ซาซูลา (Dr. Grant Zazula) นักบรรพชีวินวิทยายูคอนกล่าวว่า “ในฐานะนักบรรพชีวินวิทยาแห่งยุคน้ำแข็ง นี่เป็นหนึ่งในความฝันอันยาวนานในชีวิตของฉันที่จะได้พบกับแมมมอธขนยาว ความฝันนั้นเป็นจริงในวันนี้”

ดร.ซาซูลา และเพื่อนร่วมงานของเขาจากกรมทรัพยากรธรณียูคอน (Yukon Geological Survey) และมหาวิทยาลัยคาลการี (University of Calgary) บอกว่า Nun cho ga ถูกแช่แข็งในชั้นดินเยือกแข็งที่เย็นยะเยือกในช่วงยุคน้ำแข็งจากเมื่อ 30,000 ปีที่แล้ว

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแม็กมาสเตอร์ที่เผยแพร่เมื่อปี 2021 ซึ่งวิเคราะห์ดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตโบราณที่หลงเหลืออยู่ในชั้นดินเยือกแข็งคงตัว พบว่าแมมมอธขนยาวมีชีวิตอยู่ร่วมสมัยกับม้าป่า สิงโตถ้ำ และควายไบซันยักษ์ ในทุ่งหญ้าสเตปป์ของภูมิภาคยูคอนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง จนกระทั่งสูญพันธุ์ไปเมื่อราว 5,000 ปีก่อน โดยสาเหตุนั้นมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่เพราะถูกมนุษย์ไล่ล่าจนสูญพันธุ์แต่อย่างใด

เนื่องจากแมมมอธมีพันธุกรรมใกล้เคียงกับช้างในปัจจุบันมาก โดยมีดีเอ็นเอที่เหมือนกันถึง 99.4% นักวิทยาศาสตร์หลายคณะจึงมีความคิดที่จะทำให้พวกมันฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง โดยใช้เทคนิคการโคลนหรือดัดแปลงพันธุกรรมหลากหลายวิธี แต่ยังไม่มีผู้ใดทำได้สำเร็จ


 

 

 ที่มา BBC Thai , sci-news.com

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: