ข่าวล่าสุด

:

ไทยเตรียมหลักฐานจ่อทวงคืนประติมากรรมสำริด ชัยวรมันที่ 6 จากสหรัฐฯ

ประติมากรรมสำริดชัยวรมันที่ 6                              Photo : metmuseum.org


นักโบราณคดีไทยเปิดหลักฐานเตรียมทวงคืนสมบัติชาติประติมากรรมสำริด "Golden Boy” พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 จากพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐฯ  

หลังจากที่ทางการไทยเคยสามารถทวงคืนสมบัติชาติชิ้นสำคัญจากสหรัฐฯ กลับสู่มาตุภูมิได้ 2 ชิ้นในช่วงกลางปี 2564 ที่ผ่านมา คือทับหลังหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังเขาโล้น จ.สระแก้ว แต่ก็พบว่า ยังมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ ที่ต้องออกแรงทวงคืนอีกครั้งนั้นก็คือ "Golden Boy" ประติมากรรมสำริด พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 มูลค่านับร้อยล้านบาท ซึ่งปัจจุบันถูกจัดแสดง ไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในสหรัฐฯ  

สำนักข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ไปกับคุณทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นักวิชาการโบราณคดีกลุ่มสำนึก 300 องค์  ซึ่งพบหลักฐานสำคัญ ยืนยันได้ว่า ประติมากรรมสำริด Golden Boy มีแหล่งกำเนิดใน จ.บุรีรัมย์ ของไทย

เพราะเป็นประติมากรรมสำริดปิดทองเกือบทั้งองค์ ผิวเรียบ งดงาม ทำให้นักสะสมต้องการครอบครอง พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 หรือ "Golden Boy" เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมามีการซื้อ-ขายราคาพุ่งสูงถึง 1 ล้านบาท และเพราะยังมีฐานหินทรายที่ตั้ง หลักฐานชิ้นสำคัญเหลืออยู่ในบ้านยาง ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

หลักฐานคำบอกเล่าผู้ขุดพบ Golden Boy

คุณทนงศักดิ์ มั่นใจมากขึ้น เมื่อ Angela Chui นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ศิลปะในลอนดอน ส่งข้อมูลประติมากรรมสำริดขนาดใหญ่ ที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ The Metropolitan ของสหรัฐฯ เพราะความสวยงามโดดเด่นของประติมากรรมทำให้ได้ฉายา "GoldenBoy"

ขณะที่ ในหนังสือ Khmer Gold เขียนโดย Emma C.Bunker กับ Douglas Latchford อดีตพ่อค้าโบราณวัตถุสัญชาติไทย ที่พึ่งเสียชีวิตเมื่อปีที่ผ่านมา ในหนังสือยังระบุพิกัดพบที่บ้านยางอำเภอละหานอีกด้วย

การเดินทางมาพิสูจน์ความจริงครั้งนี้ ไทยพีบีเอสได้เจอกับครอบครัว "เป็ดสกุล" ผู้ที่ได้สัมผัส "Golden Boy" เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา ยังจดจำรายละเอียด และตำหนิ ได้อย่างแม่นยำ


ยายนิล วัย 67 ปี เล่าว่า พี่เขยขุดเจอเทวรูปจริง จากนั้นช่วยกันยกมาไว้บ้าน และเป็นคนไปตักน้ำในบ่อมาล้างดินออก แต่ชาวบ้านไม่รู้ว่าปลายทาง จะถูกส่งออกไปยังสหรัฐฯ

“จำได้หมด เหมือนกับในรูปพี่ชายไปขุดเจอ หลังจากขุดเจอก็มีชาวต่างชาติมาบอกให้ชาวบ้านขุดต่อ แต่ก็เจอแค่องค์เดียว”

ในสมัยนั้น กลุ่มนายทุนว่าจ้างให้ชาวบ้านขุดหาสมบัติถึงวันละ 100 บาท ทำให้ปราสาทบ้านยาง กลายเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบันไม่เหลือสภาพ เดิมให้เห็น ชาวบ้านปรับเป็นลานเอนกประสงค์ ทำให้กรมศิลปากร ไม่ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

Gloden Boy มีความสูง 110 เซนติเมตร ที่สันนิษฐานว่าประติมากรรมรูปฉลองพระองค์พระเจ้าชัยวร มันที่ 6 ผู้สร้างปราสาทหินพิมาย คือผ้านุ่งที่เป็นครีบยาวลงมา ชี้ชัดว่าศิลปะแบบพิมาย ไม่พบในกัมพูชา และเป็นประติมากรรมรูปคนไม่ใช่เทพเจ้า

สอดคล้องกับข้อมูล พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 นับถือศาสนาพุทธ ชาวบ้านยังให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทวงคืนระบุว่าเมื่อปี 2558 มีชาวต่างชาติ เดินทางมาที่บ้านยาง เพื่อตามหาแหล่งกำเนิด Gloden Boy

“เขาก็มาถามผม ก็บอกว่าถ้ามีความผิดผมไม่บอก เขาต้องการรู้ว่าใช่องค์เดียวกันไหม ยืนยันว่าองค์เดียวกัน แต่รูปถ่ายเขาเผาทิ้ง กลัวความผิด ”

แม้จะมีพยานบุคคล และการบันทึกข้อมูลจากภัณฑ์รักษ์ และนายทุนต่างชาติ ประติมากรรมสำริด พบที่ปราสาทบ้านยาง นับเป็นเบาะแสสำคัญในการเริ่มต้น ทวงคืนสมบัติชาติจากสหรัฐฯอีกครั้ง

นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร ระบุว่า หลักฐานการทวงคืนยังขาดความสมบูรณ์ ได้มอบหมายให้ คณะกรรมการติดตามคืนโบราณวัตถุฯ ทำข้อมูลเพิ่มก่อน ก่อนรีบเร่งทวงคืน เพราะไม่อยากให้กระทบกับความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ

ดังนั้นหน้าที่ต่อไปของ ทนงศักดิ์ คือเร่งทำรายละเอียด พร้อมหลักฐาน เสนอคณะกรรมการติดตามคืนโบราณวัตถุฯ เพื่อนำสมบัติชาติ กลับคืนสู่อ้อมกอดชาวบ้านยางอีกครั้ง เพราะหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการลักลอบค้าโบราณวัตถุอย่างผิดกฎหมาย "Golden Boy" อาจจะเป็นสมบัติชาติอีกชิ้น ที่ได้กลับคืนมาเหมือนทับหลังหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังเขาโล้น จ.สระแก้ว

 

 ที่มา  news.thaipbs

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: